Hardware Wallet เก็บ Bitcoin ยอดนิยม

Hardware Wallet

Hardware Wallet ‘ กระเป๋าเงินที่ถูกออกแบบมาเพื่อเก็บเหรียญคริปโตฯ ด้วยความปลอดภัยสูงสุด!

เมื่อพูดถึงคริปโตฯ แล้ว สิ่งแรกที่ทุกคนนึกถึงมักจะเป็น Bitcoin อยู่เสมอ เนื่องจากเป็นเหรียญที่มีขนาดใหญ่ และมีอายุมายาวนานที่สุด อีกทั้งยังมีความเสถียร และน่าเชื่อถือมากอีกด้วย ทำให้มีเม็ดเงินนักลงทุนในเหรียญหมุนเวียนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะกับนักลงทุนรายใหญ่ จึงส่งผลให้นักลงทุนเหล่านี้ต้องมองหาช่องทางที่สามารถเก็บ Bitcoin และเหรียญคริปโตฯ อื่น ๆ อย่างปลอดภัย

ซึ่งการใช้งานคริปโตฯ ผู้ใช้ต้องกรอก Private Key เพื่อยืนยันการทำธุรกรรม ซึ่ง Private Key จะเป็นชุดรหัสที่ผู้ใช้จะต้องเก็บรักษาไว้ หากสูญหายจะไม่สามารถเข้าถึงเหรียญที่เรามีได้อีก หรือหากเกิดการรั่วไหลอาจทำให้มิจฉาชีพเข้าถึงบัญชีของเราได้ ด้วยสาเหตุนี้ทำให้มีการสร้าง Hardware Wallet ขึ้นมา

โดยแต่ละตัวจะมีความสามารถแตกต่างกันออกไป ซึ่งบางตัวอาจมีระบบความปลอดภัยที่สูงเหมาะสำหรับเก็บเหรียญในระยะยาว, มีสภาพคล่องในการทำธุรกรรมที่เหมาะกับการลงทุน หรืออาจสามารถเก็บได้หลากหลายสกุลเงิน ซึ่งพี่โบ้ได้รวบรวมและสรุป 3 Wallet ที่นิยมที่สุดมาให้ที่นี่แล้ว

1. Ledger Nano X

Hardware Wallet

Ledger Nano X เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นที่ 2 ของบริษัท Ledger ซึ่งได้อยู่ในวงการคริปโตฯ มานานหลายปีแล้ว โดยตัว Nano X จะมีลักษณะเป็นแฟลชไดรฟ์ สำหรับเชื่อมต่อเข้าอุปกรณ์ของผู้ใช้งานผ่าน USB, USB-C หรือ Bluetooth โดยรองรับสกุลเงินดิจิทัลได้กว่า 1,500 สกุล และมีการอัพเดทเพิ่มขึ้นสกุลเงินใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้แล้ว Ledger ยังได้เพิ่ม Ledger Live Software ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถมองเห็นปริมาณเหรียญภายในกระเป๋าได้ตลอดเวลาอีกด้วย โดยปัจจุบัน Ledger ได้รับความนิยมมากที่สุดในบรรดา Hardware wallet ที่สามารถจัดเก็บคริปโตฯ ได้

2. Ledger Nano S

Hardware Wallet

Ledger Nano S เป็นผลิตภัณฑ์รุ่นแรกของบริษัท Ledger ซึ่งแม้จะสามารถจัดเก็บคริปโตฯ ได้กว่า 1,000 สกุล แต่เนื่องจากไม่มีช่องให้เชื่อมต่อด้วย USB-C และ Bluetooth ทำให้อาจไม่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ ได้ โดยตัว Nano S นั้นแทบจะเหมือนกับ Nano X ทุกประการ และสามารถเชื่อมต่อกับ Ledger Live Software ได้เช่นกัน แต่จำนวนกระเป๋าเงินของ Nano S ที่เก็บได้นั้นจะน้อยกว่ามาก โดยสามารถเก็บได้เพียง 18 กระเป๋า ในขณะที่ Nano X เก็บได้สูงถึง 100 กระเป๋า

แต่ข้อดีของมันคือ ถึงแม้จะลบกระเป๋าออกจากการบันทึกของ Nano S แต่สกุลเงินที่เก็บไว้นั้นจะยังคงอยู่ เนื่องจากมีการจัดเก็บไว้บน Blockchain เรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้ใช้งานจะสามารถสังเกตได้ผ่านทาง Ledger Live Software เหมาะสำหรับผู้ต้องการเก็บคริปโตฯ สามารถใช้งานได้ง่าย มีความปลอดภัยที่สูง และสามารถเก็บได้หลากหลายสกุลเงิน

3. Trezor Model T

Hardware Wallet

Trezor Model T เป็นอุปกรณ์รุ่นที่ 2 ทาง Trezor ได้ผลิตออกมา โดยมีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ Ledger Nano แต่ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนที่ได้ร่วมงานกันกับบริษัท Trezor ได้ อย่างเช่น Changelly และ Shapeshift ซึ่งความสะดวกสบายนี้ต้องแลกมากับราคาที่สูงถึง $170

โดยอุปกรณ์ Model T นั้นมาพร้อมกับหน้าจอ Touch screen ทำให้ง่ายต่อการใช้งานเมื่อเทียบรุ่นก่อน อีกทั้งช่องใส่ MicroSD Card หากผู้ใช้งานต้องการนำ MicroSD Card มาเข้ารหัส PIN เพื่อเสริมความปลอดภัยของอุปกรณ์ของคุณได้อีกด้วย และยังสามารถเชื่อมต่อผ่าน USB-C ทำให้สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ อีกทั้งยังรองรับสกุลดิจิทัลได้กว่า 1,400 สกุลเงิน

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ที่กล่าวมานั้น มีความสามารถที่คล้าย ๆ กัน แต่ก็มีฟีเจอร์บางอย่างที่แตกต่างกันออกไป และแบ่งออกเป็นแต่ละประเภท ถ้าหากเพื่อน ๆ มีงบประมาณที่จำกัด พี่โบ้แนะนำให้เลือกตัวราคาที่สามารถเอื้อมถึงได้ก็เพียงพอแล้ว เนื่องจากในเรื่องของความปลอดภัยนั้น ถ้าเป็น Hardware Wallet ก็ไม่ต้องห่วงเลย แต่หากใครมีความจำเป็นต้องใช้งานตลอดเวลา แนะนำให้เป็นตัวที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์พกพาของเราได้ เช่น Ledger Nano X หรือ Trezor Model T ดังนั้น การเลือกใช้ Hardware Wallet ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของแต่ละคน ไม่ใช่ราคาสูงแล้วจะเหมาะกับเราที่สุดนะครับ


Source: Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: Traderbobo

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่: Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter