
FTSE คือ ดัชนีชี้วัดราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (London Stock Exchange: LSE) จัดทำขึ้นโดยองค์กร FTSE Russell ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจัดทำดัชนีระดับโลก ดัชนีนี้คำนวณจากมูลค่าตามราคาตลาดของบริษัทจดทะเบียน เพื่อสะท้อนภาพรวมและทิศทางของตลาดหุ้นสหราชอาณาจักรครับ
ในบริบทการลงทุนระดับสากล ดัชนีกลุ่ม FTSE ถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำคัญที่ใช้วัดสภาวะเศรษฐกิจทั้งในระดับประเทศและข้ามชาติ บทความนี้อธิบายว่า FTSE คืออะไร โครงสร้างการคำนวณ ความแตกต่างของ FTSE 100 Index กับ FTSE 250 รวมถึงปัจจัยกระทบที่นักลงทุนไทยต้องรู้ครับ
คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- FTSE จัดทำโดย FTSE Russell เพื่อวัดมูลค่าตลาดหุ้นในสหราชอาณาจักรและระดับสากล
- FTSE 100 รวมบริษัทขนาดใหญ่ 100 ตัวแรก ซึ่งรายได้หลักมาจากต่างประเทศ ขณะที่ FTSE 250 สะท้อนเศรษฐกิจภายในประเทศอังกฤษได้ดีกว่า
- การเคลื่อนไหวของ FTSE 100 มักผันผวนสวนทางกับค่าเงินปอนด์ (GBP) เนื่องจากโครงสร้างรายได้ข้ามชาติ
- นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงดัชนี FTSE ได้ทั้งแบบการถือยาวผ่านกองทุนรวม และแบบบริหารความเสี่ยงระยะสั้น

FTSE คืออะไร? ทำความรู้จักดัชนีหุ้นระดับโลก
FTSE คือ คำย่อของ Financial Times Stock Exchange ซึ่งในปัจจุบันดำเนินการภายใต้ชื่อบริษัท FTSE Russell (บริษัทลูกของ London Stock Exchange Group) หน้าที่หลักของดัชนีกลุ่มนี้คือการรวบรวมข้อมูลการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ แล้วนำมาคำนวณเป็นดัชนีชี้วัด เพื่อให้นักลงทุน สถาบันการเงิน และผู้จัดการกองทุนใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง (Benchmark) ผลตอบแทนการลงทุนครับ
ประวัติและที่มาของ Financial Times Stock Exchange (FTSE Russell)
หากสรุปสั้นๆ FTSE คือ ผลลัพธ์จากความร่วมมือระหว่างหนังสือพิมพ์การเงินและตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ที่ต้องการสร้างมาตรวัดกลางให้ตลาดหุ้นอังกฤษครับ การจัดตั้งดัชนีเริ่มขึ้นจากการร่วมมือกันระหว่างหนังสือพิมพ์ Financial Times และตลาดหลักทรัพย์ลอนดอนในปี 1984 ตามข้อมูลที่เผยแพร่โดย FTSE Russell ซึ่งให้บริการจัดทำดัชนีครอบคลุมสินทรัพย์ทั่วโลกในปัจจุบัน
กลไกการคำนวณแบบ Market Capitalization Weighted
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด FTSE คือ ดัชนีที่ให้น้ำหนักกับบริษัทขนาดใหญ่มากกว่าบริษัทขนาดเล็กตามหลัก Market Cap ครับ ดัชนีกลุ่ม FTSE ส่วนใหญ่คำนวณด้วยวิธี Market Capitalization Weighted (คูณด้วย Free-float) หมายความว่า บริษัทที่มีมูลค่าตลาด (Market Cap) สูงกว่า และมีสัดส่วนหุ้นหมุนเวียนในตลาดมากกว่า จะมีน้ำหนักต่อการเปลี่ยนแปลงของดัชนีมากกว่าบริษัทขนาดเล็ก
| องค์ประกอบ | รายละเอียด |
| ผู้ดูแลดัชนี | FTSE Russell (London Stock Exchange Group) |
| ตลาดอ้างอิงหลัก | ตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (London Stock Exchange) |
| วิธีการคำนวณ | Market Capitalization Weighted (Free-float adjusted) |
| การปรับสมดุล (Rebalance) | รายไตรมาส (มีนาคม, มิถุนายน, กันยายน, ธันวาคม) |
ความแตกต่างระหว่าง FTSE 100 Index และ FTSE 250
อย่างที่อธิบายไปว่า FTSE คือ ดัชนีที่แบ่งกลุ่มบริษัทตามขนาดมูลค่าตลาด การเข้าใจความแตกต่างระหว่าง FTSE 100 และ FTSE 250 จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญครับ เมื่อพูดถึงดัชนีหุ้นอังกฤษ ดัชนีหลักที่ถูกอ้างอิงบ่อยที่สุดคือ FTSE 100 และ FTSE 250 ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในเชิงโครงสร้างและแหล่งที่มาของรายได้ครับ
FTSE 100 คืออะไร? เจาะลึกหุ้น 100 ตัวแรกของสหราชอาณาจักร
FTSE 100 index คือ ดัชนีที่คำนวณจากบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงสุด 100 อันดับแรกในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน หุ้นกลุ่มนี้มักเป็นบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ (บลูชิป) เช่น Shell, AstraZeneca, HSBC และ Unilever
จุดเด่นสำคัญของ FTSE 100 index คือ ตามข้อมูลจาก FTSE Russell รายได้ของบริษัทในดัชนีนี้มากกว่า 70-80% มาจากนอกสหราชอาณาจักร ทำให้ FTSE 100 สะท้อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมากกว่าเศรษฐกิจในประเทศอังกฤษเอง
FTSE 250 คืออะไร? หุ้นขนาดกลางที่สะท้อนเศรษฐกิจอังกฤษในประเทศ
FTSE 250 คือ ดัชนีที่คำนวณจากบริษัทที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 101 ถึง 350 ในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน แม้ว่ามูลค่าตลาดรวมจะเล็กกว่า FTSE 100 แต่ FTSE 250 กลับสะท้อนสภาพเศรษฐกิจภายในของสหราชอาณาจักร (UK Domestic Economy) ได้ชัดเจนกว่า เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ดำเนินธุรกิจและมีรายได้หลักภายในประเทศเป็นหลัก
| หัวข้อเปรียบเทียบ | FTSE 100 Index | FTSE 250 Index |
| กลุ่มเป้าหมาย | หุ้นขนาดใหญ่ 100 อันดับแรก | หุ้นขนาดกลาง 250 อันดับถัดมา |
| แหล่งรายได้หลัก | ต่างประเทศ / การค้าโลก (ประมาณ 70-80%) | ภายในสหราชอาณาจักรเป็นหลัก |
| กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก | พลังงาน, การเงิน, สุขภาพ, สินค้าอุปโภค | สินค้าฟุ่มเฟือย, อสังหาริมทรัพย์, การเงินในประเทศ |
| ความผันผวน | ต่ำกว่า (หุ้นบลูชิปมั่นคงสูง) | สูงกว่า (ผันผวนตามเศรษฐกิจในประเทศ) |
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาและทิศทางของดัชนี FTSE
เพราะโดยโครงสร้าง FTSE คือ ดัชนีที่รวมบริษัทข้ามชาติไว้จำนวนมาก ปัจจัยเรื่องค่าเงินและนโยบายการเงินจึงส่งผลกับมันได้ง่ายครับ การเคลื่อนไหวของดัชนี FTSE ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทเท่านั้น แต่ยังได้รับผลกระทบจากปัจจัยเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจดังนี้ครับ
อัตราแลกเปลี่ยนเงินปอนด์ (GBP) กับรายได้ของบริษัทข้ามชาติ
เนื่องจากบริษัทใน FTSE 100 มีรายได้หลักเป็นดอลลาร์สหรัฐหรือสกุลเงินอื่น เมื่อเงินปอนด์ (GBP) อ่อนค่าลง รายได้จากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินปอนด์จะเพิ่มขึ้น ทำให้งบการเงินดูดีขึ้น ปรากฏการณ์นี้ส่งผลให้ราคาหุ้นใน FTSE 100 มักปรับตัวขึ้นเมื่อเงินปอนด์อ่อนค่าลงครับ
นโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) และราคาสินค้าโภคภัณฑ์โลก
นโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเงินของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ดัชนี FTSE 100 มีสัดส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานและขุดเจาะขุดค้นสูง ทิศทางราคาน้ำมันดิบและโลหะในตลาดโลกจึงมีอิทธิพลต่อดัชนีอย่างมาก
เปรียบเทียบ FTSE 100 กับดัชนีหุ้นยุโรปหลักอย่าง DAX
ในเมื่อ FTSE คือ ตัวแทนของตลาดหุ้นอังกฤษ การเทียบกับ DAX ซึ่งเป็นตัวแทนตลาดหุ้นเยอรมนี จะช่วยให้เห็นภาพการกระจายความเสี่ยงได้ชัดขึ้นครับ ถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดสรรน้ำหนักพอร์ต หากคุณต้องการ ศึกษากลไกของดัชนี DAX เพิ่มเติม จะช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาดทุนยุโรปตะวันตกได้รอบด้านยิ่งขึ้น
โครงสร้างอุตสาหกรรม: การเงิน/พลังงาน (FTSE) vs อุตสาหกรรม/ยานยนต์ (DAX)
FTSE 100 ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มการเงิน พลังงาน และสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ DAX 40 ของเยอรมนีเน้นหนักในกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก ยานยนต์ เคมีภัณฑ์ และเทคโนโลยีการผลิต
การเลือกดัชนีที่เหมาะสมตามเป้าหมายการกระจายความเสี่ยง
การเลือกระหว่างสองดัชนีขึ้นอยู่กับว่านักลงทุนต้องการเก็งกำไรตามวัฏจักรสินค้าโภคภัณฑ์และการค้าโลก (เน้น FTSE 100) หรือต้องการอิงตามการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของยุโรป (เน้น DAX)
| มิติเปรียบเทียบ | FTSE 100 (สหราชอาณาจักร) | DAX Index (เยอรมนี) |
| จำนวนหุ้นหลัก | 100 บริษัท | 40 บริษัท |
| อุตสาหกรรมโดดเด่น | พลังงาน, สถาบันการเงิน, ยา/สุขภาพ | ยานยนต์, อุตสาหกรรมหนัก, สารเคมี |
| ประเภทดัชนี | Price Return Index (ทั่วไป) | Performance Index (รวมปันผล) |
ช่องทางการลงทุนใน FTSE สำหรับนักลงทุนไทย
เมื่อเข้าใจแล้วว่า FTSE คือ ดัชนีแบบไหน ขั้นต่อไปคือการเลือกช่องทางลงทุนที่เหมาะกับสไตล์ของแต่ละคนครับ ก่อนที่นักลงทุนจะเริ่มเปิดบัญชีเพื่อเข้าซื้อขาย การ ทำความเข้าใจพื้นฐานการเล่นหุ้น ให้แม่นยำถือเป็นปราการแรกครับ หลังจากนั้นสามารถเลือกช่องทางเข้าถึงดัชนี FTSE ได้ตามวัตถุประสงค์ของการจัดพอร์ต

การลงทุนผ่านกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ (Foreign ETF / Feeder Fund)
ทางเลือกที่สะดวกสำหรับนักลงทุนรายย่อยคือการ เลือกลงทุนผ่านกองทุนหุ้นต่างประเทศ ที่มีนโยบายเป็น Feeder Fund เน้นลงทุนใน ETF ต่างประเทศที่อิงดัชนี FTSE 100 เช่น iShares Core FTSE 100 UCITS ETF ซึ่งเป็นกองทุนที่จดทะเบียนภายใต้มาตรฐานกำกับดูแลกองทุนของยุโรป (UCITS) การลงทุนผ่านกองทุนในไทยอยู่ภายใต้กำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. ช่วยลดความยุ่งยากเรื่องการโอนเงินออกนอกประเทศ
การเทรดสัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) สำหรับการลงทุนระยะสั้น
สำหรับนักเทรดที่ต้องการเก็งกำไรตามทิศทางราคาในระยะสั้น สัญญาซื้อขายส่วนต่าง (CFD) อ้างอิงดัชนี FTSE 100 ช่วยให้สามารถส่งคำสั่งซื้อขายได้ทั้งฝั่งซื้อ (Long) และฝั่งขาย (Short) โดยใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้เงินทุน อย่างไรก็ตาม เลเวอเรจจะขยายทั้งผลตอบแทนและผลขาดทุนในอัตราที่เท่ากัน จึงต้องควบคุมความเสี่ยงด้วยความระมัดระวัง
📌 Tip จากพี่โบ้
ตอนผมเริ่มกระจายความเสี่ยงไปต่างประเทศ ข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยคือมองข้ามความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk) สมมติว่าดัชนี FTSE 100 บวก แต่เงินปอนด์อ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินบาท ผลตอบแทนรวมสุทธิอาจลดลงได้ ผู้อ่านควรศึกษาเรื่องการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) และตรวจสอบเกณฑ์ภาษีของ กรมสรรพากร รวมถึงข้อกำหนดของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอครับ
บทสรุป: กุญแจของการเข้าใจ FTSE เพื่อการกระจายความเสี่ยง
ดัชนี FTSE คือ เครื่องมือสำคัญในการวัดมูลค่าและทิศทางของตลาดหุ้นสหราชอาณาจักร โดยมี FTSE 100 ทำหน้าที่เป็นตัวแทนหุ้นบลูชิปข้ามชาติ และ FTSE 250 ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเศรษฐกิจในประเทศ การเข้าใจโครงสร้างรายได้ ปัจจัยกระทบจากค่าเงินปอนด์ และความเสี่ยงจากการลงทุน จะช่วยให้นักลงทุนกำหนดสัดส่วนการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
📢 Traderbobo แนะนำ
หากคุณสนใจวางแผนพอร์ตในสินทรัพย์ต่างประเทศเพิ่มเติม สามารถเข้าอ่านเนื้อหาและ จัดพอร์ตด้วยดัชนีหุ้นต่างประเทศ ได้ทันทีครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FTSE
FTSE อ่านออกเสียงว่าอย่างไร?
FTSE อ่านออกเสียงว่า “ฟุตซี่” (Footsie) ซึ่งเป็นชื่อเรียกติดปากในวงการการเงินสากล มาจากการย่อชื่อเต็ม Financial Times Stock Exchange พูดง่ายๆ FTSE คือ ชื่อย่อที่คนในวงการเรียกติดปากกันจนกลายเป็น Footsie ไปโดยอัตโนมัติครับ
FTSE 100 index สะท้อนเศรษฐกิจในประเทศอังกฤษได้ดีจริงหรือ?
FTSE 100 index สะท้อนเศรษฐกิจโลกได้ดีกว่าเศรษฐกิจในประเทศอังกฤษครับ เนื่องจากบริษัทในดัชนีนี้เป็นกลุ่มทุนข้ามชาติที่มีรายได้หลักจากนอกประเทศ หากต้องการดูตัวชี้วัดเศรษฐกิจภายในอังกฤษ ควรติดตามดัชนี FTSE 250 แทน
หุ้นใน FTSE 100 จ่ายเงินปันผลสูงจริงไหม?
โดยโครงสร้างแล้ว ตลาดหุ้นอังกฤษขึ้นชื่อเรื่องอัตราจ่ายเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ เนื่องจากมีหุ้นกลุ่มสถาบันการเงิน พลังงาน และสินค้าอุปโภคอยู่มาก อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรตรวจสอบประวัติการจ่ายปันผลของแต่ละบริษัทเพิ่มเติม
นักลงทุนไทยซื้อหุ้นใน FTSE 100 โดยตรงได้หรือไม่?
ทำได้ผ่านบัญชีหุ้นต่างประเทศ (Offshore Trading Account) ที่ให้บริการโดยโบรกเกอร์ไทย หรือเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ แต่มักมีขั้นต่ำและค่าธรรมเนียมสูงกว่า นักลงทุนทั่วไปจึงนิยมใช้ ETF หรือกองทุนรวมมากกว่า
FTSE ต่างจาก S&P 500 อย่างไร?
FTSE 100 เน้นหุ้นคุณค่า (Value Stocks) กลุ่มการเงินและพลังงานของอังกฤษ ขณะที่ S&P 500 เน้นหุ้นเติบโต (Growth Stocks) และกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ทำให้มีลักษณะความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ต่างกัน
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











