สับเปลี่ยนกองทุนคืออะไร? วิธีบริหารพอร์ตให้โตแบบไม่เสียโอกาส

  • 8:50 am
  • Post Views: 14
Table of Contents
สับเปลี่ยนกองทุนคืออะไร? วิธีบริหารพอร์ตให้โตแบบไม่เสียโอกาส

การสับเปลี่ยนกองทุน (Fund Switching) คือ กระบวนการย้ายเงินลงทุนจากกองทุนรวมต้นทางไปยังกองทุนรวมปลายทางโดยอัตโนมัติผ่านระบบของบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) หรือตัวแทนขาย โดยผู้ลงทุนไม่ต้องถอนเงินสดออกมาพักไว้ในบัญชีธนาคารก่อนครับ

ในระบบการบริหารพอร์ตการลงทุน การย้ายเงินลงทุนในลักษณะนี้ถือเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการปรับสมดุลพอร์ตลงทุน (Portfolio Rebalancing) การปรับเปลี่ยนระดับความเสี่ยงตามสภาวะตลาด และการรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษี บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจกลไกการทำงาน เงื่อนไขค่าธรรมเนียม ระยะเวลาดำเนินการ และเทคนิคการปรับพอร์ตอย่างถูกต้องเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สินทรัพย์เติบโตครับ

⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • การโอนย้ายหน่วยลงทุนช่วยให้เงินลงทุนทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องพักเงินสดไว้ในบัญชีธนาคาร ช่วยลดขั้นตอนและรักษาโอกาสการสร้างผลตอบแทน
  • การสับเปลี่ยนภายในกลุ่มกองทุนลดหย่อนภาษีชนิดเดียวกัน ช่วยรักษาสิทธิ์นับอายุการถือครองต่อเนื่องโดยไม่ผิดเงื่อนไขภาษีของกรมสรรพากร
  • ระยะเวลาชำระราคา (T+N) ทำให้วันขายคืนต้นทางและวันเข้าซื้อปลายทางได้รับราคา NAV ณ วันทำการที่แตกต่างกัน
  • การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพควรทำตามแผน Rebalance พอร์ตอย่างมีวินัย ไม่ควรกดสับเปลี่ยนเข้าออกตามอารมณ์หรือการเก็งกำไรระยะสั้น

สับเปลี่ยนกองทุน คืออะไร? กลไกการย้ายเงินลงทุนที่นักลงทุนต้องรู้

การสับเปลี่ยนกองทุน คือ คำสั่งทางทางการเงินที่ผู้ลงทุนแจ้งแก่ บลจ. เพื่อให้ระบบขายคืนหน่วยลงทุนจากกองทุนรวมต้นทาง แล้วนำมูลค่าเงินที่ได้ไปสั่งซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนรวมปลายทางให้โดยอัตโนมัติครับ

กระบวนการย้ายกองทุน ทำงานอย่างไร?

กระบวนการสับเปลี่ยนจะเริ่มจากการที่ผู้ลงทุนเลือกกองทุนต้นทางที่ต้องการย้ายเงินออก และระบุกองทุนปลายทางที่ต้องการย้ายเงินเข้า เมื่อส่งคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ระบบจะทำการคำนวณราคาขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางตามมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value: NAV) ณ วันทำการที่กำหนด ผู้ที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวเลขนี้สามารถดู วิธีคำนวณและทำความเข้าใจ NAV กองทุน ได้เลยครับ

หลังจากระบบประมวลผลการขายกองทุนต้นทางเรียบร้อยแล้ว เงินจำนวนดังกล่าวจะถูกส่งไปสั่งซื้อหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางทันที โดยที่เงินลงทุนไม่ต้องโอนผ่านบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ของผู้ลงทุน ทำให้กระบวนการย้ายสินทรัพย์ดำเนินไปได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

การสับเปลี่ยน vs การขายคืนแล้วซื้อใหม่ ต่างกันตรงไหน?

แม้ว่าผลลัพธ์สุดท้ายของการทำรายการจะทำให้ผู้ลงทุนได้ย้ายเงินไปอยู่ในกองทุนใหม่เหมือนกัน แต่กระบวนการทั้งสองรูปแบบมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญใน 3 ด้านหลัก:

  1. ความสะดวกในการดำเนินการ: สามารถส่งคำสั่งเพียงครั้งเดียวผ่านแอปพลิเคชันหรือแบบฟอร์ม ส่วนการขายคืนแล้วซื้อใหม่ ผู้ลงทุนต้องรอให้เงินขายคืนโอนเข้าบัญชีธนาคารก่อน แล้วจึงกดสั่งซื้อกองทุนใหม่ด้วยตนเองอีกครั้ง
  2. การรักษาโอกาสการลงทุน: การขายคืนเพื่อนำเงินมาซื้อใหม่เองอาจมีช่วงพักเงินสดในบัญชีธนาคาร 1 ถึง 5 วันทำการ ซึ่งหากช่วงนั้นตลาดปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ลงทุนอาจเสียโอกาสรับผลตอบแทน แต่การสับเปลี่ยนผ่านระบบจะช่วยเชื่อมโยงกระแสเงินทุนอย่างต่อเนื่อง
  3. ผลกระทบทางภาษีและเงื่อนไขกองทุน: สำหรับกองทุนรวมลดหย่อนภาษี การสั่งขายคืนเป็นเงินสดเข้าบัญชีธนาคารจะถือว่าทำผิดเงื่อนไขภาษีทันที แต่หากสับเปลี่ยนไปยังกองทุนลดหย่อนภาษีประเภทเดียวกันผ่านระบบจะได้รับการยกเว้นภาษีและนับอายุการถือครองต่อเนื่อง

ทำไมการสับเปลี่ยนกองทุนถึงสำคัญต่อการจัดพอร์ตลงทุน?

การสับเปลี่ยนกองทุน มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการจัดพอร์ตการลงทุน เพราะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินและสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

การปรับสมดุลพอร์ตลงทุน (Portfolio Rebalancing) ตามสภาวะตลาด

เมื่อเวลาผ่านไป ราคาของสินทรัพย์แต่ละประเภทจะขยับตัวไม่เท่ากัน เช่น หากช่วงไหนตลาดหุ้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก สัดส่วนของกองทุนหุ้นในพอร์ตอาจเติบโตจนเกินเป้าหมายเดิม ส่งผลให้พอร์ตมีความผันผวนสูงขึ้น การปรับสัดส่วนโดยย้ายกำไรบางส่วนจากกองทุนหุ้นไปยังกองทุนตราสารหนี้ จะช่วยดึงสัดส่วนพอร์ตกลับมาสมดุลตามแผนกระจายความเสี่ยงเดิมที่วางไว้

การลดความเสี่ยงเมื่อระดับความเสี่ยงที่รับได้เปลี่ยนไปตามช่วงอายุ

เมื่อผู้ลงทุนมีอายุมากขึ้น หรือขยับเข้าใกล้เป้าหมายทางการเงินที่ต้องการใช้เงิน เช่น เตรียมเกษียณในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ความสามารถในการรับความเสี่ยงย่อมลดลงตามธรรมชาติ กระบวนการนี้ช่วยให้ผู้ลงทุนทยอยย้ายเงินจากกองทุนหุ้นที่มีความผันผวนสูง ไปสะสมไว้ในกองทุนตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อปกป้องเงินต้นและลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด

ประเด็นเปรียบเทียบสับเปลี่ยนภายใน บลจ. เดียวกันสับเปลี่ยนข้าม บลจ.
ระยะเวลาดำเนินการ (T+N)รวดเร็ว ส่วนใหญ่ใช้เวลา T+1 ถึง T+2ใช้เวลานานกว่า ส่วนใหญ่ใช้เวลา T+3 ถึง T+5
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนมักจะต่ำกว่า หรือได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมอาจมีค่าธรรมเนียมทั้งฝั่งสับเปลี่ยนออกและสับเปลี่ยนเข้า
ความสะดวกในการทำรายการสั่งรายการผ่านแอปพลิเคชันของ บลจ. นั้น ๆ ได้ทันทีต้องทำรายการผ่านแพลตฟอร์มตัวแทนขายกลางหรือยื่นเอกสาร
ความหลากหลายของตัวเลือกจำกัดเฉพาะกองทุนที่ บลจ. นั้นเป็นผู้บริหารจัดการมีตัวเลือกกองทุนปลายทางหลากหลายจากหลาย บลจ.

เงื่อนไขค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการ (T+N) ในการย้ายกองทุน

โครงสร้างค่าธรรมเนียมและระยะเวลาดำเนินการ T+N ในการสับเปลี่ยนกองทุน

การส่งคำสั่งสับเปลี่ยนจำเป็นต้องพิจารณาโครงสร้างค่าใช้จ่ายและกรอบระยะเวลาชำระราคาอย่างรอบคอบ เนื่องจากปัจจัยเหล่านี้ส่งผลต่อต้นทุนและราคา NAV ของหน่วยลงทุนที่จะได้รับครับ

ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนกองทุน (Switching Fee, Front-end Fee, Back-end Fee)

วิธีการดังกล่าว อาจมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจากหลายส่วน ผู้ลงทุนที่สนใจรายละเอียดเรื่องโครงสร้างต้นทุน สามารถเข้าไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อ ทำความเข้าใจเรื่อง ค่าธรรมเนียมกองทุน โดยปกติค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนจะแบ่งออกเป็น:

  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching-out Fee): ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดยกองทุนต้นทางเมื่อย้ายเงินออก
  • ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching-in Fee): ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บโดยกองทุนปลายทางเมื่อรับเงินเข้า
  • ค่าธรรมเนียมการเสนอขาย / รับซื้อคืน (Front-end / Back-end Fee): กองทุนบางแห่งอาจยกเว้นค่าธรรมเนียมสับเปลี่ยน แต่ไปเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนตามอัตราปกติ

การตรวจสอบข้อกำหนดกำกับดูแลการเสนอขายและค่าธรรมเนียมสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จาก สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อดูมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นธรรมครับ

ระยะเวลาการรับเงินสับเปลี่ยน (T+N) และผลกระทบต่อราคา NAV ช่วงตลาดผันผวน

ระยะเวลา T+N คือ จำนวนวันทำการหลังจากวันที่ส่งคำสั่ง (T) ที่ระบบใช้ประมวลผลและย้ายเงินไปยังกองทุนปลายทาง เช่น T+1 หมายถึงกองทุนปลายทางได้รับเงินในวันทำการถัดไป ส่วน T+4 หรือ T+5 มักพบในกองทุนรวมที่ไปลงทุนในต่างประเทศ

ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง ระยะเวลา T+N อาจทำให้เกิดช่องว่างของราคา NAV ได้ครับ ตัวอย่างเช่น หากกองทุนต้นทางขายหน่วยลงทุนด้วยราคา NAV ณ วันที่ T แต่กองทุนปลายทางต้องรอประมวลผลเงินและใช้ราคา NAV ของวัน T+3 ผู้ลงทุนก็จะได้รับราคาหน่วยลงทุนปลายทางตามสภาพตลาดในวันทำการถัดไปแทน ซึ่งราคานี้อาจสูงขึ้นหรือต่ำลงได้ตามภาวะตลาด ณ ขณะนั้นครับ

ข้อควรรู้ในการ สับเปลี่ยนกองทุน RMF และกองทุนลดหย่อนภาษี

การย้ายหน่วยลงทุนกลุ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษี มีกฎเกณฑ์เฉพาะที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้ทำผิดเงื่อนไขสรรพากรย้อนหลังครับ

กฎเกณฑ์กรมสรรพากรในการสับเปลี่ยนกองทุน RMF / SSF / ThaiESG โดยไม่ผิดเงื่อนไขภาษี

การเปลี่ยนกองทุน RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ: Retirement Mutual Fund), SSF (กองทุนรวมเพื่อการออม: Super Savings Fund) หรือ ThaiESG (กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน: Thailand ESG Fund) จะไม่ผิดเงื่อนไขภาษี ก็ต่อเมื่อ เป็นการสับเปลี่ยนไปยังกองทุนรวมประเภทเดียวกันเท่านั้น

  • กองทุน RMF ต้องสับเปลี่ยนไปเข้า กองทุน RMF เท่านั้น
  • กองทุน SSF ต้องสับเปลี่ยนไปเข้า กองทุน SSF เท่านั้น
  • กองทุน ThaiESG ต้องสับเปลี่ยนไปเข้า กองทุน ThaiESG เท่านั้น

หากสั่งสับเปลี่ยนข้ามประเภทกองทุน เช่น ย้ายเงินจาก RMF ไปกองทุนรวมทั่วไป หรือสับเปลี่ยนไป SSF จะถือเป็นการขายคืนผิดเงื่อนไขภาษีทันที ส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับยกเว้นพร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายละเอียดและเกณฑ์สิทธิประโยชน์ทางภาษีฉบับเต็มได้ที่ กรมสรรพากร

ข้อควรระวังในการเลือกกองทุนปลายทางเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษี

สำหรับใครที่ต้องการศึกษาความรู้เพิ่มเติมว่ารายการลักษณะไหนถือเป็นธุรกรรมรับซื้อคืน สามารถอ่านต่อได้ที่เกณฑ์และข้อสงสัยว่าขายกองทุนเสียภาษีไหมครับ สิ่งสำคัญที่สุดในการย้ายกองทุน RMF หรือกองทุนลดหย่อนภาษีชนิดอื่น ๆ คือ ห้ามสั่งขายคืนเป็นเงินสดเข้าบัญชีเงินฝากของตนเองเด็ดขาด ให้เลือกทำรายการผ่านคำสั่ง “สับเปลี่ยนกองทุน” ในระบบเท่านั้น เพื่อให้ บลจ. ดำเนินการโอนย้ายมูลค่าหน่วยลงทุนไปยังกองทุนปลายทางโดยตรง ซึ่งจะช่วยให้การนับระยะเวลาถือครองต่อเนื่องเป็นไปอย่างถูกต้องตามเงื่อนไขของกองทุนแต่ละประเภท

โดยกองทุน RMF กำหนดให้ถือครองต่อเนื่องจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ ร่วมกับลงทุนต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5 ปี ส่วนกองทุน SSF กำหนดให้ถือครองหน่วยลงทุนแต่ละรายการไม่น้อยกว่า 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ และกองทุน ThaiESG กำหนดให้ถือครองไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อ โดยไม่มีเงื่อนไขด้านอายุ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบเงื่อนไขที่ระบุในหนังสือชี้ชวนของกองทุนแต่ละกองก่อนทำรายการทุกครั้งครับ

เทคนิคสับเปลี่ยนกองทุน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้พอร์ตเติบโต

การเปลี่ยนกองทุนอย่างมีกลยุทธ์จะช่วยบริหารความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ โดยมี เทคนิคที่น่าสนใจดังนี้ครับ

📢 Traderbobo แนะนำ

ตอนผมเริ่มจัดพอร์ตการลงทุนใหม่ ๆ ความผิดพลาดที่ทำบ่อยคือการ ‘กดสับเปลี่ยนตามข่าวรายวัน’ พอเห็นตลาดปรับตัวลงก็ตกใจสับเปลี่ยนหนี พอตลาดวิ่งขึ้นก็สับเปลี่ยนตาม ทำให้เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนและไม่ได้ประโยชน์ บทเรียนนี้สอนให้ผมกำหนดวัน Rebalance พอร์ตที่แน่นอน เช่น ทุก 6 เดือน หรือสับเปลี่ยนเมื่อสัดส่วนสินทรัพย์เปลี่ยนไปเกิน 10% ผู้ลงทุนควรศึกษาและปรับใช้ตามระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ครับ

เทคนิคการสับเปลี่ยนจากกองทุนความเสี่ยงสูงไปกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) เพื่อพักเงิน

ในสภาวะที่ตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นมาจนระดับราคาเริ่มแพง หรือมีปัจจัยความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้น เทคนิคหนึ่งที่นักลงทุนนิยมใช้คือการสับเปลี่ยนเงินลงทุนบางส่วนหรือกำไรที่ได้จากกองทุนหุ้น ย้ายไปเข้ากองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นซึ่งมีความผันผวนต่ำมาก การทำเช่นนี้เป็นการพักเงินสดไว้ในสินทรัพย์ปลอดภัยเพื่อรอจังหวะให้ตลาดปรับฐานลงมา แล้วจึงสับเปลี่ยนเงินกลับเข้ากองทุนหุ้นในราคาที่เหมาะสมกว่า

เทคนิคการกำหนด Rebalancing Threshold เพื่อสับเปลี่ยนอย่างมีวินัย

นักลงทุนไม่ควรอิงตามอารมณ์ชั่วคราว แต่ควรกำหนดเกณฑ์สัดส่วน (Threshold) ที่ชัดเจน เช่น ตั้งเป้าหมายพอร์ตเป็น กองทุนหุ้น 60% และ กองทุนตราสารหนี้ 40%

เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดหุ้นเติบโตจนสัดส่วนกลายเป็น กองทุนหุ้น 70% และ กองทุนตราสารหนี้ 30% ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งเปลี่ยนกองทุนหุ้นส่วนเกิน 10% กลับมายังกองทุนตราสารหนี้ วิธีนี้จะช่วยล็อกกำไรเข้าพอร์ตอย่างเป็นระบบ และควบคุมระดับความเสี่ยงรวมให้อยู่ในกรอบที่ยอมรับได้เสมอ

สรุปการสับเปลี่ยนกองทุนคืออะไร มีหลักการอย่างไรเพื่อเป้าหมายระยะยาว

การสับเปลี่ยนกองทุนเป็นเครื่องมือบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถปรับสัดส่วนสินทรัพย์ตามสภาวะตลาด คุมระดับความเสี่ยงตามช่วงอายุ และรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างต่อเนื่อง การทำความเข้าใจระยะเวลา T+N โครงสร้างค่าธรรมเนียม และข้อกำหนดของกรมสรรพากร จะช่วยให้การกระบวนการนี้เป็นไปอย่างถูกต้องและสนับสนุนให้พอร์ตการลงทุนเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสับเปลี่ยนกองทุน

เปลี่ยนกองทุนเสียภาษีหรือไม่?

การเปลี่ยนกองทุนรวมทั่วไปในประเทศไทยได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายหน่วยลงทุน (Capital Gains Tax) เช่นเดียวกับการขายคืนปกติครับ ส่วนการสับเปลี่ยนไปยังกองทุนลดหย่อนภาษี เช่น RMF หรือ SSF หากสับเปลี่ยนไปยังกองทุนประเภทเดียวกันผ่านระบบจะได้รับการยกเว้นภาษีและนับระยะเวลาถือครองต่อเนื่องโดยไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขภาษีครับ

สับเปลี่ยนกองทุน RMF ข้าม บลจ. ทำได้ไหม และมีขั้นตอนอย่างไร?

สามารถทำได้ครับ การสับเปลี่ยนกองทุน RMF ข้าม บลจ. สามารถแจ้งความประสงค์ผ่าน บลจ. ต้นทางหรือตัวแทนขายที่รองรับ โดยระบบจะโอนย้ายเงินไปยัง บลจ. ปลายทางโดยตรงโดยไม่ผ่านบัญชีเงินฝากของผู้ลงทุน ก่อนทำรายการควรตรวจสอบว่า บลจ. ปลายทางเปิดรับการสับเปลี่ยนเข้าหรือไม่ และดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอนเพื่อรักษาสิทธิ์ถือครองต่อเนื่องครับ

การสับเปลี่ยนกองทุนใช้เวลากี่วัน (T+N) กว่าเงินจะเข้ากองใหม่?

ระยะเวลาดำเนินการขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุนต้นทางและปลายทางครับ หากเป็นการสับเปลี่ยนภายใน บลจ. เดียวกันมักใช้เวลา T+1 ถึง T+2 วันทำการ แต่หากเป็นกองทุนหุ้นต่างประเทศหรือการสับเปลี่ยนข้าม บลจ. อาจใช้เวลา T+3 ถึง T+5 วันทำการ ผู้ลงทุนควรตรวจสอบระยะเวลา T+N ที่ระบุในหนังสือชี้ชวนก่อนทำรายการเสมอครับ

ถ้าเปลี่ยนกองทุนในช่วงตลาดผันผวน จะได้ราคา NAV ของวันไหน?

ผู้ลงทุนจะได้ราคา NAV ตามเงื่อนไขที่กำหนดในหนังสือชี้ชวนของกองทุนแต่ละแห่งครับ โดยหากส่งคำสั่งก่อนเวลาตัดรับคำสั่ง (Cut-off Time) กองทุนต้นทางจะใช้ราคา NAV ของวันที่ส่งคำสั่ง ส่วนกองทุนปลายทางจะใช้ราคา NAV ของวันที่ได้รับเงินโอนตามระยะเวลา T+N ซึ่งอาจเป็นราคา NAV ของวันทำการถัด ๆ ไป ทำให้ราคาต้นทางและปลายทางเป็นคนละวันกันครับ

เปลี่ยนกองทุนมีค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง?

ค่าธรรมเนียมเปลี่ยนกองทุนอาจประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก (Switching-out Fee) ที่เก็บโดยกองทุนต้นทาง และค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า (Switching-in Fee) ที่เก็บโดยกองทุนปลายทาง รวมถึงอาจมีค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Front-end / Back-end Fee) เพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุนที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวนครับ

⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ