ระดับความเสี่ยงกองทุน คืออะไร? เลือกลงทุนให้เหมาะกับคุณ

  • 9:58 am
  • Post Views: 28
Table of Contents
ระดับความเสี่ยงกองทุน คืออะไร? เจาะลึก 1–8 เลือกลงทุนให้เหมาะกับคุณ

ระดับความเสี่ยงกองทุน คือ ระบบการจัดหมวดหมู่กองทุนรวมตามระดับความผันผวนของผลตอบแทนและลักษณะของสินทรัพย์ที่กองทุนนำเงินไปลงทุน โดยแบ่งออกเป็น 8 ระดับ เพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าใจโครงสร้างความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ

ในการเริ่มต้นสร้างพอร์ตการลงทุน การรับรู้เพียงแค่ผลตอบแทนคาดหวังไม่เพียงพอต่อการวางแผนการเงินระยะยาว การเข้าใจระดับความเสี่ยงของกองทุนแต่ละประเภทช่วยให้จัดสรรเงินทุนได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมาย ระยะเวลา และสภาวะอารมณ์ของตนเอง บทความนี้จะเจาะลึกโครงสร้างความเสี่ยงระดับ 1–8 สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง และวิธีเลือกกองทุนให้สอดคล้องกับแบบประเมินความเสี่ยงครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • ระดับความเสี่ยงกองทุนแบ่งออกเป็น 8 ระดับตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยเรียงลำดับตามความผันผวนของสินทรัพย์ตั้งแต่ตราสารหนี้ระยะสั้นไปจนถึงสินทรัพย์ทางเลือก
  • แบบประเมินความเสี่ยงการลงทุน (Suitability Test) เป็นเครื่องมือคัดกรองระดับกองทุนรวมที่เหมาะสมกับระดับความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน
  • กองทุนความเสี่ยงระดับ 1–4 เน้นการปกป้องเงินต้น ส่วนระดับ 5–7 เน้นการสร้างเติบโตจากหุ้น และระดับ 8 ขึ้นไปเน้นเก็งกำไรในสินทรัพย์ผันผวนสูง
  • การพิจารณาความเสี่ยงต้องดูปัจจัยอื่นประกอบ เช่น ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาหน่วยลงทุน และการกระจายความเสี่ยงในพอร์ต

ตารางสรุปประเภทสินทรัพย์และระดับความเสี่ยงกองทุนรวม 1 ถึง 8

ระดับความเสี่ยงกองทุน คืออะไร?

ระดับความเสี่ยงกองทุน คือ ดัชนีตัวเลขที่ใช้บ่งบอกระดับความผันผวนและโอกาสในการสูญเสียเงินต้นของกองทุนรวมแต่ละกอง โดยแบ่งเกณฑ์มาตรฐานออกเป็นระดับ 1 ถึง 8 ตามเกณฑ์กำหนดของ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้เป็นเข็มทิศในการเปรียบเทียบกองทุนต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ

การจัดหมวดหมู่ความเสี่ยงพิจารณาจากสินทรัพย์หลักที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) นำเงินไปลงทุน หากกองทุนเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง เช่น พันธบัตรรัฐบาล ระดับความเสี่ยงจะต่ำ แต่หากนำเงินไปลงทุนในหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หรือตราสารอนุพันธ์ ความผันผวนของราคาจะสูงขึ้น ส่งผลให้ระดับความเสี่ยงของกองทุนขยับสูงขึ้นตามลำดับ

หลักการจัดหมวดหมู่ตามเกณฑ์มาตรฐาน

การจัดระดับความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของ บลจ. แต่ใช้หลักเกณฑ์เชิงปริมาณและประเภทสินทรัพย์ในการควบคุม กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นจะมีระดับความเสี่ยงต่ำสุด ในขณะที่กองทุนที่สัดส่วนการลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์ผันผวนหรือใช้เลเวอเรจ (Leverage) ขยายผลตอบแทนจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง

ความผันผวนของผลตอบแทนกับ Risk Spectrum

ความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นไปตามหลักการ High Risk, High Expected Return เสมอ อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ที่กำลังศึกษาว่า ทำความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงในการลงทุน ให้รอบด้าน ควรจำไว้ว่าความเสี่ยงไม่ได้หมายถึงโอกาสขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง “ความผันผวน” ที่ราคาจะแกว่งตัวขึ้นลงจากค่าเฉลี่ยด้วยครับ

ระดับความเสี่ยงประเภทกองทุน / สินทรัพย์หลักระดับความผันผวนตัวอย่างการลงทุน
ระดับ 1กองทุนตลาดเงินในประเทศต่ำมากตั๋วเงินคลัง, ตั๋วแลกเงินสถาบันการเงิน
ระดับ 2กองทุนตลาดเงินต่างประเทศต่ำตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ
ระดับ 3กองทุนพันธบัตรรัฐบาลต่ำถึงปานกลางพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว, พันธบัตร BOT
ระดับ 4กองทุนตราสารหนี้ภาคเอกชนปานกลางค่อนข้างต่ำหุ้นกู้เอกชนระดับ Investment Grade
ระดับ 5กองทุนผสมปานกลางค่อนข้างสูงลงทุนผสมในตราสารหนี้และหุ้น
ระดับ 6กองทุนตราสารทุน (หุ้นทั่วไป)สูงหุ้นไทย, หุ้นต่างประเทศกระจายหลายอุตสาหกรรม
ระดับ 7กองทุนหมวดอุตสาหกรรมสูงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, กองทุนกลุ่มพลังงาน
ระดับ 8กองทุนสินทรัพย์ทางเลือกสูงมากทองคำ, น้ำมันดิบ, กองทุนอสังหาริมทรัพย์

เจาะลึกระดับความเสี่ยงกองทุน 1–8 นำเงินไปลงทุนในอะไรบ้าง?

สินทรัพย์แต่ละชนิดมีกลไกสร้างผลตอบแทนและความเสี่ยงต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน การแบ่งกลุ่มระดับความเสี่ยงจะช่วยให้เห็นว่า ประเภทของการลงทุน ในแต่ละกองทุนตอบโจทย์เป้าหมายการเงินแบบใดบ้าง

กองทุนความเสี่ยงต่ำ (ระดับ 1–4): ตลาดเงินและตราสารหนี้

กลุ่มความเสี่ยงระดับ 1 ถึง 4 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นปกป้องเงินต้น หรือใช้เป็นพักเงินระยะสั้นถึงปานกลาง

  • ระดับ 1 (กองทุนตลาดเงินในประเทศ): นำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี เช่น ตั๋วเงินคลัง หรือเงินฝากสถาบันการเงิน ความผันผวนต่ำมาก เงินต้นค่อนข้างปลอดภัย
  • ระดับ 2 (กองทุนตลาดเงินต่างประเทศ): ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ มีความเสี่ยงเพิ่มเติมเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนหากไม่มีการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ครบถ้วน
  • ระดับ 3 (กองทุนพันธบัตรรัฐบาล): นำเงินไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลทั้งระยะสั้นและระยะยาว ความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก แต่อาจมีความผันผวนของราคาพันธบัตรตามแนวโน้มดอกเบี้ย
  • ระดับ 4 (กองทุนตราสารหนี้ภาคเอกชน): เน้นลงทุนในหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน ซึ่งต้องเป็นเกรดน่าลงทุน (Investment Grade) ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทผู้ออกตราสาร

กองทุนความเสี่ยงปานกลางถึงสูง (ระดับ 5–7): ตราสารผสม หุ้นไทย และหุ้นต่างประเทศ

กลุ่มนี้เหมาะสำหรับการสร้างความเติบโตของเงินทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยแลกมาด้วยความผันผวนของราคาที่สูงขึ้น

  • ระดับ 5 (กองทุนผสม): บริหารจัดการยืดหยุ่นโดยกระจายเงินไปในตราสารหนี้และหุ้นตามสัดส่วนที่ระบุในหนังสือชี้ชวน ช่วยลดความผันผวนเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นแบบ 100%
  • ระดับ 6 (กองทุนตราสารทุน): หรือกองทุนหุ้นทั่วไป กระจายการลงทุนในหุ้นหลายตัวหรือหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ ราคาหน่วยลงทุนจะผันผวนตามสภาวะตลาดหุ้น
  • ระดับ 7 (กองทุนหมวดอุตสาหกรรม): เน้นลงทุนเฉพาะเจาะจงในกลุ่มธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสุขภาพ หรือกลุ่มพลังงาน มีความเสี่ยงสูงกว่าระดับ 6 เนื่องจากขาดการกระจายความเสี่ยงข้ามอุตสาหกรรม

กองทุนความเสี่ยงสูงมาก (ระดับ 8 และ 8+): สินทรัพย์ทางเลือก สินค้าโภคภัณฑ์ และตราสารอนุพันธ์

กลุ่มนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้สูงมาก และเข้าใจธรรมชาติของสินทรัพย์เฉพาะทาง

  • ระดับ 8 (กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก): นำเงินไปลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ น้ำมันดิบ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ REITs ซึ่งราคามักขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะ เช่น อุปสงค์อุปทานโลกและอัตราดอกเบี้ย
  • ระดับ 8+ (กองทุนความเสี่ยงสูงมากเป็นพิเศษ): เป็นกองทุนที่มีนโยบายซับซ้อน เช่น กองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระดับ High Yield (หรือตราสารหนี้ต่ำกว่าเกรดลงทุน) กองทุนที่ใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไร หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นกู้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง การใช้เลเวอเรจช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไร แต่ในทางกลับกัน ถ้าราคาสวนทาง มันก็ขยายผลขาดทุนให้หนักกว่าปกติเช่นกันครับ

แบบประเมินความเสี่ยงการลงทุน (Suitability Test) เชื่อมโยงกับระดับกองทุนอย่างไร?

ก่อนการเปิดบัญชีกองทุนรวม ผู้ลงทุนทุกคนต้องทำ แบบประเมินความเสี่ยงการลงทุน เพื่อประเมินระดับความสามารถในการรับความเสี่ยง (Risk Profile) ของตนเอง

วิธีการอ่านผลคะแนนจากแบบประเมิน

ผลลัพธ์จากแบบประเมินจะแบ่งระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนออกเป็น 5 ระดับหลัก โดยมีเกณฑ์แนะนำการเลือกซื้อกองทุนรวม ดังนี้

  1. ระดับ 1 (เสี่ยงต่ำมาก): เหมาะกับกองทุนความเสี่ยงระดับ 1
  2. ระดับ 2 (เสี่ยงต่ำ): เหมาะกับกองทุนความเสี่ยงระดับ 1–4
  3. ระดับ 3 (เสี่ยงปานกลาง): เหมาะกับกองทุนความเสี่ยงระดับ 1–5
  4. ระดับ 4 (เสี่ยงสูง): เหมาะกับกองทุนความเสี่ยงระดับ 1–7
  5. ระดับ 5 (เสี่ยงสูงมาก): ลงทุนได้ทุกระดับความเสี่ยง (ระดับ 1–8+)

การลงทุนเกินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

หากผู้ลงทุนต้องการซื้อกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าผลประเมินของตนเอง เช่น ผลประเมินได้ระดับ 3 แต่ต้องการซื้อกองทุนหุ้นความเสี่ยงระดับ 6 ระบบของ บลจ. จะแจ้งเตือนเพื่อยืนยันว่าผู้ลงทุนรับทราบความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น (Basic Asset Allocation Warning) การลงทุนข้ามระดับความเสี่ยงสามารถทำได้ แต่ผู้ลงทุนต้องศึกษาความผันผวนของกองทุนนั้นให้ถี่ถ้วนก่อนครับ

ปัจจัยความเสี่ยงในการลงทุนกองทุนรวมที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

นอกจากระดับตัวเลข 1–8 แล้ว กองทุนรวมยังมีปัจจัยความเสี่ยงย่อยที่ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนโดยตรง

ความเสี่ยงตลาด ความผันผวน และความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

  • ความเสี่ยงตลาด (Market Risk): สภาพเศรษฐกิจ สงคราม หรือนโยบายดอกเบี้ยส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ในพอร์ตเปลี่ยนทิศทาง
  • ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk): สำหรับกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศ หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น อาจทำให้ผลตอบแทนในรูปเงินบาทลดลง กองทุนจึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งแบบป้องกันทั้งหมด บางส่วน หรือไม่ป้องกันเลย
  • ความเสี่ยงสภาพคล่อง (Liquidity Risk): ความยากง่ายในการเปลี่ยนหน่วยลงทุนเป็นเงินสด กองทุนบางประเภทอาจมีเงื่อนไขการซื้อขายเฉพาะวัน

ความเข้าใจผิดเรื่อง NAV (Net Asset Value) กองทุนรวม กับระดับความเสี่ยง

มือใหม่หลายคนมักสับสนระหว่างราคาหน่วยลงทุนกับความเสี่ยง โดยคิดว่ากองทุนที่มีราคาต่ำจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า แท้จริงแล้ว การ ทำความเข้าใจ NAV กองทุนรวม จะช่วยให้รู้ว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยไม่ได้เป็นตัวบอกความเสี่ยง แต่ระดับความเสี่ยงจะอ้างอิงจากสินทรัพย์ที่กองทุนนำเงินไปลงทุนเท่านั้น กองทุนที่มี NAV เท่ากับ 10 บาท หรือ 100 บาท อาจมีความเสี่ยงระดับ 6 เท่ากันได้

📌 Tip จากพี่โบ้

ตอนผมเริ่มจัดพอร์ตใหม่ ๆ ผิดพลาดที่ทำบ่อยที่สุดคือเลือกลงทุนเฉพาะกองทุนความเสี่ยงระดับ 1–2 เพราะกลัวขาดทุน แต่พอผ่านไปหลายปี ผลตอบแทนกลับแพ้เงินเฟ้ออย่างชัดเจน การบริหารความเสี่ยงที่ดีไม่ใช่การหลบความเสี่ยงทั้งหมด แต่คือการแบ่งเงินไปรับความเสี่ยงในระดับที่เรานอนหลับสบายและสอดคล้องกับเป้าหมายครับ 

การกระจายความเสี่ยงและพอร์ตการลงทุน

แม้ยุคนี้การลงทุนจะสะดวกขึ้น แต่การรู้เท่าทัน ข้อจำกัดของกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการและการกระจุกตัวของสินทรัพย์ในบางช่วงเวลา จะช่วยให้จัดพอร์ตได้รอบคอบขึ้น การกระจายเงินลงทุนไปในกองทุนหลายระดับความเสี่ยง (Asset Allocation) ช่วยลดแรงกระแทกยามตลาดผันผวนได้เป็นอย่างดี

สรุป: เลือกระดับความเสี่ยงกองทุนอย่างไรให้เหมาะกับคุณ

การเข้าใจระดับความเสี่ยงกองทุนรวมตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 8 ช่วยให้ผู้ลงทุนเลือกสินทรัพย์ได้ตรงกับเป้าหมายและสภาวะจิตใจของตนเอง ไม่มีระดับความเสี่ยงใดที่ดีที่สุด มีเพียงระดับที่เหมาะสมที่สุดกับระยะเวลาการลงทุนและความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนเท่านั้น

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นจัดพอร์ตกองทุนรวมอย่างมีหลักการ สามารถอ่านแนวทางและขั้นตอนการเลือกแบบละเอียดต่อได้ที่ หลักการเลือก “กองทุน” สำหรับมือใหม่ เพื่อสร้างพอร์ตที่มั่นคงและเติบโตในระยะยาวครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ระดับความเสี่ยงกองทุน

ระดับความเสี่ยงกองทุน 5 กับ 6 ต่างกันอย่างไร?

กองทุนความเสี่ยงระดับ 5 คือ กองทุนผสม ที่นำเงินไปลงทุนทั้งในตราสารหนี้และหุ้นตามสัดส่วนที่กำหนด เพื่อกระจายความเสี่ยง ส่วนกองทุนความเสี่ยงระดับ 6 คือ กองทุนตราสารทุน หรือกองทุนหุ้นทั่วไป ซึ่งตามเกณฑ์ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กำหนดให้ต้องลงทุนในหุ้นสัดส่วนไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ทำให้ระดับ 6 มีความผันผวนของราคามากกว่าระดับ 5 ครับ

หากผลแบบประเมินความเสี่ยงการลงทุนได้ระดับต่ำ สามารถซื้อกองทุนความเสี่ยงสูงได้หรือไม่?

สามารถซื้อได้ครับ แต่ระบบการลงทุนจะแสดงข้อความเตือนให้ผู้ลงทุนรับทราบว่ากำลังซื้อกองทุนที่มีความเสี่ยงเกินกว่าระดับที่สอดคล้องกับผลประเมิน ผู้ลงทุนต้องกดยืนยันการรับความเสี่ยงเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนทำรายการ

กองทุนความเสี่ยงระดับ 8+ คืออะไร และเหมาะกับใคร?

กองทุนระดับ 8+ คือ กองทุนที่มีความซับซ้อนหรือความเสี่ยงสูงมากเป็นพิเศษ เช่น กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ High Yield ตราสารอนุพันธ์ หรือมีการใช้เลเวอเรจสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์สูง เข้าใจกลไกตลาด และยอมรับโอกาสสูญเสียเงินต้นในสัดส่วนที่สูงได้

NAV กองทุน บอกระดับความเสี่ยงของกองทุนได้หรือไม่?

NAV (Net Asset Value) หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย ไม่ได้บอกระดับความเสี่ยงของกองทุน NAV เป็นเพียงราคาขายต่อหน่วย ณ วันนั้น การดูความเสี่ยงต้องพิจารณาจากดัชนีระดับความเสี่ยง 1–8 และนโยบายการลงทุนในหนังสือชี้ชวนเท่านั้น

ระดับความเสี่ยงกองทุนสามารถเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้หรือไม่?

ระดับความเสี่ยงของกองทุนถูกกำหนดตามนโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน หาก บลจ. มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนหลักจนกระทบต่อโครงสร้างสินทรัพย์ กองทุนจะทำการแจ้งผู้ลงทุนและปรับระดับความเสี่ยงให้ตรงกับเกณฑ์ปัจจุบันครับ

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ