ระดับความเสี่ยงกองทุน คืออะไร? เลือกลงทุนให้เหมาะกับคุณ

Table of Contents
ระดับความเสี่ยงกองทุน คืออะไร? เจาะลึก 1–8 เลือกลงทุนให้เหมาะกับคุณ

ระดับความเสี่ยงกองทุน คือ ระบบการจัดหมวดหมู่กองทุนรวมตามระดับความผันผวนของผลตอบแทนและลักษณะของสินทรัพย์ที่กองทุนนำเงินไปลงทุน โดยแบ่งออกเป็น 8 ระดับ เพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าใจโครงสร้างความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ก่อนตัดสินใจซื้อ

ในการเริ่มต้นสร้างพอร์ตการลงทุน การรับรู้เพียงแค่ผลตอบแทนคาดหวังไม่เพียงพอต่อการวางแผนการเงินระยะยาว การเข้าใจระดับความเสี่ยงของกองทุนแต่ละประเภทช่วยให้จัดสรรเงินทุนได้อย่างเหมาะสมกับเป้าหมาย ระยะเวลา และสภาวะอารมณ์ของตนเอง บทความนี้จะเจาะลึกโครงสร้างความเสี่ยงระดับ 1–8 สินทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง และวิธีเลือกกองทุนให้สอดคล้องกับแบบประเมินความเสี่ยงครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • ระดับความเสี่ยงกองทุนแบ่งออกเป็น 8 ระดับตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยเรียงลำดับตามความผันผวนของสินทรัพย์ตั้งแต่ตราสารหนี้ระยะสั้นไปจนถึงสินทรัพย์ทางเลือก
  • แบบประเมินความเสี่ยงการลงทุน (Suitability Test) เป็นเครื่องมือคัดกรองระดับกองทุนรวมที่เหมาะสมกับระดับความสามารถในการรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน
  • กองทุนความเสี่ยงระดับ 1–4 เน้นการปกป้องเงินต้น ส่วนระดับ 5–7 เน้นการสร้างเติบโตจากหุ้น และระดับ 8 ขึ้นไปเน้นเก็งกำไรในสินทรัพย์ผันผวนสูง
  • การพิจารณาความเสี่ยงต้องดูปัจจัยอื่นประกอบ เช่น ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ความผันผวนของราคาหน่วยลงทุน และการกระจายความเสี่ยงในพอร์ต

ตารางสรุปประเภทสินทรัพย์และระดับความเสี่ยงกองทุนรวม 1 ถึง 8

ระดับความเสี่ยงกองทุน คืออะไร?

ระดับความเสี่ยงกองทุน คือ ดัชนีตัวเลขที่ใช้บ่งบอกระดับความผันผวนและโอกาสในการสูญเสียเงินต้นของกองทุนรวมแต่ละกอง โดยแบ่งเกณฑ์มาตรฐานออกเป็นระดับ 1 ถึง 8 ตามเกณฑ์กำหนดของ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้ผู้ลงทุนใช้เป็นเข็มทิศในการเปรียบเทียบกองทุนต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระบบ

การจัดหมวดหมู่ความเสี่ยงพิจารณาจากสินทรัพย์หลักที่บริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) นำเงินไปลงทุน หากกองทุนเน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง เช่น พันธบัตรรัฐบาล ระดับความเสี่ยงจะต่ำ แต่หากนำเงินไปลงทุนในหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ หรือตราสารอนุพันธ์ ความผันผวนของราคาจะสูงขึ้น ส่งผลให้ระดับความเสี่ยงของกองทุนขยับสูงขึ้นตามลำดับ

หลักการจัดหมวดหมู่ตามเกณฑ์มาตรฐาน

การจัดระดับความเสี่ยงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของ บลจ. แต่ใช้หลักเกณฑ์เชิงปริมาณและประเภทสินทรัพย์ในการควบคุม กองทุนที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นจะมีระดับความเสี่ยงต่ำสุด ในขณะที่กองทุนที่สัดส่วนการลงทุนกระจุกตัวในสินทรัพย์ผันผวนหรือใช้เลเวอเรจ (Leverage) ขยายผลตอบแทนจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูง

ความผันผวนของผลตอบแทนกับ Risk Spectrum

ความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนเป็นไปตามหลักการ High Risk, High Expected Return เสมอ อย่างไรก็ตาม สำหรับมือใหม่ที่กำลังศึกษาว่า ทำความเข้าใจเรื่องความเสี่ยงในการลงทุน ให้รอบด้าน ควรจำไว้ว่าความเสี่ยงไม่ได้หมายถึงโอกาสขาดทุนเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึง “ความผันผวน” ที่ราคาจะแกว่งตัวขึ้นลงจากค่าเฉลี่ยด้วยครับ

ระดับความเสี่ยงประเภทกองทุน / สินทรัพย์หลักระดับความผันผวนตัวอย่างการลงทุน
ระดับ 1กองทุนตลาดเงินในประเทศต่ำมากตั๋วเงินคลัง, ตั๋วแลกเงินสถาบันการเงิน
ระดับ 2กองทุนตลาดเงินต่างประเทศต่ำตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ
ระดับ 3กองทุนพันธบัตรรัฐบาลต่ำถึงปานกลางพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว, พันธบัตร BOT
ระดับ 4กองทุนตราสารหนี้ภาคเอกชนปานกลางค่อนข้างต่ำหุ้นกู้เอกชนระดับ Investment Grade
ระดับ 5กองทุนผสมปานกลางค่อนข้างสูงลงทุนผสมในตราสารหนี้และหุ้น
ระดับ 6กองทุนตราสารทุน (หุ้นทั่วไป)สูงหุ้นไทย, หุ้นต่างประเทศกระจายหลายอุตสาหกรรม
ระดับ 7กองทุนหมวดอุตสาหกรรมสูงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, กองทุนกลุ่มพลังงาน
ระดับ 8กองทุนสินทรัพย์ทางเลือกสูงมากทองคำ, น้ำมันดิบ, กองทุนอสังหาริมทรัพย์

เจาะลึกระดับความเสี่ยงกองทุน 1–8 นำเงินไปลงทุนในอะไรบ้าง?

สินทรัพย์แต่ละชนิดมีกลไกสร้างผลตอบแทนและความเสี่ยงต่างกัน เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน การแบ่งกลุ่มระดับความเสี่ยงจะช่วยให้เห็นว่า ประเภทของการลงทุน ในแต่ละกองทุนตอบโจทย์เป้าหมายการเงินแบบใดบ้าง

กองทุนความเสี่ยงต่ำ (ระดับ 1–4): ตลาดเงินและตราสารหนี้

กลุ่มความเสี่ยงระดับ 1 ถึง 4 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเน้นปกป้องเงินต้น หรือใช้เป็นพักเงินระยะสั้นถึงปานกลาง

  • ระดับ 1 (กองทุนตลาดเงินในประเทศ): นำเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี เช่น ตั๋วเงินคลัง หรือเงินฝากสถาบันการเงิน ความผันผวนต่ำมาก เงินต้นค่อนข้างปลอดภัย
  • ระดับ 2 (กองทุนตลาดเงินต่างประเทศ): ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ มีความเสี่ยงเพิ่มเติมเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนหากไม่มีการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ครบถ้วน
  • ระดับ 3 (กองทุนพันธบัตรรัฐบาล): นำเงินไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลทั้งระยะสั้นและระยะยาว ความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ต่ำมาก แต่อาจมีความผันผวนของราคาพันธบัตรตามแนวโน้มดอกเบี้ย
  • ระดับ 4 (กองทุนตราสารหนี้ภาคเอกชน): เน้นลงทุนในหุ้นกู้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน ซึ่งต้องเป็นเกรดน่าลงทุน (Investment Grade) ให้ผลตอบแทนสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล แต่เพิ่มความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทผู้ออกตราสาร

กองทุนความเสี่ยงปานกลางถึงสูง (ระดับ 5–7): ตราสารผสม หุ้นไทย และหุ้นต่างประเทศ

กลุ่มนี้เหมาะสำหรับการสร้างความเติบโตของเงินทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาว โดยแลกมาด้วยความผันผวนของราคาที่สูงขึ้น

  • ระดับ 5 (กองทุนผสม): บริหารจัดการยืดหยุ่นโดยกระจายเงินไปในตราสารหนี้และหุ้นตามสัดส่วนที่ระบุในหนังสือชี้ชวน ช่วยลดความผันผวนเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นแบบ 100%
  • ระดับ 6 (กองทุนตราสารทุน): หรือกองทุนหุ้นทั่วไป กระจายการลงทุนในหุ้นหลายตัวหรือหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ ราคาหน่วยลงทุนจะผันผวนตามสภาวะตลาดหุ้น
  • ระดับ 7 (กองทุนหมวดอุตสาหกรรม): เน้นลงทุนเฉพาะเจาะจงในกลุ่มธุรกิจใดธุรกิจหนึ่ง เช่น กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มสุขภาพ หรือกลุ่มพลังงาน มีความเสี่ยงสูงกว่าระดับ 6 เนื่องจากขาดการกระจายความเสี่ยงข้ามอุตสาหกรรม

กองทุนความเสี่ยงสูงมาก (ระดับ 8 และ 8+): สินทรัพย์ทางเลือก สินค้าโภคภัณฑ์ และตราสารอนุพันธ์

กลุ่มนี้เหมาะกับผู้ลงทุนที่รับความผันผวนได้สูงมาก และเข้าใจธรรมชาติของสินทรัพย์เฉพาะทาง

  • ระดับ 8 (กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก): นำเงินไปลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ น้ำมันดิบ หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และ REITs ซึ่งราคามักขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะ เช่น อุปสงค์อุปทานโลกและอัตราดอกเบี้ย
  • ระดับ 8+ (กองทุนความเสี่ยงสูงมากเป็นพิเศษ): เป็นกองทุนที่มีนโยบายซับซ้อน เช่น กองทุนที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้ระดับ High Yield (หรือตราสารหนี้ต่ำกว่าเกรดลงทุน) กองทุนที่ใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไร หรือกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นกู้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง การใช้เลเวอเรจช่วยเพิ่มโอกาสทำกำไร แต่ในทางกลับกัน ถ้าราคาสวนทาง มันก็ขยายผลขาดทุนให้หนักกว่าปกติเช่นกันครับ

แบบประเมินความเสี่ยงการลงทุน (Suitability Test) เชื่อมโยงกับระดับกองทุนอย่างไร?

ก่อนการเปิดบัญชีกองทุนรวม ผู้ลงทุนทุกคนต้องทำ แบบประเมินความเสี่ยงการลงทุน เพื่อประเมินระดับความสามารถในการรับความเสี่ยง (Risk Profile) ของตนเอง

วิธีการอ่านผลคะแนนจากแบบประเมิน

ผลลัพธ์จากแบบประเมินจะแบ่งระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุนออกเป็น 5 ระดับหลัก โดยมีเกณฑ์แนะนำการเลือกซื้อกองทุนรวม ดังนี้

  1. ระดับ 1 (เสี่ยงต่ำมาก): เหมาะกับกองทุนความเสี่ยงระดับ 1
  2. ระดับ 2 (เสี่ยงต่ำ): เหมาะกับกองทุนความเสี่ยงระดับ 1–4
  3. ระดับ 3 (เสี่ยงปานกลาง): เหมาะกับกองทุนความเสี่ยงระดับ 1–5
  4. ระดับ 4 (เสี่ยงสูง): เหมาะกับกองทุนความเสี่ยงระดับ 1–7
  5. ระดับ 5 (เสี่ยงสูงมาก): ลงทุนได้ทุกระดับความเสี่ยง (ระดับ 1–8+)

การลงทุนเกินระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้

หากผู้ลงทุนต้องการซื้อกองทุนที่มีระดับความเสี่ยงสูงกว่าผลประเมินของตนเอง เช่น ผลประเมินได้ระดับ 3 แต่ต้องการซื้อกองทุนหุ้นความเสี่ยงระดับ 6 ระบบของ บลจ. จะแจ้งเตือนเพื่อยืนยันว่าผู้ลงทุนรับทราบความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น (Basic Asset Allocation Warning) การลงทุนข้ามระดับความเสี่ยงสามารถทำได้ แต่ผู้ลงทุนต้องศึกษาความผันผวนของกองทุนนั้นให้ถี่ถ้วนก่อนครับ

ปัจจัยความเสี่ยงในการลงทุนกองทุนรวมที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

นอกจากระดับตัวเลข 1–8 แล้ว กองทุนรวมยังมีปัจจัยความเสี่ยงย่อยที่ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนโดยตรง

ความเสี่ยงตลาด ความผันผวน และความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน

  • ความเสี่ยงตลาด (Market Risk): สภาพเศรษฐกิจ สงคราม หรือนโยบายดอกเบี้ยส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ในพอร์ตเปลี่ยนทิศทาง
  • ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (Currency Risk): สำหรับกองทุนที่ไปลงทุนในต่างประเทศ หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น อาจทำให้ผลตอบแทนในรูปเงินบาทลดลง กองทุนจึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ทั้งแบบป้องกันทั้งหมด บางส่วน หรือไม่ป้องกันเลย
  • ความเสี่ยงสภาพคล่อง (Liquidity Risk): ความยากง่ายในการเปลี่ยนหน่วยลงทุนเป็นเงินสด กองทุนบางประเภทอาจมีเงื่อนไขการซื้อขายเฉพาะวัน

ความเข้าใจผิดเรื่อง NAV (Net Asset Value) กองทุนรวม กับระดับความเสี่ยง

มือใหม่หลายคนมักสับสนระหว่างราคาหน่วยลงทุนกับความเสี่ยง โดยคิดว่ากองทุนที่มีราคาต่ำจะมีความเสี่ยงน้อยกว่า แท้จริงแล้ว การ ทำความเข้าใจ NAV กองทุนรวม จะช่วยให้รู้ว่ามูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยไม่ได้เป็นตัวบอกความเสี่ยง แต่ระดับความเสี่ยงจะอ้างอิงจากสินทรัพย์ที่กองทุนนำเงินไปลงทุนเท่านั้น กองทุนที่มี NAV เท่ากับ 10 บาท หรือ 100 บาท อาจมีความเสี่ยงระดับ 6 เท่ากันได้

📌 Tip จากพี่โบ้

ตอนผมเริ่มจัดพอร์ตใหม่ ๆ ผิดพลาดที่ทำบ่อยที่สุดคือเลือกลงทุนเฉพาะกองทุนความเสี่ยงระดับ 1–2 เพราะกลัวขาดทุน แต่พอผ่านไปหลายปี ผลตอบแทนกลับแพ้เงินเฟ้ออย่างชัดเจน การบริหารความเสี่ยงที่ดีไม่ใช่การหลบความเสี่ยงทั้งหมด แต่คือการแบ่งเงินไปรับความเสี่ยงในระดับที่เรานอนหลับสบายและสอดคล้องกับเป้าหมายครับ 

การกระจายความเสี่ยงและพอร์ตการลงทุน

แม้ยุคนี้การลงทุนจะสะดวกขึ้น แต่การรู้เท่าทัน ข้อจำกัดของกองทุนรวม เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการและการกระจุกตัวของสินทรัพย์ในบางช่วงเวลา จะช่วยให้จัดพอร์ตได้รอบคอบขึ้น การกระจายเงินลงทุนไปในกองทุนหลายระดับความเสี่ยง (Asset Allocation) ช่วยลดแรงกระแทกยามตลาดผันผวนได้เป็นอย่างดี

สรุป: เลือกระดับความเสี่ยงกองทุนอย่างไรให้เหมาะกับคุณ

การเข้าใจระดับความเสี่ยงกองทุนรวมตั้งแต่ระดับ 1 ถึง 8 ช่วยให้ผู้ลงทุนเลือกสินทรัพย์ได้ตรงกับเป้าหมายและสภาวะจิตใจของตนเอง ไม่มีระดับความเสี่ยงใดที่ดีที่สุด มีเพียงระดับที่เหมาะสมที่สุดกับระยะเวลาการลงทุนและความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละคนเท่านั้น

สำหรับมือใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นจัดพอร์ตกองทุนรวมอย่างมีหลักการ สามารถอ่านแนวทางและขั้นตอนการเลือกแบบละเอียดต่อได้ที่ หลักการเลือก “กองทุน” สำหรับมือใหม่ เพื่อสร้างพอร์ตที่มั่นคงและเติบโตในระยะยาวครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ระดับความเสี่ยงกองทุน

ระดับความเสี่ยงกองทุน 5 กับ 6 ต่างกันอย่างไร?

กองทุนความเสี่ยงระดับ 5 คือ กองทุนผสม ที่นำเงินไปลงทุนทั้งในตราสารหนี้และหุ้นตามสัดส่วนที่กำหนด เพื่อกระจายความเสี่ยง ส่วนกองทุนความเสี่ยงระดับ 6 คือ กองทุนตราสารทุน หรือกองทุนหุ้นทั่วไป ซึ่งตามเกณฑ์ของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) กำหนดให้ต้องลงทุนในหุ้นสัดส่วนไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ทำให้ระดับ 6 มีความผันผวนของราคามากกว่าระดับ 5 ครับ

หากผลแบบประเมินความเสี่ยงการลงทุนได้ระดับต่ำ สามารถซื้อกองทุนความเสี่ยงสูงได้หรือไม่?

สามารถซื้อได้ครับ แต่ระบบการลงทุนจะแสดงข้อความเตือนให้ผู้ลงทุนรับทราบว่ากำลังซื้อกองทุนที่มีความเสี่ยงเกินกว่าระดับที่สอดคล้องกับผลประเมิน ผู้ลงทุนต้องกดยืนยันการรับความเสี่ยงเพิ่มเติมด้วยตนเองก่อนทำรายการ

กองทุนความเสี่ยงระดับ 8+ คืออะไร และเหมาะกับใคร?

กองทุนระดับ 8+ คือ กองทุนที่มีความซับซ้อนหรือความเสี่ยงสูงมากเป็นพิเศษ เช่น กองทุนที่ลงทุนในตราสารหนี้ High Yield ตราสารอนุพันธ์ หรือมีการใช้เลเวอเรจสูง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีประสบการณ์สูง เข้าใจกลไกตลาด และยอมรับโอกาสสูญเสียเงินต้นในสัดส่วนที่สูงได้

NAV กองทุน บอกระดับความเสี่ยงของกองทุนได้หรือไม่?

NAV (Net Asset Value) หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วย ไม่ได้บอกระดับความเสี่ยงของกองทุน NAV เป็นเพียงราคาขายต่อหน่วย ณ วันนั้น การดูความเสี่ยงต้องพิจารณาจากดัชนีระดับความเสี่ยง 1–8 และนโยบายการลงทุนในหนังสือชี้ชวนเท่านั้น

ระดับความเสี่ยงกองทุนสามารถเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้หรือไม่?

ระดับความเสี่ยงของกองทุนถูกกำหนดตามนโยบายการลงทุนที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน หาก บลจ. มีการปรับเปลี่ยนนโยบายการลงทุนหลักจนกระทบต่อโครงสร้างสินทรัพย์ กองทุนจะทำการแจ้งผู้ลงทุนและปรับระดับความเสี่ยงให้ตรงกับเกณฑ์ปัจจุบันครับ

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5