‘Bond Yield’ สหรัฐฯ ทางออกการลงทุนในช่วงเศรษฐกิจถดถอย

Bond Yield

Bond Yield สหรัฐฯ พลิกตัวกลับมาอย่างร้อนแรง ใครคิดจะลงทุนระยะยาวในช่วงนี้ห้ามพลาด!

สืบเนื่องมาจากหลายปีที่ผ่านมาการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงนั้นถือว่า ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากสามารถทำกำไรได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังให้ผลตอบแทนที่สูง ทำให้การลงทุนระยะยาวอย่าง Bond Yield หรืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไม่ได้รับความสนใจมากนัก โดยเฉพาะในช่วงปี 2020 เนื่องจากเป็นปีที่ Bond Yield มีการปรับตัวลงตามทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ จนใกล้แตะระดับ 0.5% แต่นั่นกลายเป็นอดีตไปแล้ว เพราะในตอนนี้ Bond Yield กำลังกลับมาให้ผลตอบแทนที่โดดเด่นอีกครั้ง ซึ่งเป็นผลจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ทำให้นักลงทุนไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงจากตลาดหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงอื่น ๆ อีกต่อไป

Bond Yield

Bond Yield คืออะไร ?

Bond Yield หรือ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล เป็นอัตราผลตอบแทนจากการถือครองพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งจะได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยจากการถือพันธบัตรนั้น ๆ เช่น เมื่อถือครบ 1 ปี นักลงทุนจะได้ดอกเบี้ยตามที่ธนาคารกำหนดไว้

พันธบัตรระยะสั้น = ผลตอบแทนต่ำ

พันธบัตรระยะยาว = ผลตอบแทนสูง

ซึ่งโดยปกติแล้วนักลงทุนจะให้ความสนใจกับ Bond Yield อายุ 10 ปี ของสหรัฐฯ เป็นหลัก เนื่องจากสะท้อนถึงทิศทางของการลงทุน และการคาดการณ์ของตลาดได้ค่อนข้างดี

โดย Bond Yield จะแปรผกผันกับราคาพันธบัตร เมื่อราคาพันธบัตรปรับตัวขึ้น Bond Yield จะลดลง ในทางตรงกันข้าม เมื่อราคาพันธบัตรปรับตัวลง Bond Yield จะเพิ่มขึ้น

ทำไมต้องให้ความสำคัญกับ Bond Yield

การปรับตัวของ Bond Yield มีผลต่อตลาดหุ้น สังเกตได้จากตลาดหุ้นจะมีการปรับตัวลงทุกครั้ง เมื่อ Bond Yield เพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า อาจเป็นสัญญาณของการเกิดเงินเฟ้อในอนาคต และเป็นเงินเฟ้อที่เร่งตัวเร็วจนทำให้ธนาคารกลางประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ทำการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรุนแรง เพื่อป้องกันความเสี่ยงของภาวะเงินเฟ้อ พูดง่าย ๆ Bond Yield เอาไว้ดูแนวโน้มที่ทางการจะดำเนินนโยบาย และนโยบายตัวนี้ก็อาจส่งผลต่อตลาดหุ้นโดยตรงนั่นแหละครับ

การลงทุน Bond Yield กลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงเศรษฐกิจถดถอย

ประเด็นแรก ในปีนี้ Bond Yield อายุ 10 ปี สหรัฐฯ พุ่งขึ้นมาแตะระดับ 4% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนที่อยู่ระดับ 1% จึงถือเป็นโอกาสดีมากในการเข้าลงทุน โดยหากเราเข้าลงทุนในตอนนี้จะสามารถล็อคผลตอบแทนไว้ได้จนครบสัญญา

ประเด็นถัดมา เราทราบกันอยู่แล้วว่า ในอนาคตเศรษฐกิจอาจต้องเผชิญกับถาวะถดถอยจากการเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก แต่ในระยะยาวธนาคารกลางต้องมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างแน่นอน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และจะส่งผลให้ราคาพันบัตรปรับตัวขึ้น ซึ่งเป็นจังหวะขายทำกำไร

ประเด็นสุดท้ายและสำคัญที่สุด โดยปกติแล้วการลงทุนใน Bond Yield นั้นถือว่ามีความเสี่ยงที่ต่ำ แต่ผลตอบแทนก็น้อยตามไปด้วย ซึ่ง ณ ตอนนี้ ผลตอบแทนอยู่ในแนวโน้มที่สูงขึ้นแล้ว เราจึงไม่จำเป็นต้องไปเสี่ยงกับความผันผวนในตลาดหุ้นที่ดูเหมือนจะก้าวเข้าสู่ตลาดหมี (Bear Market) เป็นที่เรียบร้อย ใครที่อยากจะพักเงิน หรือมีเงินนอนไว้ระยะยาวเหมาะมาก ๆ ครับ


อย่างไรก็ตาม Bond Yield ถือเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง ซึ่งควรปรับไปตามความเหมาะสม และสถานการณ์ของตลาด ณ ช่วงเวลานั้น นอกจากนี้ยังต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินการเคลื่อนไหวของ Bond Yield

Sourceทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter