
กองทุนรวม ถอนได้ไหม คำตอบคือ กองทุนรวมส่วนใหญ่สามารถถอนเงินหรือขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามวันและเวลาทำการที่บริษัทจัดการกองทุนกำหนด ยกเว้นกองทุนรวมประเภทปิดที่มีกำหนดระยะเวลาโครงการชัดเจน และกองทุนรวมประหยัดภาษีที่มีเงื่อนไขถือครองตามกฎหมายครับ
แม้กองทุนรวมเปิดส่วนใหญ่จะขายคืนได้ตลอดเวลา แต่วันที่ได้รับเงินจริงเข้าบัญชีจะขึ้นอยู่กับระยะเวลาชำระราคา หรือ T+N ซึ่งแตกต่างกันตามประเภทสินทรัพย์ที่กองทุนไปลงทุน คู่มือนี้จะสรุปเงื่อนไขการถอนเงิน รอบระยะเวลา T+N ค่าธรรมเนียมการขายคืน รวมถึงเกณฑ์การขายคืนกองทุนประหยัดภาษีอย่าง RMF ให้เข้าใจครบถ้วนครับ
⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- กองทุนรวมเปิดส่วนใหญ่ถอนเงินได้ตามวันทำการ แต่วันที่ได้รับเงินเข้าบัญชีจริงจะอิงตามระยะเวลา T+N ของสินทรัพย์นั้น ๆ
- กองทุนตลาดเงินและกองทุนตราสารหนี้ไทยมีสภาพคล่องสูง ได้รับเงินไว (T+1) ส่วนกองทุนหุ้นต่างประเทศมักใช้เวลานานกว่า (T+3 ถึง T+5)
- การถอนเงินก่อนกำหนดหรือการขายคืนหน่วยลงทุนอาจมีค่าธรรมเนียมการขายคืน (Exit Fee) ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุน
- กองทุน RMF ถอนได้ตามกฎหมายก็ต่อเมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม หากถอนก่อนกำหนดจะผิดเงื่อนไขภาษีและต้องคืนสิทธิประโยชน์ที่เคยได้รับ
กองทุนรวม ถอนได้ไหม?
กองทุนรวมสามารถถอนเงินได้เกือบทุกประเภท โดยกระบวนการถอนเงินในทางปฏิบัติจะเรียกว่า “การขายคืนหน่วยลงทุน” (Redemption) ผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร บลจ. หรือผู้ให้บริการซื้อขายหน่วยลงทุนครับ
การขายคืนหน่วยลงทุนกองทุนรวมจะมีความแตกต่างจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ โดยผู้ลงทุนสามารถลองศึกษามุมมองเรื่อง ข้อแตกต่างระหว่างกองทุนรวมกับหุ้น เพิ่มเติมได้ เนื่องจากราคาที่เราได้รับจากการถอนกองทุนรวมจะไม่ได้เป็นราคา Real-time ในขณะกดสั่งขาย แต่จะเป็นราคา มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV) ณ สิ้นวันทำการนั้น ๆ
ความสามารถในการถอนเงินของกองทุนรวมยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างของกองทุนแต่ละประเภท ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่:
1. กองทุนรวมเปิด (Open-end Fund)
เป็นกองทุนรวมประเภทที่ผู้ลงทุนสามารถสั่งซื้อและถอนเงิน (ขายคืน) ได้ตลอดเวลาในวันและเวลาทำการของ บลจ. กองทุนรวมส่วนใหญ่ในตลาด เช่น กองทุนตลาดเงิน กองทุนตราสารหนี้ และกองทุนหุ้น จัดอยู่ในประเภทนี้ ทำให้ผู้ลงทุนปรับเปลี่ยนพอร์ตตามสภาพคล่องของกองทุนแต่ละประเภทได้ตามต้องการ
“พูดง่าย ๆ คือ กองทุนรวม ถอนได้ไหม สำหรับกองทุนประเภทนี้ตอบได้ทันทีว่าถอนได้เกือบทุกวันทำการครับ”
2. กองทุนรวมปิด (Closed-end Fund)
เป็นกองทุนรวมที่มีการกำหนดอายุโครงการชัดเจน เช่น 1 ปี หรือ 3 ปี โดยระหว่างทางจะไม่เปิดให้ผู้ลงทุนถอนเงินหรือขายคืนหน่วยลงทุนกับทาง บลจ. ได้ ผู้ลงทุนจะต้องถือหน่วยลงทุนไว้จนกว่าจะครบกำหนดอายุโครงการ จึงจะได้รับเงินลงทุนพร้อมผลตอบแทนคืน
“ในทางกลับกัน กองทุนรวม ถอนได้ไหม สำหรับกองทุนประเภทนี้คำตอบคือถอนไม่ได้จนกว่าจะครบกำหนดอายุโครงการครับ”

| ประเภทกองทุน | สภาพคล่องในการถอน | เหมาะสำหรับ |
| กองทุนรวมเปิด (Open-end) | สูง สามารถถอนเงินได้ทุกวันทำการ | ผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและต้องการสภาพคล่องทางการเงิน |
| กองทุนรวมปิด (Closed-end) | ต่ำ ไม่สามารถถอนเงินก่อนครบกำหนด | ผู้ที่วางแผนเงินเย็นระยะยาวและรับเงื่อนไขการล็อกเงินได้ |
ถอนเงินกองทุนรวม ได้เงินกี่วัน? ทำความรู้จักระยะเวลา T+N
ระยะเวลา ได้รับเงินจากการถอนกองทุนรวม จะนับเป็นรอบ T+N โดย T (Transaction Date) คือวันที่ทำรายการขายคืนสำเร็จ และ N คือจำนวนวันทำการถัดไปที่เงินจะโอนเข้าบัญชีธนาคารของผู้ลงทุนครับ
ตัวอักษร N ในระบบการชำระราคาของกองทุนรวมจะขึ้นอยู่กับประเภทของสินทรัพย์ที่กองทุนนั้นนำเงินไปลงทุน ยิ่งสินทรัพย์มีความซับซ้อน หรือลงทุนในต่างประเทศที่ต้องใช้เวลาแปลงราคาสกุลเงินและรอตลาดหุ้นต่างประเทศสรุปราคา NAV ตัวเลข N ก็จะยิ่งมากขึ้นครับ
ทั้งนี้ ในการนับวัน T+N จะ นับเฉพาะวันทำการ ไม่นับวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของทั้งประเทศไทยและประเทศที่กองทุนไปลงทุนครับ
สรุประยะเวลาชำระราคา T+N แยกตามประเภทกองทุน
- T+1 (ได้รับเงินในวันทำการถัดไป): มักพบในกองทุนตลาดเงิน (Money Market Fund) และกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นในประเทศ หากผู้ลงทุนส่งคำสั่งขายคืนวันจันทร์ก่อนเวลา Cut-off Time ก็จะได้รับเงินเข้าบัญชีในวันอังคาร
- T+2 (ได้รับเงินในอีก 2 วันทำการ): มักพบในกองทุนตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว และกองทุนหุ้นไทย (Equity Fund)
- T+3 ถึง T+5 (ได้รับเงินในอีก 3 ถึง 5 วันทำการ): มักพบในกองทุนหุ้นต่างประเทศ (Global Equity / Feeder Fund) กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนสินทรัพย์ทางเลือก เนื่องจากต้องรอการยืนยันราคา NAV จากผู้บริหารกองทุนหลักต่างประเทศและการโอนเงินระหว่างประเทศ
| ประเภทกองทุนรวม | ระยะเวลา T+N | ตัวอย่างสินทรัพย์ที่ลงทุน |
| กองทุนตลาดเงินไทย | T+1 | ตั๋วเงินคลัง, เงินฝากธนาคาร |
| กองทุนตราสารหนี้ไทย | T+1 ถึง T+2 | พันธบัตรรัฐบาล, หุ้นกู้เอกชนไทย |
| กองทุนหุ้นไทย | T+2 ถึง T+3 | หุ้นที่จดทะเบียนใน SET / mai |
| กองทุนหุ้นต่างประเทศ | T+3 ถึง T+5 | หุ้นสหรัฐฯ, หุ้นเทคโนโลยี global, หุ้นจีน |
📢 Traderbobo แนะนำ
ตอนผมเริ่มลงทุนใหม่ ๆ ผมเคยส่งคำสั่งขายคืนกองทุนหุ้นต่างประเทศ (T+4) ในวันพฤหัสบดี เพราะคิดว่าจะได้เงินวันจันทร์ แต่ลืมไปว่าติดวันเสาร์-อาทิตย์ แถมวันอังคารถัดไปเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ สรุปคือต้องรอเงินถึง 7 วันเต็ม ๆ ครับ ดังนั้น เวลาวางแผนถอนเงิน ให้กางปฏิทินดูวันหยุดทำการทั้งไทยและต่างประเทศเสมอครับ
ถอนกองทุนรวม เสียค่าธรรมเนียมไหม? ค่าธรรมเนียมการขายคืนที่ต้องรู้
นอกจากคำถามที่ว่า กองทุนรวม ถอนได้ไหม และได้เงินกี่วันแล้ว อีกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจขายคืนคือ ค่าธรรมเนียมที่อาจถูกหักออกไปครับ
การถอนกองทุนรวมอาจมีค่าธรรมเนียมหรือไม่มีขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุน ซึ่งค่าธรรมเนียมหลักที่เกี่ยวข้องกันโดยตรงคือ ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Exit Fee / Back-end Fee) และค่าธรรมเนียมสับเปลี่ยนกองทุน (Switching Fee) ครับ
ผู้ลงทุนควรระวังเรื่องค่าธรรมเนียมเพราะเป็นปัจจัยที่หักออกจากเงินกองทุนโดยตรง หากต้องการลงลึกรายละเอียดโครงสร้างค่าใช้จ่ายทั้งหมด สามารถเข้าดู Guide ทำความเข้าใจเรื่องค่าธรรมเนียมกองทุนรวม ได้เช่นกัน โดยค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการถอนเงินหลัก ๆ มีดังนี้:
1. ค่าธรรมเนียมการขายคืน (Exit Fee / Back-end Fee)
เป็นค่าธรรมเนียมที่ บลจ. เรียกเก็บเมื่อผู้ลงทุนทำการถอนเงินหรือขายคืนหน่วยลงทุน โดยอาจเก็บเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ (เช่น 0.5% หรือ 1.0% ของมูลค่าขายคืน) หรือเก็บแบบขั้นบันไดตามระยะเวลาการถือครอง เช่น หากถือครองน้อยกว่า 1 ปี จะโดนหัก 1% แต่ถ้าถือครองมากกว่า 1 ปีขึ้นไป จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมนี้
2. ค่าธรรมเนียมสับเปลี่ยนออก (Switching-out Fee)
เกิดขึ้นเมื่อผู้ลงทุนสั่งสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนหนึ่งไปยังอีกกองทุนหนึ่งภายใน บลจ. เดียวกัน หรือข้าม บลจ. แม้จะไม่ใช่การถอนเงินออกมาเป็นเงินสดเข้าบัญชีธนาคาร แต่ในทางบัญชีถือเป็นการขายคืนกองทุนเดิมเพื่อนำเงินไปซื้อกองทุนใหม่ จึงอาจมีค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเกิดขึ้นได้
3. ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ (Trading Transaction Fee)
เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงเมื่อผู้จัดการกองทุนต้องขายสินทรัพย์ในพอร์ตเพื่อนำเงินสดมาจ่ายคืนให้แก่ผู้ถอนเงิน ค่าธรรมเนียมส่วนนี้มักจะถูกคำนวณและหักเข้ากองทุนรวมโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบกับผู้ถือหน่วยลงทุนรายอื่นที่ไม่ได้ถอนเงิน
เงื่อนไขการถอนกองทุนประหยัดภาษี: RMF ขายได้เมื่อไหร่?
กองทุน RMF (Retirement Mutual Fund) สามารถขายคืนได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขทางภาษีเมื่อผู้ลงทุนมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และมีการลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็มนับตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรกครับ

กองทุนรวมประหยัดภาษีจัดเป็นกองทุนรวมที่มีเงื่อนไขการถอนเงินเข้มงวดที่สุด เนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ในการนำเงินลงทุนไปหักลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดา โดยกองทุนรวมกลุ่มนี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. และการกำหนดเงื่อนไขภาษีโดย กรมสรรพากร ซึ่งมีประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาดังนี้:
1. RMF ขายได้เมื่อไหร่?
การขายคืน RMF ให้ถูกต้องตามกฎหมายและไม่ต้องคืนภาษี ต้องเข้าเงื่อนไขครบทั้ง 2 ข้อพร้อมกัน คือ:
- เงื่อนไขอายุ: ต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์นับตามวันเกิด
- เงื่อนไขเวลาถือครอง: ต้องมีการลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม (นับแบบวันชนวัน จากวันที่ซื้อ RMF ครั้งแรก จนถึงวันที่ขายคืน)
2. RMF ต้องซื้อทุกปีไหม?
ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบัน ผู้ลงทุนไม่จำเป็นต้องซื้อ RMF ทุกปี แต่มีเงื่อนไขว่า ห้ามเว้นการซื้อติดต่อกันเกิน 1 ปี (นั่นคือ ต้องซื้ออย่างน้อยปีเว้นปี) และไม่มีขั้นต่ำในการซื้อต่อปี ผู้ลงทุนสามารถซื้อตามกำลังเงินในแต่ละปีได้โดยไม่ถูกปรับผิดเงื่อนไข
3. RMF ซื้อได้เท่าไหร่?
ผู้ลงทุนสามารถซื้อ RMF ได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษีในแต่ละปี และเมื่อนับรวมกับกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพอื่น ๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนกบข., SSF และกองทุนการออมแห่งชาติ (NSF) รวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปีภาษี
| ประเด็นเงื่อนไข RMF | เกณฑ์ทางกฎหมายและภาษี | ผลกระทบหากถอนก่อนกำหนด |
| อายุผู้ถือครอง | ต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ | ผิดเงื่อนไขภาษี ต้องคืนภาษีที่เคยลดหย่อน |
| ระยะเวลาลงทุน | ไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม (นับวันชนวัน) | หากถือไม่ครบ 5 ปี ต้องจ่ายกำไร (Capital Gain) เพื่อเสียภาษี |
| ความต่อเนื่อง | ต้องซื้ออย่างน้อยปีเว้นปี (ห้ามเว้น 2 ปีติด) | หากเว้นเกินเกณฑ์ จะถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุนทันที |
ข้อควรระวังและวิธีถอนเงินกองทุนรวมอย่างมีประสิทธิภาพ
การถอนเงินจากกองทุนรวมให้มีประสิทธิภาพต้องวางแผนเรื่อง Cut-off Time และเตรียมเงินสำรองฉุกเฉินให้ครอบคลุมระยะเวลาชำระราคา T+N เพื่อไม่ให้กระทบสภาพคล่องส่วนบุคคลครับ
แม้การลงทุนในกองทุนรวมจะมีข้อดีเรื่องการมีผู้เชี่ยวชาญบริหารจัดการเงิน แต่ผู้ลงทุนก็ควรศึกษา ข้อเสียและข้อจำกัดของกองทุนรวม โดยเฉพาะเรื่องความล่าช้าในการได้รับเงินสด เพื่อวางแผนการเงินในชีวิตจริงได้อย่างเหมาะสมครับ
ข้อควรระวังสำคัญในการถอนเงินกองทุนรวม มีดังนี้:
1. เช็กเวลาทำการรับคำสั่ง (Cut-off Time)
บลจ. แต่ละแห่งจะกำหนดเวลา Cut-off Time ไว้แตกต่างกัน เช่น 15:00 น. หรือ 15:30 น. หากผู้ลงทุนส่งคำสั่งขายคืนหลังเวลา Cut-off Time ระบบจะนับว่าคำสั่งนั้นถูกส่งในวันทำการถัดไป ทำให้ระยะเวลา T+N ถูกเลื่อนออกไปอีก 1 วันโดยอัตโนมัติ
2. ไม่ใช้กองทุนรวมที่มีระยะเวลา T+N นาน เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน
เงินสำรองฉุกเฉินควรมีความคล่องตัวสูง สามารถนำมาใช้ได้ทันทีในกรณีเกิดเหตุไม่คาดฝัน ดังนั้น หากต้องการเก็บเงินสำรองฉุกเฉินไว้ในกองทุนรวม ควรเลือกระดับกองทุนตลาดเงิน หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีระยะเวลา T+1 เท่านั้น ไม่ควรนำเงินสำรองฉุกเฉินไปไว้ในกองทุนหุ้นต่างประเทศที่มีระยะเวลา T+4 หรือ T+5
สรุปแล้ว กองทุนรวม ถอนได้ไหม และข้อควรรู้ด้านสภาพคล่อง
กองทุนรวมถือเป็นเครื่องมือทางการเงินที่มีสภาพคล่องเหมาะสมกับการวางแผนการเงินหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่ผู้ลงทุนต้องตระหนักเสมอคือ กองทุนรวมส่วนใหญ่ไม่ใช่การถอนเงินสดที่ได้เงินทันทีเหมือนการถอนเงินจากบัญชีออมทรัพย์
และการเข้าใจรอบระยะเวลาชำระราคา T+N ค่าธรรมเนียมการขายคืน ตลอดจนเงื่อนไขเฉพาะของกองทุนประหยัดภาษีอย่าง RMF จะช่วยให้คุณวางแผนสภาพคล่องทางการเงินได้อย่างแม่นยำ และไม่เสียสิทธิประโยชน์โดยไม่จำเป็นครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กองทุนรวม ถอนได้ไหม
กองทุนรวมถอนเงินวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดได้ไหม?
ผู้ลงทุนสามารถกดส่งคำสั่งถอนเงินหรือขายคืนหน่วยลงทุนผ่านแอปพลิเคชันในวันเสาร์-อาทิตย์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้ตามปกติครับ แต่ระบบของ บลจ. จะยังไม่ทำรายการในทันที โดยจะบันทึกคำสั่งไว้และเริ่มประมวลผลคำสั่งในวันทำการถัดไป ทำให้การนับรอบ T+N เริ่มนับวันแรกในวันทำการแรกหลังวันหยุดครับ
ถอนเงินกองทุนรวมแล้ว เงินจะเข้าบัญชีทางช่องทางไหน?
เงินจากการขายคืนหน่วยลงทุนจะถูกโอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารที่ผู้ลงทุนได้ผูกไว้กับ บลจ. หรือแอปพลิเคชันซื้อขายกองทุน ณ ตอนเปิดบัญชีครับ โดยชื่อบัญชีธนาคารปลายทางจะต้องตรงกับชื่อผู้ถือหน่วยลงทุนเท่านั้น ไม่สามารถโอนเข้าบัญชีบุคคลอื่นได้ เพื่อความปลอดภัยตามมาตรฐานป้องกันการฟอกเงิน
ขายคืนกองทุนรวมก่อนกำหนดเวลาทำการ (Cut-off Time) ส่งผลต่อราคา NAV อย่างไร?
หากขายคืนก่อนเวลา Cut-off Time ผู้ลงทุนจะได้ราคา NAV ณ สิ้นวันทำการนั้น ซึ่งเป็นราคาที่ผู้จัดการกองทุนคำนวณเสร็จสิ้นในช่วงค่ำ แต่หากส่งคำสั่งหลังเวลา Cut-off Time ผู้ลงทุนจะได้ราคา NAV ของวันทำการถัดไปแทน ทำให้มีความเสี่ยงที่ราคา NAV อาจขยับขึ้นหรือลงตามสภาวะตลาดในวันถัดไปครับ
RMF ถ้าจำเป็นต้องถอนก่อนกำหนด ผิดเงื่อนไขภาษีจะเสียค่าปรับอย่างไร?
หากถอนเงิน RMF ก่อนครบเงื่อนไข ผู้ลงทุนจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับยกเว้นย้อนหลังสูงสุด 5 ปีภาษีทันที และหากมีกำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) กำไรส่วนนั้นจะถูกนำไปคำนวณเป็นเงินได้เพื่อเสียภาษีบุคคลธรรมดาในปีที่ทำการขายคืนด้วยครับ
สับเปลี่ยนกองทุนรวม (Switching) ถือว่าเป็นการถอนเงินหรือไม่?
การสับเปลี่ยนกองทุนรวมถือเป็นกระบวนการขายคืนหน่วยลงทุนจากกองทุนต้นทางเพื่อนำเงินไปซื้อกองทุนปลายทาง แม้เงินจะไม่ได้ถูกโอนออกมาเป็นเงินสดเข้าบัญชีผู้ลงทุน แต่ในทางบัญชีและภาษีถือว่ามีการขายคืนเกิดขึ้น ซึ่งหากเป็นกองทุนประหยัดภาษี การสับเปลี่ยนไปยังกองทุนประเภทเดียวกันจะถือว่าไม่ผิดเงื่อนไขภาษีครับ
⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











