สับเปลี่ยนกองทุนคืออะไร? วิธีบริหารพอร์ตให้โตแบบไม่เสียโอกาส

Table of Contents
สับเปลี่ยนกองทุนคืออะไร? วิธีบริหารพอร์ตให้โตแบบไม่เสียโอกาส

การสับเปลี่ยนกองทุน (Fund Switching) คือ กระบวนการย้ายเงินลงทุนจากกองทุนรวมต้นทางไปยังกองทุนรวมปลายทางโดยอัตโนมัติผ่านระบบของบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) หรือตัวแทนขาย โดยผู้ลงทุนไม่ต้องถอนเงินสดออกมาพักไว้ในบัญชีธนาคารก่อนครับ

ในระบบการบริหารพอร์ตการลงทุน การย้ายเงินลงทุนในลักษณะนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการปรับสมดุลพอร์ตลงทุน (Portfolio Rebalancing) การปรับเปลี่ยนระดับความเสี่ยงตามสภาวะตลาด และการรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษี บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกลไกการทำงาน เงื่อนไขค่าธรรมเนียม ระยะเวลาดำเนินการ และเทคนิคการปรับพอร์ตอย่างถูกต้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สินทรัพย์เติบโตครับ

⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • การโอนย้ายหน่วยลงทุนช่วยให้เงินลงทุนทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพักเงินสดไว้ในบัญชีธนาคาร ช่วยลดขั้นตอนและรักษาโอกาสการสร้างผลตอบแทน
  • การสับเปลี่ยนภายในกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษีชนิดเดียวกัน ช่วยรักษาสิทธิ์นับอายุการถือครองต่อเนื่องโดยไม่ผิดเงื่อนไขภาษีของกรมสรรพากร
  • ระยะเวลาชำระราคา (T+N) ทำให้วันขายคืนต้นทางและวันเข้าซื้อปลายทางได้รับราคา NAV ณ วันทำการที่แตกต่างกัน
  • การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพควรทำตามแผน Rebalance พอร์ตอย่างมีวินัย ไม่ควรกดสับเปลี่ยนเข้าออกตามอารมณ์หรือการเก็งกำไรระยะสั้น

สับเปลี่ยนกองทุน คืออะไร? กลไกการย้ายเงินลงทุนที่นักลงทุนต้องรู้

การสับเปลี่ยนกองทุน คือ คำสั่งทางทางการเงินที่ผู้ลงทุนแจ้งแก่ บลจ. เพื่อให้ระบบขายคืนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมต้นทาง แล้วนำมูลค่าเงินที่ได้ไปสั่งซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมปลายทางให้โดยอัตโนมัติครับ

กระบวนการย้ายกองทุน ทำงานอย่างไร?

กระบวนการสับเปลี่ยนจะเริ่มจากการที่ผู้ลงทุนเลือกกองทุนต้นทางที่ต้องการย้ายเงินออก และระบุกองทุนปลายทางที่ต้องการย้ายเงินเข้า เมื่อส่งคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ระบบจะทำการคำนวณราคาขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางตามมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV) ณ วันทำการที่กำหนด ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลขนี้สามารถดู วิธีคำนวณและทำความเข้าใจ NAV กองทุน ได้เลยครับ

หลังจากระบบประมวลผลการขายกองทุนต้นทางเรียบร้อยแล้ว เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกส่งไปสั่งซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางทันที โดยที่เงินลงทุนไม่ต้องโอนผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้ลงทุน ทำให้กระบวนการย้ายสินทรัพย์ดำเนินไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

การสับเปลี่ยน vs การขายคืนแล้วซื้อใหม่ ต่างกันตรงไหน?

แม้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายของการทำรายการจะทำให้ผู้ลงทุนได้ย้ายเงินไปอยู่ในกองทุนใหม่เหมือนกัน แต่กระบวนการทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญใน 3 ด้านหลัก:

  1. ความสะดวกในการดำเนินการ: สามารถส่งคำสั่งเพียงครั้งเดียวผ่านแอปพลิเคชันหรือแบบฟอร์ม ส่วนการขายคืนแล้วซื้อใหม่ ผู้ลงทุนต้องรอให้เงินขายคืนโอนเข้าบัญชีธนาคารก่อน แล้วจึงกดสั่งซื้อกองทุนใหม่ด้วยตนเองอีกครั้ง
  2. การรักษาโอกาสการลงทุน: การขายคืนเพื่อนำเงินมาซื้อใหม่เองอาจมีช่วงพักเงินสดในบัญชีธนาคาร 1 ถึง 5 วันทำการ ซึ่งหากช่วงนั้นตลาดปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ลงทุนอาจเสียโอกาสรับผลตอบแทน แต่การสับเปลี่ยนผ่านระบบจะช่วยเชื่อมโยงกระแสเงินทุนอย่างต่อเนื่อง
  3. ผลกระทบทางภาษีและเงื่อนไขกองทุน: สำหรับกองทุนรวมลดหย่อนภาษี การสั่งขายคืนเป็นเงินสดเข้าบัญชีธนาคารจะถือว่าทำผิดเงื่อนไขภาษีทันที แต่หากสับเปลี่ยนไปยังกองทุนลดหย่อนภาษีประเภทเดียวกันผ่านระบบจะได้รับการยกเว้นภาษีและนับอายุการถือครองต่อเนื่อง

ทำไมการสับเปลี่ยนกองทุนถึงสำคัญต่อการจัดพอร์ตลงทุน?

การสับเปลี่ยนกองทุน มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดพอร์ตการลงทุน เพราะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

การปรับสมดุลพอร์ตลงทุน (Portfolio Rebalancing) ตามสภาวะตลาด

เมื่อเวลาผ่านไป ราคาของสินทรัพย์แต่ละประเภทจะขยับตัวไม่เท่ากัน เช่น หากช่วงไหนตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก สัดส่วนของกองทุนหุ้นในพอร์ตอาจเติบโตจนเกินเป้าหมายเดิม ส่งผลให้พอร์ตมีความผันผวนสูงขึ้น การปรับสัดส่วนโดยย้ายกำไรบางส่วนจากกองทุนหุ้นไปยังกองทุนตราสารหนี้ จะช่วยดึงสัดส่วนพอร์ตกลับมาสมดุลตามแผนกระจายความเสี่ยงเดิมที่วางไว้

การลดความเสี่ยงเมื่อระดับความเสี่ยงที่รับได้เปลี่ยนไปตามช่วงอายุ

เมื่อผู้ลงทุนมีอายุมากขึ้น หรือขยับเข้าใกล้เป้าหมายทางการเงินที่ต้องการใช้เงิน เช่น เตรียมเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความสามารถในการรับความเสี่ยงย่อมลดลงตามธรรมชาติ กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้ลงทุนทยอยย้ายเงินจากกองทุนหุ้นที่มีความผันผวนสูง ไปสะสมไว้ในกองทุนตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อปกป้องเงินต้นและลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด

ประเด็นเปรียบเทียบสับเปลี่ยนภายใน บลจ. เดียวกันสับเปลี่ยนข้าม บลจ.
ระยะเวลาดำเนินการ (T+N)รวดเร็ว ส่วนใหญ่ใช้เวลา T+1 ถึง T+2ใช้เวลานานกว่า ส่วนใหญ่ใช้เวลา T+3 ถึง T+5
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนมักจะต่ำกว่า หรือได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมอาจมีค่าธรรมเนียมทั้งฝั่งสับเปลี่ยนออกและสับเปลี่ยนเข้า
ความสะดวกในการทำรายการสั่งรายการผ่านแอปพลิเคชันของ บลจ. นั้น ๆ ได้ทันทีต้องทำรายการผ่านแพลตฟอร์มตัวแทนขายกลางหรือยื่นเอกสาร
ความหลากหลายของตัวเลือกจำกัดเฉพาะกองทุนที่ บลจ. นั้นเป็นผู้บริหารจัดการมีตัวเลือกกองทุนปลายทางหลากหลายจากหลาย บลจ.

เงื่อนไขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการ (T+N) ในการย้ายกองทุน

โครงสร้างค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการ T+N ในการสับเปลี่ยนกองทุน

การส่งคำสั่งสับเปลี่ยนจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างค่าใช้จ่ายและกรอบระยะเวลาชำระราคาอย่างรอบคอบ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อต้นทุนและราคา NAV ของหน่วยลงทุนที่จะได้รับครับ

ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนกองทุน (Switching Fee, Front-end Fee, Back-end Fee)

วิธีการดังกล่าว อาจมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากหลายส่วน ผู้ลงทุนที่สนใจรายละเอียดเรื่องโครงสร้างต้นทุน สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อ ทำความเข้าใจเรื่อง ค่าธรรมเนียมกองทุน โดยปกติค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนจะแบ่งออกเป็น:

  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching-out Fee): ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดยกองทุนต้นทางเมื่อย้ายเงินออก
  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching-in Fee): ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดยกองทุนปลายทางเมื่อรับเงินเข้า
  • ค่าธรรมเนียมการเสนอขาย / รับซื้อคืน (Front-end / Back-end Fee): กองทุนบางแห่งอาจยกเว้นค่าธรรมเนียมสับเปลี่ยน แต่ไปเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนตามอัตราปกติ

การตรวจสอบข้อกำหนดกำกับดูแลการเสนอขายและค่าธรรมเนียมสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อดูมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นธรรมครับ

ระยะเวลาการรับเงินสับเปลี่ยน (T+N) และผลกระทบต่อราคา NAV ช่วงตลาดผันผวน

ระยะเวลา T+N คือ จำนวนวันทำการหลังจากวันที่ส่งคำสั่ง (T) ที่ระบบใช้ประมวลผลและย้ายเงินไปยังกองทุนปลายทาง เช่น T+1 หมายถึงกองทุนปลายทางได้รับเงินในวันทำการถัดไป ส่วน T+4 หรือ T+5 มักพบในกองทุนรวมที่ไปลงทุนในต่างประเทศ

ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง ระยะเวลา T+N อาจทำให้เกิดช่องว่างของราคา NAV ได้ครับ ตัวอย่างเช่น หากกองทุนต้นทางขายหน่วยลงทุนด้วยราคา NAV ณ วันที่ T แต่กองทุนปลายทางต้องรอประมวลผลเงินและใช้ราคา NAV ของวัน T+3 ผู้ลงทุนก็จะได้รับราคาหน่วยลงทุนปลายทางตามสภาพตลาดในวันทำการถัดไปแทน ซึ่งราคานี้อาจสูงขึ้นหรือต่ำลงได้ตามภาวะตลาด ณ ขณะนั้นครับ

ข้อควรรู้ในการ สับเปลี่ยนกองทุน RMF และกองทุนลดหย่อนภาษี

การย้ายหน่วยลงทุนกลุ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษี มีกฎเกณฑ์เฉพาะที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ทำผิดเงื่อนไขสรรพากรย้อนหลังครับ

กฎเกณฑ์กรมสรรพากรในการสับเปลี่ยนกองทุน RMF / SSF / ThaiESG โดยไม่ผิดเงื่อนไขภาษี

การเปลี่ยนกองทุน RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ: Retirement Mutual Fund), SSF (กองทุนรวมเพื่อการออม: Super Savings Fund) หรือ ThaiESG (กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน: Thailand ESG Fund) จะไม่ผิดเงื่อนไขภาษี ก็ต่อเมื่อ เป็นการสับเปลี่ยนไปยังกองทุนรวมประเภทเดียวกันเท่านั้น

  • กองทุน RMF ต้องสับเปลี่ยนไปเข้า กองทุน RMF เท่านั้น
  • กองทุน SSF ต้องสับเปลี่ยนไปเข้า กองทุน SSF เท่านั้น
  • กองทุน ThaiESG ต้องสับเปลี่ยนไปเข้า กองทุน ThaiESG เท่านั้น

หากสั่งสับเปลี่ยนข้ามประเภทกองทุน เช่น ย้ายเงินจาก RMF ไปกองทุนรวมทั่วไป หรือสับเปลี่ยนไป SSF จะถือเป็นการขายคืนผิดเงื่อนไขภาษีทันที ส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับยกเว้นพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายละเอียดและเกณฑ์สิทธิประโยชน์ทางภาษีฉบับเต็มได้ที่ กรมสรรพากร

ข้อควรระวังในการเลือกกองทุนปลายทางเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษี

สำหรับใครที่ต้องการศึกษาความรู้เพิ่มเติมว่ารายการลักษณะไหนถือเป็นธุรกรรมรับซื้อคืน สามารถอ่านต่อได้ที่เกณฑ์และข้อสงสัยว่าขายกองทุนเสียภาษีไหมครับ สิ่งสำคัญที่สุดในการย้ายกองทุน RMF หรือกองทุนลดหย่อนภาษีชนิดอื่น ๆ คือ ห้ามสั่งขายคืนเป็นเงินสดเข้าบัญชีเงินฝากของตนเองเด็ดขาด ให้เลือกทำรายการผ่านคำสั่ง “สับเปลี่ยนกองทุน” ในระบบเท่านั้น เพื่อให้ บลจ. ดำเนินการโอนย้ายมูลค่าหน่วยลงทุนไปยังกองทุนปลายทางโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้การนับระยะเวลาถือครองต่อเนื่องเป็นไปอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขของกองทุนแต่ละประเภท

โดยกองทุน RMF กำหนดให้ถือครองต่อเนื่องจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ ร่วมกับลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี ส่วนกองทุน SSF กำหนดให้ถือครองหน่วยลงทุนแต่ละรายการไม่น้อยกว่า 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ และกองทุน ThaiESG กำหนดให้ถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ โดยไม่มีเงื่อนไขด้านอายุ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบเงื่อนไขที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของกองทุนแต่ละกองก่อนทำรายการทุกครั้งครับ

เทคนิคสับเปลี่ยนกองทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้พอร์ตเติบโต

การเปลี่ยนกองทุนอย่างมีกลยุทธ์จะช่วยบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ โดยมี เทคนิคที่น่าสนใจดังนี้ครับ

📢 Traderbobo แนะนำ

ตอนผมเริ่มจัดพอร์ตการลงทุนใหม่ ๆ ความผิดพลาดที่ทำบ่อยคือการ ‘กดสับเปลี่ยนตามข่าวรายวัน’ พอเห็นตลาดปรับตัวลงก็ตกใจสับเปลี่ยนหนี พอตลาดวิ่งขึ้นก็สับเปลี่ยนตาม ทำให้เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนและไม่ได้ประโยชน์ บทเรียนนี้สอนให้ผมกำหนดวัน Rebalance พอร์ตที่แน่นอน เช่น ทุก 6 เดือน หรือสับเปลี่ยนเมื่อสัดส่วนสินทรัพย์เปลี่ยนไปเกิน 10% ผู้ลงทุนควรศึกษาและปรับใช้ตามระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ครับ

เทคนิคการสับเปลี่ยนจากกองทุนความเสี่ยงสูงไปกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) เพื่อพักเงิน

ในสภาวะที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาจนระดับราคาเริ่มแพง หรือมีปัจจัยความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น เทคนิคหนึ่งที่นักลงทุนนิยมใช้คือการสับเปลี่ยนเงินลงทุนบางส่วนหรือกำไรที่ได้จากกองทุนหุ้น ย้ายไปเข้ากองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นซึ่งมีความผันผวนต่ำมาก การทำเช่นนี้เป็นการพักเงินสดไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อรอจังหวะให้ตลาดปรับฐานลงมา แล้วจึงสับเปลี่ยนเงินกลับเข้ากองทุนหุ้นในราคาที่เหมาะสมกว่า

เทคนิคการกำหนด Rebalancing Threshold เพื่อสับเปลี่ยนอย่างมีวินัย

นักลงทุนไม่ควรอิงตามอารมณ์ชั่วคราว แต่ควรกำหนดเกณฑ์สัดส่วน (Threshold) ที่ชัดเจน เช่น ตั้งเป้าหมายพอร์ตเป็น กองทุนหุ้น 60% และ กองทุนตราสารหนี้ 40%

เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดหุ้นเติบโตจนสัดส่วนกลายเป็น กองทุนหุ้น 70% และ กองทุนตราสารหนี้ 30% ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งเปลี่ยนกองทุนหุ้นส่วนเกิน 10% กลับมายังกองทุนตราสารหนี้ วิธีนี้จะช่วยล็อกกำไรเข้าพอร์ตอย่างเป็นระบบ และควบคุมระดับความเสี่ยงรวมให้อยู่ในกรอบที่ยอมรับได้เสมอ

สรุปการสับเปลี่ยนกองทุนคืออะไร มีหลักการอย่างไรเพื่อเป้าหมายระยะยาว

การสับเปลี่ยนกองทุนเป็นเครื่องมือบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามสภาวะตลาด คุมระดับความเสี่ยงตามช่วงอายุ และรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างต่อเนื่อง การทำความเข้าใจระยะเวลา T+N โครงสร้างค่าธรรมเนียม และข้อกำหนดของกรมสรรพากร จะช่วยให้การกระบวนการนี้เป็นไปอย่างถูกต้องและสนับสนุนให้พอร์ตการลงทุนเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสับเปลี่ยนกองทุน

เปลี่ยนกองทุนเสียภาษีหรือไม่?

การเปลี่ยนกองทุนรวมทั่วไปในประเทศไทยได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gains Tax) เช่นเดียวกับการขายคืนปกติครับ ส่วนการสับเปลี่ยนไปยังกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น RMF หรือ SSF หากสับเปลี่ยนไปยังกองทุนประเภทเดียวกันผ่านระบบจะได้รับการยกเว้นภาษีและนับระยะเวลาถือครองต่อเนื่องโดยไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขภาษีครับ

สับเปลี่ยนกองทุน RMF ข้าม บลจ. ทำได้ไหม และมีขั้นตอนอย่างไร?

สามารถทำได้ครับ การสับเปลี่ยนกองทุน RMF ข้าม บลจ. สามารถแจ้งความประสงค์ผ่าน บลจ. ต้นทางหรือตัวแทนขายที่รองรับ โดยระบบจะโอนย้ายเงินไปยัง บลจ. ปลายทางโดยตรงโดยไม่ผ่านบัญชีเงินฝากของผู้ลงทุน ก่อนทำรายการควรตรวจสอบว่า บลจ. ปลายทางเปิดรับการสับเปลี่ยนเข้าหรือไม่ และดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนเพื่อรักษาสิทธิ์ถือครองต่อเนื่องครับ

การสับเปลี่ยนกองทุนใช้เวลากี่วัน (T+N) กว่าเงินจะเข้ากองใหม่?

ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุนต้นทางและปลายทางครับ หากเป็นการสับเปลี่ยนภายใน บลจ. เดียวกันมักใช้เวลา T+1 ถึง T+2 วันทำการ แต่หากเป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศหรือการสับเปลี่ยนข้าม บลจ. อาจใช้เวลา T+3 ถึง T+5 วันทำการ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบระยะเวลา T+N ที่ระบุในหนังสือชี้ชวนก่อนทำรายการเสมอครับ

ถ้าเปลี่ยนกองทุนในช่วงตลาดผันผวน จะได้ราคา NAV ของวันไหน?

ผู้ลงทุนจะได้ราคา NAV ตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนของกองทุนแต่ละแห่งครับ โดยหากส่งคำสั่งก่อนเวลาตัดรับคำสั่ง (Cut-off Time) กองทุนต้นทางจะใช้ราคา NAV ของวันที่ส่งคำสั่ง ส่วนกองทุนปลายทางจะใช้ราคา NAV ของวันที่ได้รับเงินโอนตามระยะเวลา T+N ซึ่งอาจเป็นราคา NAV ของวันทำการถัด ๆ ไป ทำให้ราคาต้นทางและปลายทางเป็นคนละวันกันครับ

เปลี่ยนกองทุนมีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?

ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนกองทุนอาจประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching-out Fee) ที่เก็บโดยกองทุนต้นทาง และค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching-in Fee) ที่เก็บโดยกองทุนปลายทาง รวมถึงอาจมีค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Front-end / Back-end Fee) เพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุนที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนครับ

⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5