
Nasdaq คือ ตลาดหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งแรกของโลกจากสหรัฐอเมริกา และยังเป็นชื่อเรียกของดัชนีราคาหุ้นที่รวบรวมบริษัทชั้นนำเอาไว้มากมาย โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีและนวัตกรรมเปลี่ยนโลก
ในโลกการลงทุนยุคปัจจุบัน ตลาด Nasdaq ถือเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยการเป็นบ้านของบริษัทบิ๊กเทค (Big Tech) ระดับโลก บทความนี้ผมจะพาไปทำความเข้าใจระบบการทำงาน ความแตกต่างของดัชนี เวลาทำการ และช่องทางการลงทุนสำหรับนักลงทุนไทยอย่างละเอียด พูดง่าย ๆ ก็คือ Nasdaq คือ ประตูสู่การลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลก ซึ่งนักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องครับ
⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- Nasdaq ทำหน้าที่เป็นทั้งตลาดหลักทรัพย์ซื้อขายหุ้นแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Exchange) และตัวชี้วัดทิศทางราคา (Index)
- ดัชนี Nasdaq-100 คัดเลือกเฉพาะ 100 บริษัทขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน ขณะที่ Nasdaq Composite รวบรวมหุ้นทั้งหมดกว่า 3,000 ตัวในตลาด
- เวลาเปิดทำการปกติช่วงเวลาไทยคือ 21:30 – 04:00 น. (ช่วง Daylight Saving Time) และ 22:30 – 05:00 น. (ช่วง Standard Time)
- นักลงทุนไทยสามารถเลือกลงทุนได้ทั้งการซื้อหุ้นตรงผ่านโบรกเกอร์ การลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ หรือการซื้อ DR บนตลาดหุ้นไทย
Nasdaq คืออะไร?

Nasdaq คือ ตลาดหลักทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์แห่งแรกของโลกที่ไม่มีลานประมูลราคาแบบเผชิญหน้า (Physical Trading Floor) แต่ใช้ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในการจับคู่คำสั่งซื้อขายทั้งหมด ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางให้บริษัทต่าง ๆ นำหุ้นเข้าจดทะเบียนเพื่อระดมทุนจากนักลงทุนทั่วโลก
กำเนิด Nasdaq และกลไก Electronic Exchange
Nasdaq ย่อมาจาก National Association of Securities Dealers Automated Quotations ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1971 โดยสมาคมผู้ค้าหลักทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐฯ จุดประสงค์แรกเริ่มคือการสร้างระบบเสนอราคาหุ้นที่รวดเร็ว โปร่งใส และลดต้นทุนธุรกรรม
กลไกการทำงานของตลาด Nasdaq อาศัยระบบ Market Maker หรือผู้ดูแลสภาพคล่องหลาย ๆ รายต่อหุ้นหนึ่งตัว คอยส่งราคาเสนอซื้อ (Bid) และราคาเสนอขาย (Ask) เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์กลางตลอดเวลา ทำให้การจับคู่คำสั่งซื้อขายเกิดขึ้นได้ทันทีในระดับมิลลิวินาที ระบบดังกล่าวกลายเป็นแม่แบบของตลาดหลักทรัพย์ยุคใหม่ทั่วโลกในเวลาต่อมา จะเห็นได้ว่า Nasdaq คือ ตลาดที่บุกเบิกระบบซื้อขายแบบอิเล็กทรอนิกส์เป็นเจ้าแรกของโลกอย่างแท้จริงครับ
ทำไม Nasdaq ถึงเป็นศูนย์รวมของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีระดับโลก
ในช่วงเริ่มต้นเปิดตลาด Nasdaq มีเกณฑ์การรับบริษัทเข้าจดทะเบียนที่ยืดหยุ่นกว่าตลาดโบราณอย่าง NYSE ทำให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มก่อตั้ง แต่มีอัตราการเติบโตสูง สนใจเข้ามาระดมทุนในตลาดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก
เมื่อเวลาผ่านไป บริษัทสตาร์ทอัปเล็ก ๆ เหล่านั้นได้เติบโตจนกลายมาเป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยีของโลก เช่น Apple, Microsoft, Alphabet (Google), Amazon, Meta และ Nvidia ตลาด Nasdaq จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของการลงทุนในนวัตกรรม สินทรัพย์ดิจิทัล และเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกโดยปริยาย
ความแตกต่างระหว่างตลาด Nasdaq และดัชนี Nasdaq
ความแตกต่างหลักคือ Nasdaq ในฐานะตลาดหลักทรัพย์ (Stock Exchange) คือสถานที่หรือระบบกลางสำหรับซื้อขายหุ้น ขณะที่ดัชนี Nasdaq (Stock Index) คือตัวเลขสถิติที่ใช้เปรียบเทียบและวัดการเปลี่ยนแปลงของราคาหุ้นกลุ่มต่าง ๆ ในตลาดครับ
นักลงทุนหลายท่านมักสับสนเมื่อได้ยินข่าวว่า “วันนี้ Nasdaq ปรับตัวขึ้น 2%” ซึ่งในบริบทของข่าวนั้น หมายถึง ดัชนีราคาหุ้น ไม่ใช่ตัวตลาดหลักทรัพย์ หากต้องการศึกษากลไกของตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯ เพิ่มเติม สามารถเลือก เปรียบเทียบข้อแตกต่างกับตลาด NYSE เพื่อให้เห็นภาพรวมของทั้งสองตลาดหลักได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ตลาด Nasdaq | ตลาด NYSE (New York Stock Exchange) |
| รูปแบบการดำเนินงาน | ระบบอิเล็กทรอนิกส์ 100% (Screen-based) | ผสมผสานระหว่างระบบอิเล็กทรอนิกส์และห้องค้า (Hybrid System) |
| กลไกการจับคู่ราคา | ระบบ Market Maker (Dealer Market) | ระบบ Specialist (Auction Market) |
| ประเภทหุ้นหลักที่จดทะเบียน | หุ้นเทคโนโลยี, นวัตกรรม, ไบโอเทค, สตาร์ทอัป | หุ้นสถาบันการเงิน, อุตสาหกรรมหนัก, หุ้นคุณค่า (Value Stocks) |
| จำนวนบริษัทจดทะเบียน | ประมาณ 3,300+ กว่าบริษัท ตามข้อมูลของ Nasdaq | ประมาณ 2,400+ กว่าบริษัท ตามข้อมูลของ NYSE ครับ |
| ความผันผวนของราคา | ค่อนข้างสูง (High Volatility) | ปานกลาง (Moderate Volatility) |
โดยสรุปแล้ว Nasdaq คือ ทั้งสถานที่ซื้อขายและตัวชี้วัดทิศทางราคาในเวลาเดียวกัน ซึ่งนักลงทุนควรแยกแยะให้ชัดเจนครับ
ดัชนี Nasdaq 100 คืออะไร และต่างจาก Nasdaq Composite อย่างไร?
ดัชนี Nasdaq 100 คือ ตัวชี้วัดที่คำนวณจากมูลค่าตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของบริษัทขนาดใหญ่ที่สุด 100 อันดับแรกที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq โดยไม่รวมบริษัทในหมวดสถาบันการเงิน ขณะที่ Nasdaq Composite คือดัชนีที่คำนวณจากหุ้นทั้งหมดกว่า 3,000 ตัวในตลาดครับ

Nasdaq-100 (NDX): 100 บริษัทชั้นนำนอกกลุ่มการเงิน
ดัชนี Nasdaq-100 ถือเป็นดัชนียอดนิยมที่กองทุนชั้นนำทั่วโลกใช้เป็นตัวเทียบวัดผลตอบแทน (Benchmark) หุ้นในดัชนีนี้ประกอบด้วยบริษัทเทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ อีคอมเมิร์ซ และค้าปลีกระดับโลก การคัดเลือกหุ้นจะพิจารณาจากมูลค่าตามราคาตลาดและสภาพคล่องในการซื้อขาย โดยไม่นำบริษัทในกลุ่มธนาคาร การเงิน หรือการประกันภัยเข้ามารวม เพื่อสะท้อนภาพการเติบโตของภาคการผลิตและนวัตกรรมอย่างแท้จริง
Nasdaq Composite (IXIC): ดัชนีภาพรวมทั้งตลาด
Nasdaq Composite คือดัชนีที่ครอบคลุมหุ้นทั้งหมดที่จดทะเบียนในตลาด Nasdaq ไม่ว่าจะเป็นหุ้นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก รวมไปถึงใบรับฝากหุ้นต่างประเทศ (ADR) และ REITs ด้วยเหตุนี้ ดัชนี Composite จึงมีความผันผวนและสะท้อนภาพรวมของบริษัทในกลุ่มนวัตกรรมทั้งหมดได้อย่างกว้างขวาง
| คุณลักษณะ | Nasdaq-100 (NDX) | Nasdaq Composite (IXIC) | S&P 500 (SPX) |
| จำนวนหุ้นที่ใช้คำนวณ | 100 บริษัทหลัก | 3,300+ บริษัท (หุ้นทั้งหมด) | 500 บริษัทชั้นนำของสหรัฐฯ |
| กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก | เทคโนโลยี, สินค้าฟุ่มเฟือย, สื่อสาร | เทคโนโลยี, สุขภาพ, การเงิน, บริการ | กระจายครบทุกอุตสาหกรรม |
| การกระจายความเสี่ยง | กระจุกตัวในหุ้นเทคขนาดใหญ่ | กระจายตัวในตลาด Nasdaq | กระจายตัวสูงสุดในเศรษฐกิจสหรัฐฯ |
| ระดับความผันผวน | สูง | สูง | ปานกลาง |
ตลาด Nasdaq เปิดกี่โมงตามเวลาประเทศไทย?
เนื่องจาก Nasdaq คือ ตลาดที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ เวลาทำการจึงต้องเทียบกับเวลาไทยให้ดีก่อนวางแผนซื้อขายครับ ตลาด Nasdaq เปิดทำการซื้อขายปกติช่วงเวลา 21:30 น. ถึง 04:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ในช่วง Daylight Saving Time (ฤดูร้อน/ใบไม้ร่วง) และเปิดเวลา 22:30 น. ถึง 05:00 น. ในช่วง Standard Time (ฤดูหนาว) ครับ
นักลงทุนไทยที่ต้องการติดตามสภาวะตลาด ควรเข้าใจการปรับเปลี่ยนเวลาทำการเนื่องจากสหรัฐอเมริกามีการปรับเวลามองโกเลียและเวลาออมแสงตามฤดูกาล ซึ่งจะส่งผลต่อเวลาเปิด-ปิดตลาดเมื่อเทียบกับเวลาประเทศไทยดังนี้
| ช่วงเวลา / ฤดูกาล | เวลาทำการสหรัฐฯ (ET) | เวลาประเทศไทย (ICT) | สภาวะการซื้อขาย |
| Pre-Market (ก่อนเปิดตลาด) | 04:00 – 09:30 ET | 15:00 – 20:30 น. (DST) / 16:00 – 21:30 น. (ST) | สภาพคล่องต่ำ Spread กว้าง |
| Regular Market (ตลาดปกติ) | 09:30 – 16:00 ET | 21:30 – 04:00 น. (DST) / 22:30 – 05:00 น. (ST) | สภาพคล่องสูงสุด ความผันผวนปกติ |
| Post-Market (หลังปิดตลาด) | 16:00 – 20:00 ET | 04:00 – 08:00 น. (DST) / 05:00 – 09:00 น. (ST) | ซื้อขายหลังประกาศงบการเงิน |
ช่วงเวลาปรับเปลี่ยนฤดูกาล (Daylight Saving Time) โดยปกติจะเริ่มตั้งแต่วันอาทิตย์แรกของเดือนมีนาคม ไปจนถึงวันอาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายนของทุกปี นักลงทุนควรตรวจสอบปฏิทินเวลาทำการอย่างสม่ำเสมอเพื่อไม่ให้พลาดจังหวะการลงทุนครับ
วิธีเริ่มต้นลงทุนใน Nasdaq สำหรับนักลงทุนไทย

เมื่อเข้าใจแล้วว่า Nasdaq คือ ตลาดที่มีสภาพคล่องสูงและเข้าถึงหุ้นเทคระดับโลกได้ นักลงทุนไทยจึงมีช่องทางเข้าลงทุนได้หลายรูปแบบดังนี้ครับ การเริ่มต้นลงทุนในตลาด Nasdaq สำหรับนักลงทุนไทยสามารถทำได้หลายช่องทาง ทั้งการลงทุนซื้อหุ้นตรง การลงทุนผ่านกองทุนรวม หรือการซื้อตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR) บนตลาดหุ้นไทยครับ
ก่อนเริ่มลงทุน นักลงทุนควร ทำความเข้าใจพื้นฐานการเลือกซื้อหุ้น ให้แม่นยำ เพื่อวิเคราะห์งบการเงินและประเมินมูลค่าหุ้นได้อย่างถูกต้อง โดยช่องทางการลงทุนหลักมีรายละเอียดดังนี้
1. การซื้อหุ้นตรงผ่านโบรกเกอร์ไทยและต่างประเทศ
นักลงทุนสามารถเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นต่างประเทศ (Offshore Trading) กับบริษัทหลักทรัพย์ในไทยที่ได้รับอนุญาต หรือเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ต่างประเทศโดยตรง วิธีนี้ช่วยให้สามารถเลือกซื้อหุ้นรายตัวใน Nasdaq เช่น Apple หรือ Nvidia ได้ตามต้องการ
2. การลงทุนผ่านกองทุนรวมต่างประเทศ (Feeder Fund) และ ETF
สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงผ่านกองทุนหุ้นต่างประเทศ การเลือกลงทุนในกองทุนรวมไทยที่มีนโยบายนำเงินไปลงทุนในกองทุนหลักต่างประเทศ (Master Fund) เช่น Invesco QQQ Trust (ซึ่งอิงตามดัชนี Nasdaq-100) ถือเป็นทางเลือกที่สะดวก สะสมมูลค่าได้ง่าย และมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพคอยดูแล
3. การซื้อตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (DR / DRx)
นักลงทุนสามารถซื้อขาย DR ที่อ้างอิงหุ้นหรือ ETF ในตลาด Nasdaq ผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ได้โดยตรงด้วยเงินบาท ช่วยลดความยุ่งยากเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
ข้อควรรู้เรื่องการกำกับดูแลและภาษี การลงทุนในต่างประเทศต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การส่งออกเงินทุนภายใต้การดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. ของไทย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์การลงทุนต่างประเทศผ่าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้เช่นกัน
ในส่วนของภาษีเงินได้จากการลงทุนต่างประเทศ นักลงทุนต้องพิจารณาเกณฑ์การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อนำเงินกำไร (Capital Gain) กลับเข้าประเทศตามเกณฑ์ของ กรมสรรพากร
📢 Traderbobo แนะนำ
ตอนผมเริ่มลงทุนในหุ้นเทคฯ บนตลาด Nasdaq ใหม่ ๆ สิ่งที่เคยพลาดคือการทุ่มเงินซื้อหุ้นเติบโตสูง (Growth Stock) ในช่วงที่ดัชนีทำจุดสูงสุดใหม่ บทเรียนสำคัญคือดัชนี Nasdaq มีความผันผวนสูงกว่าดัชนีทั่วไปมาก การแบ่งเงินกระจายความเสี่ยงและทยอยลงทุนแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) ในช่วงที่ตลาดปรับฐาน จะช่วยลดความผันผวนของพอร์ตในระยะยาวได้ดีกว่าครับ
สรุป Nasdaq คืออะไร และแนวทางการลงทุนในตลาดหุ้นเทคฯ อย่างมั่นใจ
ตลาด Nasdaq ถือเป็นประตูสู่การลงทุนในหุ้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกที่มีการเติบโตสูง การทำความเข้าใจโครงสร้างตลาด ความแตกต่างของดัชนี และตารางเวลาทำการ จะช่วยให้นักลงทุนไทยสามารถวางแผนพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สิ่งสำคัญที่สุดคือการประเมินความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างรอบคอบ เพื่อให้การลงทุนในหุ้นเทคฯ เป็นไปตามเป้าหมายทางการเงินระยะยาวครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Nasdaq
Nasdaq ย่อมาจากอะไร และเริ่มเปิดดำเนินงานตั้งแต่เมื่อไหร่?
Nasdaq ย่อมาจาก National Association of Securities Dealers Automated Quotations เริ่มเปิดดำเนินงานซื้อขายหลักทรัพย์อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปี 1971 โดยเป็นตลาดหลักทรัพย์แห่งแรกของโลกที่ใช้ระบบการซื้อขายผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดครับ
ดัชนี Nasdaq 100 ต่างจาก S&P 500 อย่างไร?
ดัชนี Nasdaq 100 เน้นคัดเลือก 100 บริษัทขนาดใหญ่ในตลาด Nasdaq โดยไม่รวมกลุ่มสถาบันการเงิน จึงมีสัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีสูงถึง 50-60% ส่วน S&P 500 คัดเลือก 500 บริษัทชั้นนำจากทุกตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐฯ และกระจายตัวในทุกอุตสาหกรรม จึงมีความผันผวนน้อยกว่าครับ
ตลาด Nasdaq เปิดกี่โมงตามเวลาประเทศไทยในช่วงฤดูร้อนและฤดูหนาว?
ในช่วงฤดูร้อนถึงฤดูใบไม้ร่วง (Daylight Saving Time) ตลาดเปิดเวลา 21:30 น. ถึง 04:00 น. ตามเวลาไทย ส่วนในฤดูหนาว (Standard Time) ตลาดจะปรับเวลาเปิดเป็น 22:30 น. ถึง 05:00 น. ตามเวลาไทยครับ
นักลงทุนไทยซื้อหุ้นใน Nasdaq ต้องเสียภาษีอย่างไร?
เงินปันผลที่ได้รับจากหุ้นสหรัฐฯ เงินปันผลที่ได้รับจากหุ้นสหรัฐฯ จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) ในอัตราสูงสุด 30% ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS) ซึ่งอาจลดลงได้หากยื่นเอกสารขอใช้สิทธิตามอนุสัญญาภาษีซ้อนครับ ส่วนกำไรจากการขายหุ้น (Capital Gain) หากนำกลับเข้าประเทศไทยในปีภาษีใด อาจต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามเกณฑ์ของกรมสรรพากรครับ
ลงทุนใน Nasdaq ผ่านกองทุนรวมต่างประเทศหรือซื้อหุ้นตรง แบบไหนดีกว่ากัน?
ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และเป้าหมายครับ การซื้อหุ้นตรงเหมาะกับผู้ที่ต้องการเลือกบริษัทเจาะจงและรับความเสี่ยงรายบริษัทได้ ส่วนการลงทุนผ่านกองทุนรวมหรือ ETF เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังหลาย ๆ บริษัทและมีผู้จัดการกองทุนคอยบริหารจัดการให้ครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











