
Harmonic Pattern คือ หนึ่งในเทคนิคการวิเคราะห์กราฟที่สร้างโอกาสชนะในตลาดได้สูงกว่า 65 – 70% และมีความแม่นยำสูง เนื่องจากเทคนี้มีแนวคิดและที่มาจากตัวเลข Fibonacci ทำให้เทรดเดอร์หลายคนนิยมนำเทคนิคนี้ไปวิเคราะห์กราฟราคาร่วมกับการดูภาพรวมของตลาด
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จัก Harmonic Pattern อย่างลงลึกตั้งแต่จุดกำเนิดไปจนถึงวิธีการใช้งานตลาด รวมถึงเผยเคล็ดลับการเทรด Forex ด้วยฮาร์โมนิกที่อาจจะยังไม่มีสอนฟรีที่ไหน!
*หมายเหตุ: บทความนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ได้เป็นการชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด ผู้ลงทุนควรศึกษาความเสี่ยงในการลงทุนให้ดีก่อนเริ่มทำการลงทุนครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
ทำความรู้จัก Harmonic Pattern คืออะไร?

Harmonic Pattern คือ หนึ่งในรูปแบบของ Price Pattern ประเภทการกลับตัวที่มีความซับซ้อน แต่แลกมาด้วยประสิทธิภาพและ Win Rate ที่สูงขึ้น โดยจุดกลับตัวแต่ละจุดถูกคำนวณด้วย Fibonacci Retracement และ Extension ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็น “สัดส่วนทองคำ” นอกจากนี้ ยังเหมาะแก่การทำกำไรในสภาวะตลาด Sideway
*หมายเหตุ: การเทรด Forex ด้วย Harmonic Pattern เหมาะกับตลาด Sideway โดยต้องใช้กรอบเวลา 1H ขึ้นไป
ข้อดีและข้อควรระวังของ Harmonic Pattern
ข้อดี
- ขยายโอกาสในการทำกำไร และลดความเสี่ยงจากการขาดทุน
- Harmonic เป็นแพทเทิร์นการกลับตัวที่มีความแม่นยำสูง
- สามารถประยุกต์ใช้ในการเทรดได้กับทุกสินทรัพย์
- เพิ่มความแม่นยำในการกำหนดจุด TP และ SL
- เหมาะกับการทำกำไรช่วงสภาวะตลาด Sideway ซึ่งพบได้ยากในเทคนิคทั่วไป
ข้อควรระวัง
- ค่อนข้างซับซ้อนกว่าเทคนิคอื่น ๆ
- ต้องใช้ความแม่นยำในการจดจำรูปแบบต่าง ๆ ของ Harmonic Pattern
- ไม่เหมาะกับการใช้บนตลาดที่มีความผันผวนสูง
*หมายเหตุ: คุณสามารถใช้ Harmonic Pattern ร่วมกับอินดิเคเตอร์ตัวอื่น ๆ ได้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์แนวโน้ม
Harmonic Pattern แตกต่างจาก Price Action อย่างไร?
Harmonic Pattern จะเน้นไปที่ ความแม่นยำของสัดส่วน Fibonacci เป็นหลักในการระบุจุดกลับตัว แต่ Price Action จะเน้นรูปแบบแท่งเทียน หรือแนวรับ/แนวต้านทั่วไป เพื่ออ่านความเคลื่อนไหวของราคา ทำให้การดู Harmonic Pattern จะซับซ้อนมากกว่าการดู Price Action ครับ
อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า Harmonic Pattern ควรจะใช้งานควบคู่กับ Fibonacci ดังนั้น คุณต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับการตีเส้น Fibo เบื้องต้น ซึ่งเราจะอธิบายอย่างละเอียดในหัวข้อถัดไป ก่อนที่คุณจะเข้าสู่หลักสูตร Harmonic Pattern อย่างแท้จริงครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
Fibonacci คืออะไร?
Fibonacci คือ อินดิเคเตอร์ที่ได้รับความนิยมในทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น Forex, Stock รวมถึง Cryptocurrency ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการหาแนวรับ-แนวต้าน, จุดพักตัวของราคา, จุดกลับตัวของราคา และจุดตั้ง TP/SL ด้วยตัวเลขที่มีการคำนวณมาอย่างแม่นยำ สำหรับประเภทของ Fibo ที่ถูกนำมาใช้ร่วมกับ Harmonic Pattern จะมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่ Fibonacci Retracement และ Extension
📢 Traderbobo แนะนำ
Fibonacci ถือเป็นเครื่องมือทรงพลังในการหาแนวรับ-แนวต้าน ที่ถึงแม้จะมีความซับซ้อน แต่ก็มีความแม่นยำในตัวของมันเอง ศึกษา Fibonacci เพิ่มเติมได้ที่บทความด้านล่างนี้
การใช้ Fibo ร่วมกับ Harmonic Pattern
| สรุป | Fibonacci Retracement | Fibonacci Extension | ||
| แนวโน้มขาขึ้น | แนวโน้มขาลง | แนวโน้มขาขึ้น | แนวโน้มขาลง | |
| การใช้งาน | ทำหน้าที่เป็น “แนวรับ” | ทำหน้าที่เป็น “แนวต้าน” | ทำหน้าที่เป็น “แนวต้าน” | ทำหน้าที่เป็น “แนวรับ” |
| หลักการ | ▪ ใช้หาจุดพักตัวของราคา ▪ มี Level ตั้งแต่ 0-100 | ▪ ใช้หาเป้าหมายของราคา ▪ มี Level ตั้งแต่ 100 ขึ้นไป | ||
. . . . . . . . . . . . . . .
หลังจากที่คุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งาน Fibo ร่วมกับ Harmonic Pattern ในเบื้องต้นแล้ว ต่อไปเราจะอธิบายเทคนิคการใช้ Fibo เพื่อหาตำแหน่งของแพทเทิร์นฮาร์โมนิก โดยมีจุดสำคัญทั้งหมด 5 ตำแหน่ง ได้แก่ X, A, B, C และ D ซึ่งรายละเอียดดังต่อไปนี้สำคัญมาก เนื่องจากเป็นเทคนิคเบื้องต้นในการทำกำไรจากรูปแบบ Harmonic Pattern
. . . . . . . . . . . . . . .
สอนการใช้ Fibo หาตำแหน่ง Harmonic Pattern
สำหรับเนื้อหาในหัวข้อนี้ อันดับแรกคุณต้องรู้ก่อนว่า Harmonic Pattern สามารถแบ่งรูปแบบได้ออกเป็น 2 ลักษณะหลัก ๆ ได้แก่ ลักษณะที่มีรูปร่างคล้ายตัว W หรือที่เราเรียกกันว่า Retracement Harmonic Pattern และลักษณะที่มีรูปร่างคล้ายตัว M หรือที่เรียกกันว่า Extension Harmonic Pattern ซึ่งจุดในแต่ละลักษณะจะมีการใช้ Fibo ที่แตกต่างกันออกไป โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
| ทำความเข้าใจลักษณะของ Harmonic Pattern | ReadMore |
| การใช้ Fibo หาตำแหน่ง Bullish Harmonic Pattern (ตัว M) | ReadMore |
| การใช้ Fibo หาตำแหน่ง Bearish Harmonic Pattern (ตัว W) | ReadMore |
ลักษณะของรูปแบบ Harmonic Pattern

Bullish Harmonic Pattern คือ แพทเทิร์นกราฟที่มีโอกาสกลับตัวสูงจากแนวโน้มขาลง (Downtrend) เป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) แพทเทิร์นรูปแบบนี้ จึงนิยมใช้หาจุดเข้าออเดอร์ Buy โดยจะมีลักษณะคล้ายกับรูปตัว ‘M’

Bearish Harmonic Pattern คือ แพทเทิร์นกราฟที่มีโอกาสกลับตัวสูงจากแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) เป็นแนวโน้มขาลง (Downtrend) แพทเทิร์นรูปแบบนี้ จึงนิยมใช้หาจุดเข้าออเดอร์ Sell โดยจะมีลักษณะคล้ายกับรูปตัว ‘W’
จุด C อาจเกิดสูงหรือต่ำกว่าจุด A ก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของ Harmonic Pattern นั้น ๆ แต่สิ่งที่คุณต้องจำให้ได้ คือ ตำแหน่งของจุด D
• หาก Harmonic มีลักษณะเป็นตัว “W” จุด D ต้องอยู่สูงกว่าจุด B เท่านั้น
• หาก Harmonic มีลักษณะเป็นตัว “M” จุด D ต้องอยู่ต่ำกว่าจุด B เท่านั้น
การใช้ Fibo หาตำแหน่ง Bullish Harmonic Pattern (ตัว M)

การใช้ Fibo หาจุด X, A ของ Bullish Harmonic Pattern
| Step 1 | สังเกตราคาที่มีทิศทางขึ้นและเกิดการย่อตัวลง |
| Step 2 | ตีเส้น Fibo จากจุด X ไป A หรือตีเส้นจากล่าง (Swing Low) ขึ้นไปบน (Swing High) |
| Step 3 | ▪ หากราคาที่ย่อตัวลงมาอยู่ในระดับ 38.2% – 86.6% หมายความว่า X และ A ได้เกิดขึ้นแล้ว ▪ Swing Low = X ▪ Swing High = A |
การใช้ Fibo หาจุด B ของ Bullish Harmonic Pattern
| Step 1 | เมื่อราคาย้อนกลับมาจากจุด A แล้ว จุดต่ำสุดถัดไปอาจเป็นจุด B |
| Step 2 | ราคาที่ย่อตัวลงมาต้องอยู่ที่ระดับ 61.8% (สำหรับ Gartley) |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด B ขึ้นแล้ว |
*หมายเหตุ: ระดับ Fibo ณ จุด B จะช่วยคอนเฟิร์มรูปแบบของ Harmonic Pattern ซึ่งต้องอาศัยการจดจำในระดับหนึ่ง
การใช้ Fibo หาจุด C ของ Bullish Harmonic Pattern
| Step 1 | ตีเส้น Fibo จากจุด A ไป B |
| Step 2 | ราคาต้องเด้งขึ้นมาจากจุด B มาที่ระดับ 38.2% – 88.6% |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด C ขึ้นแล้ว |
*หมายเหตุ: จุด C อาจเกิดสูงหรือต่ำกว่าจุด A ก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของ Harmonic Pattern นั้น ๆ
การใช้ Fibo หาจุด D ของ Bullish Harmonic Pattern
| Step 1 | ตีเส้น Fibo จากจุด X ไป A อีกครั้ง |
| Step 2 | ราคาต้องย่อตัวลงจาก C มาที่ระดับ 78.6% ของ XA |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด D ขึ้นแล้ว โดยจุด D ต้องอยู่ต่ำกว่าจุด B เท่านั้น |
การใช้ Fibo หาตำแหน่ง Bearish Harmonic Pattern (ตัว W)

การใช้ Fibo หาจุด X, A ของ Bearish Harmonic Pattern
| Step 1 | สังเกตราคาที่มีทิศทางลงและเกิดการเด้งตัวขึ้น |
| Step 2 | ตีเส้น Fibo จากจุด X ไป A หรือตีเส้นจากบน (Swing High) ลงมาล่าง (Swing Low) |
| Step 3 | ▪ หากราคาที่เด้งตัวขึ้นมาอยู่ในระดับ 38.2% – 86.6% หมายความว่า X และ A ได้เกิดขึ้นแล้ว ▪ Swing Low = A ▪ Swing High =X |
การใช้ Fibo หาจุด B ของ Bearish Harmonic Pattern
| Step 1 | โดยทั่วไป เมื่อคุณสามารถหา X และ A ได้ จะเป็นการคอนเฟิร์ม B ทันที (หากตรงตามเงื่อนไข) |
| Step 2 | ราคาที่เด้งตัวขึ้นมาต้องอยู่ที่ระดับ 78.6% (สำหรับ Butterfly) |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด B ขึ้นแล้ว |
*หมายเหตุ: ระดับ Fibo ณ จุด B จะช่วยคอนเฟิร์มรูปแบบของ Harmonic Pattern ซึ่งต้องอาศัยการจดจำรูปแบบระดับหนึ่ง
การใช้ Fibo หาจุด C ของ Bearish Harmonic Pattern
| Step 1 | ตีเส้น Fibo จากจุด A ไป B |
| Step 2 | ราคาต้องย่อตัวลงมาจากจุด B ไปที่ระดับ 38.2% – 88.6% |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด C ขึ้นแล้ว |
*หมายเหตุ: จุด C อาจเกิดสูงหรือต่ำกว่าจุด A ก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบของ Harmonic Pattern นั้น ๆ
การใช้ Fibo หาจุด D ของ Bearish Harmonic Pattern
| Step 1 | ตีเส้น Fibo จากจุด X ไป A อีกครั้ง |
| Step 2 | ราคาต้องเด้งขึ้นมาจากจุด C ไปที่ระดับ 127.2% – 161.8% |
| Step 3 | หากตรงตามเงื่อนไขดัง Step 2 หมายความว่า ณ ระดับนั้นได้เกิดจุด D ขึ้นแล้ว โดยจุด D ต้องอยู่สูงกว่าจุด B เท่านั้น |
หลังจากที่คุณได้จุด C ออกมาแล้ว จะช่วยให้คุณพอคาดการณ์ได้ว่า จุด D จะอยู่สูงหรือต่ำกว่าจุด X ซึ่งเป็นที่มาของการกำหนดจุด Take Profit (TP) และแนวทางคร่าว ๆ ในการทำกำไร
สอนการดูรูปแบบ Harmonic Pattern มีกี่แบบ
ในหัวข้อนี้ เราจะกล่าวถึงรูปแบบ Harmonic Pattern ยอดนิยม เนื่องจากคุณสามารถพบเห็นได้ทั่วไปในการเทรด และยังเป็นรูปแบบที่มีความแม่นยำ รวมถึงมีโอกาสกลับตัวสูงที่สุด โดยมีทั้งหมด 6 รูปแบบ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น Bullish Harmonic Pattern และ Bearish Harmonic Pattern
- รูปแบบที่ 1: AB=CD
- รูปแบบที่ 2: Bat
- รูปแบบที่ 3: Gartley
- รูปแบบที่ 4: Crab
- รูปแบบที่ 5: Butterfly
- รูปแบบที่ 6: Cypher

ตารางสรุปการตี Fibonacci ใน Harmonic Pattern รูปแบบต่าง ๆ
รูปแบบของ Harmonic Pattern | ||||||
รูปแบบ Harmonic Pattern | จุด X | จุด A | จุด B | จุด C | จุด D | |
AB=CD | Bullish | – | Swing High | Swing Low | 61.8% – 78.6% | 127% หรือ 161.8% |
Bearish | – | Swing Low | Swing High | 61.8% – 78.6% | 127% หรือ 161.8% | |
Bat | Bullish | Swing Low | Swing High | 38.2% – 50% | 38.2% – 88.6% | 88.6% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 38.2% – 50% | 38.2% – 88.6% | 88.6% | |
Gartley | Bullish | Swing Low | Swing High | 61.8% | 38.2% – 88.6% | 78.6% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 61.8% | 38.2% – 88.6% | 78.6% | |
Crab | Bullish | Swing Low | Swing High | 38.2% – 61.8% | 38.2% – 88.6% | 161.8% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 38.2% – 61.8% | 38.2% – 88.6% | 161.8% | |
Butterfly | Bullish | Swing Low | Swing High | 78.6% | 38.2% – 88.6% | 127% หรือ 161.8% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 78.6% | 38.2% – 88.6% | 127% หรือ 161.8% | |
Cypher | Bullish | Swing Low | Swing High | 38.2% – 61.8% | 127% หรือ 161.8% | 78.6% |
Bearish | Swing High | Swing Low | 38.2% – 61.8% | 127% หรือ 161.8% | 78.6% | |
รูปแบบ AB=CD Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish AB=CD Harmonic Pattern

- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B มาจาก Swing Low
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดการเด้งขึ้นมาระหว่าง 61.8% – 78.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก B ขึ้นไป C โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
📌 หากราคาเคยสร้าง Demand Zone ไว้ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดจุด D
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL เหนือ Demand Zone ประมาณ 10-20 จุด
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish AB=CD Harmonic Pattern

- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B มาจาก Swing High
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาเกิดการพักตัวลงมาระหว่าง 61.8% – 78.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก B ลงมา C โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
📌 หากราคาเคยสร้าง Supply Zone ไว้ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการกำหนดจุด D
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL เหนือ Supply Zone ประมาณ 10-20 จุด
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Bat Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Bat Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 50% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 88.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้จุด X
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Bat Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 50% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 88.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด X
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Gartley Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Gartley Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาที่ระดับ 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 78.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้จุด X
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Gartley Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการพักตัวลงมาที่ระดับ 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 78.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด X
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Crab Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Crab Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้จุด D
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Crab Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด D
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Butterfly Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Butterfly Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาที่ระดับ 78.6% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไปที่ระดับ 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้ D (Demand Zone)
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Butterfly Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการเด้งตัวขึ้นไปที่ระดับ 78.6% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาระหว่าง 38.2% – 88.6% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 127% หรือ 161.8% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด D (Supply Zone)
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
รูปแบบ Cypher Harmonic Pattern

วิธีใช้ Bullish Cypher Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing Low
- จุด A มาจาก Swing High
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A หากราคาเกิดพักตัวลงมาที่ระดับ 38.2% – 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก A ลงมา B หากราคาเกิดเด้งตัวขึ้นไปที่ระดับ 127% หรือ 161.8% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ขึ้นไป A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 78.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Buy ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้ใต้จุด D (Demand Zone)
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
วิธีใช้ Bearish Cypher Harmonic Pattern

- จุด X มาจาก Swing High
- จุด A มาจาก Swing Low
- จุด B หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A หากราคาเกิดการเด้งตัวขึ้นไประหว่าง 38.2% – 61.8% หมายความว่า จุด B ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด C หาได้จากการตีเส้น Fibo Extension จาก A ขึ้นไป B หากราคาย่อตัวลงมาที่ระดับ 127% หรือ 161.8% หมายความว่า จุด C ได้เกิดขึ้นแล้ว
- จุด D หาได้จากการตีเส้น Fibo Retracement จาก X ลงมา A อีกครั้ง โดยจุด D จะอยู่ที่ระดับ 78.6% ซึ่งการเปิดออเดอร์ Sell ณ จุด D จะได้เปรียบมากกว่า
การวาง TP, SL และจุดเข้าออเดอร์
- เปิดออเดอร์ Buy ที่จุด C (เทรดตามเทรนด์)
- เปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D (เทรดสวนเทรนด์)
- ตั้ง SL ไว้เหนือจุด D (Supply Zone)
*หมายเหตุ: การตั้ง TP และ SL Harmonic Pattern สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามกลยุทธ์ของแต่ละบุคคล และการเปิดออเดอร์ที่จุด C จำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการเทรด
. . . . . . . . . . . . . . .
ทั้งหมดนี้ คือ รูปแบบ Harmonic Pattern ที่คุณสามารถพบเจอได้บ่อย และมีโอกาสกลับตัวสูง ซึ่งในการเทรดจริงคุณจำเป็นต้องจดจำรูปแบบต่าง ๆ และมองให้ออกว่า Harmonic Pattern ที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นมีลักษณะอย่างไร เพื่อวิเคราะห์โอกาสในการทำกำไร ในหัวข้อถัดไป เราจะมาแชร์เทคนิคเฉพาะในการเข้าเทรดที่คุณอาจจะยังไม่เคยรู้
. . . . . . . . . . . . . . .
สอน Harmonic Pattern ให้ได้กำไรแบบดับเบิล!
โดยทั่วไปเทรดเดอร์มักจะทำการเปิดออเดอร์ Buy หรือ Sell ไว้ที่จุด D เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำกว่าการเข้าเทรดในจุดอื่น ๆ และค่อนข้างมีความแม่นยำสูง รวมถึงจุด D ยังเป็นจุดที่ Harmonic Pattern ได้มีการก่อตัวขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว แต่หากคุณเริ่มมีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับแพทเทิร์นเหล่านี้แล้ว คุณจะสามารถเล็งเห็นโอกาสที่อาจช่วยเพิ่มกำไรของขึ้นให้สูงขึ้นได้ด้วยการทำกำไรแบบดับเบิล 2 ต่อ
📌 การทำกำไรจาก Harmonic Pattern เป็นการเทรดแบบสวนเทรนด์ โดยนิยมเปิดออเดอร์ที่จุด D แต่หากคุณมีความเชี่ยวชาญและมองรูปแบบออกคร่าว ๆ อาจนำมาสู่โอกาสในการเปิดออเดอร์ตามเทรนด์ที่จุด C แต่ต้องยอมรับว่า มีความเสี่ยงที่จะพลาดมากกว่าจุด D
*หมายเหตุ: เทรดเดอร์มือใหม่หรือเทรดเดอร์ที่ยังไม่มีความเชี่ยวชาญมากพอควรเข้าเทรดที่จุด D เท่านั้น เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ และเทคนิคต่อไปนี้ต้องอาศัยประสบการณ์หรือเทคนิคในการเทรดค่อนข้างสูง
เทคนิคการทำกำไรด้วย Bullish Harmonic Pattern (ตัว M)

Step 1: ค้นหาตำแหน่งของจุด X, A, B และ C ให้ได้
Step 2: การสร้าง X,A,B และ C ถือว่าเป็นการก่อตัวของ Harmonic Pattern เกือบ 70% แล้ว ดังนั้น คุณอาจสร้างกำไรที่จุด C ได้ด้วยการเปิดออเดอร์ Sell เพื่อทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากราคามีทิศทางเป็นขาลง และตั้ง Stop Loss เหนือ C
Step 3: ควรตั้ง TP1 ที่ระดับ Fibo 78.6% ของการตีเส้น Fibo จาก X ไป A เพื่อลดความเสี่ยงหากราคาลงมาไม่ถึงระดับที่คาดการณ์ไว้
Step 4: เมื่อ Harmonic Pattern กำเนิดจุด D ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว อาจเปิดออเดอร์ Buy ที่จุด D เพื่อทำกำไรต่อในรอบถัดไป จากนั้นทำการวิเคราะห์ TP2 และ SL ตามรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
เทคนิคทำกำไรด้วย Bearish Harmonic Pattern (ตัว W)

Step 1: ค้นหาตำแหน่งของจุด X, A, B และ C ให้ได้
Step 2: การสร้าง X,A,B และ C ถือว่าเป็นการก่อตัวของ Harmonic Pattern เกือบ 70% แล้ว ดังนั้น คุณอาจสร้างกำไรที่จุด C ได้ด้วยการเปิดออเดอร์ Buy เพื่อทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากราคามีทิศทางเป็นขาขึ้น และตั้ง Stop Loss ต่ำกว่า C
Step 3: ควรตั้ง TP1 ที่ระดับ Fibo 78.6% ของการตีเส้น Fibo จาก X ไป A เพื่อลดความเสี่ยงหากราคาขึ้นไปไม่ถึงระดับที่คาดการณ์ไว้
Step 4: เมื่อ Harmonic Pattern กำเนิดจุด D ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว อาจเปิดออเดอร์ Sell ที่จุด D เพื่อทำกำไรต่อในรอบถัดไป จากนั้นทำการวิเคราะห์ TP2 และ SL ตามรูปแบบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
คำเตือนจาก Traderbobo
หัวข้อข้างต้นเป็นเทคนิคการเทรดในตลาดฟอเร็กซ์ และการเทรดที่จุด C มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากรูปแบบ Harmonic ยังไม่สมบูรณ์ อาจเกิดกรณีที่ราคาไม่เคลื่อนที่ไปถึงจุด D ตามที่คาด ดังนั้น เทรดเดอร์ควรตั้ง Stop Loss เสมอ เพื่อลดความเสี่ยงในการเทรด
. . . . . . . . . . . . . . .
Harmonic Pattern Indicator
อย่างที่เราทราบกันดีว่า หากต้องการประสบความสำเร็จในการเทรด ไม่ควรเชื่อสัญญาณจากตัวบ่งชี้เพียงตัวเดียว ดังนั้น ถึงแม้คุณจะมั่นใจในเทคนิคการเทรดของคุณเพียงใด การใช้กลยุทธ์อื่น ๆ เข้ามาช่วยยืนยันสัญญาณก็เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ และ Harmonic Pattern ก็ต้องอาศัยการยืนยันสัญญาณเหล่านั้นเช่นกัน เพื่อป้องกันการสูญเสียให้ได้มากที่สุด
📢 Traderbobo แนะนำ
เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมใช้อินดิเคเตอร์ที่ให้สัญญาณ Divergence เช่น RSI, MACD หรือ Stochastic เพื่อนำมายืนยันสัญญาณการกลับตัวจาก Harmonic Pattern อีกครั้งหนึ่ง
เทคนิคการใช้ Harmonic Pattern อย่างถูกต้อง

เทคนิคการใช้ Harmonic Pattern แบ่งออกเป็น 5 วิธี ดังนี้
- การเทรดด้วย Harmonic Pattern ที่ดีและแม่นยำที่สุด คือ การเข้าเทรดที่จุด D และต้องตรงตามเงื่อนไขทั้งหมด
- เมื่อคุณทำการเทรดจริง อาจพบว่า ระดับ Fibo มีโอกาสคลาดเคลื่อนเล็กน้อย เช่น 78.6% เป็น 80% ทั้งนี้ ประสบการณ์เป็นเรื่องสำคัญในการประยุกต์ใช้ และแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- ในบางครั้งการกลับตัวของ Harmonic Pattern อาจเกิดขึ้นเล็กน้อย หรือไม่ได้มีเทรนด์ที่ใหญ่มาก
- การเทรดด้วย Harmonic Pattern ควรใช้กรอบเวลาที่ H1 ขึ้นไป เพื่อหลีกเลี่ยงสัญญาณหลอกของแท่งเทียน
- Harmonic Pattern สามารถใช้ร่วมกับกลยุทธ์หรือเทคนิคอื่น ๆ ได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำให้สูงขึ้น รวมทั้งยังเป็นสัญญาณยืนยันการกลับตัวของราคาอีกครั้งก่อนตัดสินใจทำการซื้อขาย เช่น ใช้ร่วมกับ Price Pattern, Elliott Wave หรืออินดิเคเตอร์อื่น ๆ
📢 Traderbobo แนะนำ
นอกเหนือจากเทคนิคการเทรด โดยใช้ Harmonic Pattern ยังมีเทคนิคอื่น ๆ ที่น่าสนใจรอให้คุณมาศึกษาอยู่! อ่านบทความรวม 3 เทคนิคการเทรด Forex ขั้นเทพ ได้ที่ด้านล่างนี้
. . . . . . . . . . . . . . .
สรุปเกี่ยวกับ Harmonic Pattern มีกี่แบบ
แต่ละจุดในการกลับตัวของ Harmonic Pattern ถูกกำหนดด้วยระดับของ Fibonacci ถึง 2 ประเภท ได้แก่ Fibonacci Retracement และ Extension ดังนั้น หากคุณต้องการศึกษาเกี่ยวกับ Harmonic Pattern จึงควรเข้าใจการใช้งานของ Fibonacci ก่อน
โดย Harmonic Pattern แบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ Bullish Harmonic Pattern (รูปตัว M) และ Bearish Harmonic Pattern (รูปตัว W) ซึ่งแต่ละลักษณะจะมีเทคนิคการดูตำแหน่ง นอกจากนี้ คุณจำเป็นต้องจดจำรูปแบบและเงื่อนไขต่าง ๆ ของ Harmonic Pattern โดยรูปแบบที่คุณสามารถพบเจอได้บ่อย และมีโอกาสกลับตัวสูงมีอยู่ 6 แบบ ดังนี้
- รูปแบบที่ 1: AB=CD
- รูปแบบที่ 2: Bat
- รูปแบบที่ 3: Gartley
- รูปแบบที่ 4: Crab
- รูปแบบที่ 5: Butterfly
- รูปแบบที่ 6: Cypher
อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้ง และการใช้เครื่องมือหรือเทคนิคอื่น ๆ เข้ามายืนยันสัญญาณของ Harmonic Pattern เป็นวิธีเพิ่มความแม่นยำ และลดความเสี่ยงได้ดีอย่างหนึ่ง
. . . . . . . . . . . . . . .
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Harmonic Pattern
การหา Harmonic Pattern ต้องใช้ Fibonacci รูปแบบไหน?
สำหรับการหา Harmonic Pattern จะใช้ Fibonacci Retracement เพื่อหาจุด B และ C และใช้ Fibonacci Extension เพื่อหาจุด D ครับ
การเทรดตาม Harmonic Pattern ควรเข้าออเดอร์ที่จุดไหนดี?
ตามหลักแล้วเทรดเดอร์ควรเข้าออเดอร์ที่จุด D เพราะเป็นจุดที่โครงสร้างสมบูรณ์ที่สุด แต่เทรดเดอร์ผู้เชี่ยวชาญบางท่านก็เข้าทำกำไรที่จุด C ร่วมกับการมองหาจุดยืนยันสัญญาณในการเข้าเทรดครับ
Traderbobo มีหนังสือ Harmonic Pattern PDF ภาษาไทยไหม?
ปัจจุบันยังไม่มีครับ แต่ในบทความนี้ เราได้รวบรวมเนื้อหาจากหนังสือและคอร์สเรียนทั้งหมดไว้ที่นี่ และหากมีเสียงตอบรับที่ดี ในอนาคตก็อาจจะมีการทำเป็น E-book ออกมาให้ดาวน์โหลดฟรีกันครับ
Harmonic Calculator คืออะไร?
Harmonic Calculator เป็นเครื่องมือคำนวณที่ช่วยในการวิเคราะห์สัดส่วน Fibonacci ของ Harmonic Pattern เครื่องมือนี้จึงช่วยลดความผิดพลาดจากการคำนวณด้วยตัวเทรดเดอร์เองครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page













