
NAV กองทุน คือ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value) ของกองทุนรวมที่คำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่กองทุนถือครอง หักลบด้วยหนี้สินและค่าใช้จ่ายของกองทุน แล้วนำมาหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดเพื่อแสดงเป็นราคาต่อหน่วยครับ
การเข้าใจ NAV ช่วยให้นักลงทุนรับรู้มูลค่าที่แท้จริงของกองทุนในแต่ละวันทำการ รวมถึงใช้ประเมินผลการดำเนินงานและวางแผนซื้อขายได้อย่างถูกต้อง บทความนี้อธิบายความหมายของ NAV วิธีการคำนวณ รอบเวลาประกาศราคา และไขข้อสงสัยว่า NAV สูงหรือต่ำแบบไหนน่าเลือกลงทุนมากกว่ากันครับ
⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- NAV กองทุน คือ ปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนต้องเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อขายหน่วยลงทุนทุกครั้ง
- NAV ต่อหน่วยสะท้อนมูลค่าจริงของสินทรัพย์ในกองทุน ไม่ใช่ราคาตลาดที่เกิดจากแรงซื้อขายเหมือนหุ้น
- NAV สูงไม่ได้แปลว่าแพง และ NAV ต่ำไม่ได้แปลว่าถูก ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์การเติบโต (% Return)
- การซื้อขายกองทุนใช้ระบบ Forward Pricing โดยคำนวณราคา NAV ณ สิ้นวันทำการหลังปิดตลาด
- การจ่ายเงินปันผลและค่าธรรมเนียมบริหารจัดการมีผลทำให้ราคา NAV ลดลงโดยตรง
NAV กองทุน คืออะไร?
NAV กองทุน คือ ตัวเลขที่แสดงมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยลงทุน ซึ่งใช้เป็นราคาอ้างอิงในการซื้อ ขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมครับ
ความหมายของ NAV (Net Asset Value) และสิ่งที่สะท้อนในกองทุนรวม
NAV ย่อมาจาก Net Asset Value หรือ มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ ตัวเลขนี้สะท้อนถึงมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดที่กองทุนรวมนำเงินไปลงทุน ณ ขณะนั้น เช่น หุ้น หุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล ตราสารหนี้ หรือเงินฝากธนาคาร เมื่อนำมูลค่าทรัพย์สินตามราคาตลาด (Market Value) มารวมกัน แล้วหักออกด้วยหนี้สินและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของกองทุน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของทั้งกองทุน
การเข้าใจ NAV ช่วยให้นักลงทุนทราบว่ากองทุนที่เราถือครองอยู่นั้นมีมูลค่าเติบโตขึ้นหรือลดลงเพียงใด โดย บลจ. (บริษัทจัดการกองทุนรวม) จะทำหน้าที่คำนวณและประกาศราคา NAV ให้รับทราบเป็นประจำทุกวันทำการ การประเมินมูลค่าสินทรัพย์จะอิงตามราคาปิดของตลาดหลักทรัพย์ในวันนั้น เพื่อให้สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงและเป็นธรรมต่อนักลงทุนทุกคน
และก่อนจะเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจลงทุน นักลงทุนควรทำความเข้าใจระดับความเสี่ยงกองทุน ควบคู่กับการดูมูลค่า NAV เพื่อเลือกกองทุนให้เหมาะสมกับเป้าหมายครับ
ความแตกต่างระหว่าง NAV รวมของกองทุน กับ NAV ต่อหน่วย (NAV per unit)
นักลงทุนมือใหม่มักสับสนระหว่าง มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมของกองทุน กับ NAV ต่อหน่วย ซึ่งมีความแตกต่างกันทางโครงสร้างดังนี้:
- NAV รวมของกองทุน (Total NAV): มูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น ๆ หลังหักหนี้สินและค่าใช้จ่าย สะท้อนขนาดของกองทุนรวมว่าใหญ่หรือเล็ก เช่น กองทุน A มี NAV รวม 1,000 ล้านบาท
- NAV ต่อหน่วย (NAV per unit): มูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดที่ผู้ถือหน่วยลงทุนถือครองอยู่ ตัวเลขนี้คือราคาที่เราใช้ซื้อขายจริงต่อ 1 หน่วยลงทุน เช่น NAV ต่อหน่วยเท่ากับ 10.50 บาท
เวลาที่คุณซื้อหรือขายกองทุน ตัวเลขที่ปรากฏในแอปพลิเคชันหรือหนังสือชี้ชวนจะเป็นราคา NAV ต่อหน่วย ซึ่งเป็นราคาเดียวกับที่ผู้ถือหน่วยทุกคนได้เท่ากัน ณ วันทำการนั้น ๆ
วิธีคำนวณ NAV กองทุนรวม และรอบการประกาศราคา

วิธีการคำนวณ NAV กองทุนรวมทำได้โดยนำมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดตามราคาตลาด หักออกด้วยหนี้สินและค่าใช้จ่าย แล้วนำมาหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดที่เสนอขายครับ
สูตรการคำนวณ NAV ต่อหน่วยลงทุน
สูตรพื้นฐานในการคำนวณ NAV ต่อหน่วยลงทุนเขียนเป็นสมการเข้าใจง่ายได้ดังนี้:
NAV ต่อหน่วย = (มูลค่าทรัพย์สินทั้งหมด – หนี้สินและค่าใช้จ่ายของกองทุน) ÷ จำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองดูตัวอย่างการคำนวณจริงดังนี้:
- กองทุนรวมมีหุ้นและเงินฝากรวมกันมูลค่า 105,000,000 บาท
- กองทุนมีหนี้สินค้างจ่ายและค่าธรรมเนียมตั้งคงค้าง 5,000,000 บาท
- สินทรัพย์สุทธิรวม = 105,000,000 – 5,000,000 = 100,000,000 บาท
- หากกองทุนนี้มีจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด 10,000,000 หน่วย
- NAV ต่อหน่วย = 100,000,000 ÷ 10,000,000 = 10.00 บาทต่อหน่วย
กลไก Forward Pricing และเวลาตัดรอบประกาศ NAV (Cut-off Time)
เนื่องจากราคาหลักทรัพย์ที่กองทุนนำเงินไปลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในระหว่างวันทำการ ตลาดกองทุนรวมจึงใช้ระบบราคาที่เรียกว่า Forward Pricing ซึ่งหมายความว่า เมื่อคุณส่งคำสั่งซื้อหรือขายคืนกองทุนในวันนี้ คุณจะยังไม่ทราบราคา NAV ที่แน่นอนทันที แต่จะได้ราคา NAV ณ สิ้นวันทำการนั้น ซึ่งคำนวณเสร็จสิ้นหลังตลาดหลักทรัพย์ปิดทำการ
แต่ละกองทุนรวมจะมีการกำหนดเวลาตัดรอบส่งคำสั่ง (Cut-off Time) เช่น 15:30 น. หากนักลงทุนส่งคำสั่งซื้อก่อนเวลาตัดรอบ จะได้ราคา NAV ของสิ้นวันทำการนั้น แต่ถ้าส่งคำสั่งหลังเวลาตัดรอบ คำสั่งจะถูกยกยอดไปได้ราคา NAV ของวันทำการถัดไป
บลจ. จะประกาศราคา NAV สุทธิตัวจริงในช่วงค่ำของวันทำการ (โดยทั่วไปประมาณ 19:00 – 22:00 น.) นักลงทุนสามารถตรวจสอบประกาศเกณฑ์การกำกับดูแลการคำนวณและประกาศ NAV เพิ่มเติมได้ที่ สำนักงาน ก.ล.ต. ครับ
ตารางแสดงองค์ประกอบการคำนวณและรอบเวลาการประกาศ NAV
| องค์ประกอบ / ขั้นตอน | รายละเอียดข้อมูล | ผลกระทบต่อมูลค่า NAV ต่อหน่วย |
| มูลค่าทรัพย์สิน (Assets) | ราคาปิดตลาดของหุ้น พันธบัตร ดอกเบี้ยรับ และเงินฝาก | หากราคาหลักทรัพย์เพิ่มขึ้น NAV ต่อหน่วยจะปรับตัวสูงขึ้น |
| หนี้สินและค่าใช้จ่าย (Liabilities) | ค่าธรรมเนียมการจัดการ ค่าดูแลรักษาทรัพย์สิน และภาระผูกพัน | ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจะกดดันให้ NAV ต่อหน่วยลดลง |
| จำนวนหน่วยลงทุน (Total Units) | จำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดที่ผู้ลงทุนถือครองอยู่ในระบบ | การซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนจะปรับเปลี่ยนจำนวนหน่วยตามสัดส่วน |
| เวลาตัดรอบคำสั่ง (Cut-off Time) | เวลาสิ้นสุดการรับคำสั่งซื้อขายประจำวัน (เช่น 15:30 น.) | ส่งคำสั่งทันเวลาได้ราคา NAV สิ้นวัน ส่งไม่ทันได้ราคา NAV วันถัดไป |
NAV สูง หรือ NAV ต่ำ เลือกซื้อแบบไหนดีกว่ากัน?
การเลือกซื้อกองทุนรวมไม่ควรตัดสินจากราคา NAV สูงหรือต่ำ เพราะโดยหลักการแล้ว NAV กองทุน คือ ตัวเลขที่สะท้อนมูลค่าสินทรัพย์ ไม่ใช่ตัวชี้วัดความคุ้มค่าในการลงทุนครับ และราคา NAV ไม่ได้บ่งบอกว่ากองทุนนั้นถูกหรือแพง แต่การเติบโตเป็นเปอร์เซ็นต์ (% Return) คือตัวตัดสินผลตอบแทนจริงครับ
ทำความเข้าใจความเชื่อผิด ๆ: NAV ต่ำไม่ได้แปลว่าถูก และ NAV สูงไม่ได้แปลว่าแพง
ความเข้าใจผิดอันดับหนึ่งของนักลงทุนมือใหม่คือการคิดว่า กองทุนที่ NAV ต่ำ (เช่น 10 บาทต่อหน่วย) คือกองทุนราคา “ถูก” น่าซื้อเพราะได้จำนวนหน่วยเยอะ ส่วนกองทุนที่ NAV สูง (เช่น 50 บาทต่อหน่วย) คือกองทุนราคา “แพง” เติบโตยาก
ในความเป็นจริง ราคา NAV ต่อหน่วยจะสูงหรือต่ำขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยหลักคือ:
- ราคาตั้งต้นเมื่อแรกตั้งกองทุน (IPO): ปกติมักเสนอขายที่ 10 บาทต่อหน่วย
- ระยะเวลาและผลการดำเนินงานในอดีต: กองทุนที่จัดตั้งมานาน 10 ปีและสร้างผลตอบแทนได้ดี ย่อมมีราคา NAV สะสมสูงขึ้นตามกาลเวลา
การที่กองทุนมี NAV สูง หมายความว่าในอดีตกองทุนนั้นบริหารจัดการจนสินทรัพย์เติบโตขึ้นมามาก ไม่ได้หมายความว่าจะโตต่อไม่ได้ และกองทุนที่ NAV ต่ำ อาจเป็นกองทุนเปิดใหม่ หรือเป็นกองทุนที่ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาไม่ค่อยดีก็เป็นได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเลือกกองทุน การศึกษา เทคนิคหลักการเลือกกองทุนสำหรับมือใหม่ จะช่วยให้มองข้ามเรื่องราคา NAV แล้วไปโฟกัสที่นโยบายการลงทุน ค่าน้ำหนักสินทรัพย์ และความสามารถของผู้จัดการกองทุนแทน
พูดง่าย ๆ ว่า NAV กองทุน คือ ผลสะสมของระยะเวลาและผลการดำเนินงาน ไม่ใช่ตัวชี้วัดความถูกแพงแต่อย่างใดครับ
การประเมินผลตอบแทนกองทุนด้วย % Return แทนการพิจารณาเพียงราคา NAV
หากคุณมีเงินลงทุนเริ่มต้นเท่ากัน ไม่ว่าจะนำไปซื้อกองทุน NAV สูง หรือ NAV ต่ำ หากทั้งสองกองทุนทำผลตอบแทนเติบโตได้ % เท่ากัน ผลลัพธ์สุดท้ายที่เป็นตัวเงินจะเท่ากันเสมอ ลองพิจารณาตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้:
เปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างกองทุน NAV สูง และ NAV ต่ำ
| รายการเปรียบเทียบ | กองทุน A (NAV สูง) | กองทุน B (NAV ต่ำ) |
| เงินลงทุนเริ่มต้น | 100,000 บาท | 100,000 บาท |
| ราคา NAV ต่อหน่วยวันซื้อ | 50.00 บาท | 10.00 บาท |
| จำนวนหน่วยลงทุนที่ได้รับ | 2,000 หน่วย | 10,000 หน่วย |
| ผลตอบแทนในอีก 1 ปีต่อมา | +10% | +10% |
| ราคา NAV ใหม่เมื่อผ่านไป 1 ปี | 55.00 บาท | 11.00 บาท |
| มูลค่าเงินลงทุนรวมสุทธิ | 110,000 บาท | 110,000 บาท |
| กำไรสุทธิที่เป็นตัวเงิน | 10,000 บาท | 10,000 บาท |
จากตารางจะเห็นได้ชัดเจนว่า แม้กองทุน A จะได้จำนวนหน่วยน้อยกว่ากองทุน B มาก แต่เมื่อทั้งสองกองทุนทำผลตอบแทนได้ +10% เท่ากัน เงินกำไรสุทธิที่ได้รับกลับมาคือ 10,000 บาทเท่ากันทุกประการ ดังนั้น ตัวเลขที่คุณควรมองหาในการคัดเลือกกองทุนจึงไม่ใช่ราคา NAV แต่เป็น อัตราผลตอบแทนย้อนหลัง (% Return) นโยบายการลงทุน และความผันผวนของกองทุนครับ
ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ NAV กองทุนรวม
ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ NAV กองทุนรวม ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงราคาตามสภาวะตลาดของสินทรัพย์ที่กองทุนถือครอง การหักค่าธรรมเนียมบริหารจัดการ และการจ่ายเงินปันผลของกองทุนครับ
การเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์และสินทรัพย์ที่กองทุนถือครอง
กลไกหลักที่ขับเคลื่อนราคา NAV ให้ขยับขึ้นหรือลงในแต่ละวัน คือราคาตลาดของหลักทรัพย์ที่กองทุนรวมนั้นเข้าไปลงทุน เช่น:
- กองทุนหุ้น: หากหุ้นที่กองทุนถือครองอยู่ปรับตัวสูงขึ้น มูลค่าสินทรัพย์รวมจะเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ NAV ปรับตัวขึ้นตาม
- กองทุนตราสารหนี้: หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดเปลี่ยนไป ราคาพันธบัตรหรือหุ้นกู้จะเปลี่ยนแปลง ซึ่งกระทบต่อ NAV
- กองทุนต่างประเทศ: นอกจากราคาหลักทรัพย์ต่างประเทศแล้ว อัตราแลกเปลี่ยน (FX Risk) ยังมีผลต่อ NAV อย่างมาก หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นโดยที่กองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน มูลค่า NAV แปลงกลับมาเป็นเงินบาทอาจลดลงได้
ผลกระทบจากค่าธรรมเนียมกองทุนและการจ่ายเงินปันผลต่อราคา NAV
นอกจากราคาหลักทรัพย์ในพอร์ตแล้ว สองปัจจัยสำคัญภายในกองทุนที่กระทบราคา NAV โดยตรง ได้แก่:
- การหักค่าธรรมเนียมการจัดการ: บลจ. จะคิดค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยทยอยคำนวณหักออกจาก NAV รวมทุกวัน การศึกษารายละเอียดเรื่องนี้ผ่านการ ทำความรู้จักกับค่าธรรมเนียมกองทุน จะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจว่า เหตุใดค่าธรรมเนียมสะสมจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ NAV ของกองทุนที่ค่าธรรมเนียมแพงเติบโตได้ช้ากว่าในระยะยาว
- การจ่ายเงินปันผล: เมื่อกองทุนรวมประเภทจ่ายเงินปันผลทำการประกาศจ่ายปันผล เงินส่วนหนึ่งจะถูกดึงออกจากสินทรัพย์สุทธิของกองทุนเพื่อโอนเข้าบัญชีผู้ถือหน่วย ทำให้ในวันขึ้นเครื่องหมาย XD (Excluding Dividend) ราคา NAV ต่อหน่วยจะลดลงตามสัดส่วนของเงินปันผลที่จ่ายออกมาทันที
📢 Traderbobo แนะนำ
ตอนผมเริ่มลงทุนใหม่ ๆ เคยสงสัยว่าทำไม NAV กองทุนที่ถืออยู่ดี ๆ ก็ตกลงมาแรง ทั้งที่วันนั้นตลาดหุ้นบวก พอเช็กดูถึงได้รู้ว่าเป็นวัน XD ที่กองทุนจ่ายเงินปันผลออกมาครับ ถ้าคุณลงทุนในกองทุนปันผล อย่าตกใจเวลาเห็น NAV ลดลง ให้เช็กยอดเงินปันผลที่โอนเข้าบัญชีก่อนเสมอ และสำหรับผู้ที่อยากสะสมมูลค่าเงินลงทุนให้โตไว การเลือกกองทุนชนิดสะสมมูลค่า (Accumulation) ที่นำปันผลไปรีอินเวสต์ต่อทันที จะช่วยให้ NAV เติบโตแบบทบต้นได้ดีกว่าครับ
สรุป NAV กองทุน คืออะไร และหัวใจสำคัญในการวิเคราะห์ตัวเลข
NAV กองทุน คือ เข็มทิศสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนวัดมูลค่าที่แท้จริงของกองทุนรวมในแต่ละวันทำการ ทำให้เราประเมินผลการดำเนินงานและส่งคำสั่งซื้อขายได้อย่างมั่นใจ
สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ราคา NAV ที่สูงหรือต่ำ ไม่ได้เป็นตัวบอกว่ากองทุนนั้นคุ้มค่าหรือไม่ การดูเพียงราคาต่อหน่วยไม่สามารถแทนที่การวิเคราะห์นโยบายการลงทุน ค่าธรรมเนียม และระดับความเสี่ยงได้เลย เมื่อคุณเข้าใจกลไก Forward Pricing และรอบการประกาศราคา NAV แล้ว ก้าวถัดไปที่สำคัญคือการศึกษาโครงสร้างพื้นฐานของกองทุนรวมอย่างเป็นระบบ เพื่อจัดพอร์ตลงทุนให้บรรลุเป้าหมายการเงินในระยะยาวครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ NAV กองทุน คืออะไร
ซื้อกองทุนวันนี้ จะได้ราคา NAV ของวันไหน?
หากส่งคำสั่งซื้อหรือขายคืนก่อนเวลาตัดรอบ (Cut-off Time) ของวันทำการ เช่น ก่อนเวลา 15:30 น. คุณจะได้ราคา NAV ของสิ้นวันทำการนั้น ๆ ซึ่งจะประกาศราคาทั้งหมดในช่วงค่ำ แต่หากส่งคำสั่งหลังเวลาตัดรอบ หรือส่งคำสั่งในวันหยุด คำสั่งนั้นจะถูกนำไปแมตช์คำนวณด้วยราคา NAV ของวันทำการถัดไปตามกลไก Forward Pricing ครับ
ทำไมหลังกองทุนจ่ายเงินปันผล ราคา NAV ถึงลดลง?
ราคา NAV ลดลงหลังการจ่ายเงินปันผลเพราะเงินที่นำมาจ่ายปันผลถูกดึงออกมาจากมูลค่าสินทรัพย์สุทธิรวมของกองทุนรวมนั้นเอง เมื่อสินทรัพย์รวมลดลง มูลค่า NAV ต่อหน่วยในวันขึ้นเครื่องหมาย XD จึงปรับตัวลดลงตามสัดส่วนเงินปันผลที่จ่ายออกไป แต่ผู้ถือหน่วยไม่ได้สูญเสียเงิน เพราะได้รับเงินปันผลทดแทนกลับเข้าบัญชีธนาคารครับ
ราคา NAV ของกองทุนรวม มีโอกาสติดลบได้หรือไม่?
ราคา NAV ของกองทุนรวมไม่มีโอกาสติดลบลงไปต่ำกว่า 0 บาทครับ เนื่องจากในทางกฎหมายและโครงสร้างการจัดตั้ง ผู้ถือหน่วยลงทุนมีความรับผิดชอบจำกัดเพียงไม่เกินมูลค่าเงินลงทุนที่ซื้อไป ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากสินทรัพย์ที่กองทุนถือครองสูญเสียมูลค่าทั้งหมด ราคา NAV ต่อหน่วยจะลดลงเข้าใกล้ 0 บาท แต่จะไม่กลายเป็นค่าติดลบที่ทำให้ผู้ลงทุนต้องจ่ายเงินเพิ่มครับ
ราคาเสนอซื้อ (Offer) และราคาเสนอขาย (Bid) ต่างจาก NAV อย่างไร?
ราคา NAV คือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่คำนวณได้จริง ส่วนราคา Offer คือราคาที่นักลงทุนใช้ซื้อหน่วยลงทุน ซึ่งอาจเท่ากับ NAV หรือสูงกว่า NAV เล็กน้อยหากมีค่าธรรมเนียมการขาย (Front-end Fee) ขณะที่ราคา Bid คือราคาที่นักลงทุนได้รับเมื่อขายคืนหน่วยลงทุน ซึ่งอาจต่ำกว่า NAV เล็กน้อยหากมีค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (Back-end Fee) ครับ
สับเปลี่ยนกองทุนแล้ว จะคำนวณราคา NAV อย่างไร?
การสับเปลี่ยนกองทุนจะใช้ราคา NAV สิ้นวันทำการตามเงื่อนไขรอบเวลาของแต่ละกองทุน โดยฝั่งกองทุนต้นทางจะขายคืนที่ราคา NAV วันทำการที่ T ส่วนกองทุนปลายทางจะเข้าซื้อด้วยราคา NAV ของวันทำการที่ T+1 ถึง T+5 ขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์ หากเป็นกองทุนในประเทศมักได้ราคา NAV วันเดียวกันหรือวันถัดไป นักลงทุนสามารถดูความเร็วผ่าน วิธีสับเปลี่ยนกองทุน เพื่อวางแผนจังหวะสับเปลี่ยนให้เหมาะสม สรุปแล้ว NAV กองทุน คือ ราคาอ้างอิงที่ใช้กำกับทุกธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนก็ตามครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











