กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร? ทางเลือกพักเงิน ความเสี่ยงต่ำ

  • 9:39 am
  • Post Views: 8
Table of Contents
กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร? ทางเลือกพักเงิน ความเสี่ยงต่ำ

กองทุนตราสารหนี้ คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายนำเงินระดมทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง และหุ้นกู้เอกชน โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพเป็นผู้ดูแลการบริหารจัดการสินทรัพย์เหล่านี้

การลงทุนในกองทุนประเภทนี้เปรียบเสมือนการนำเงินไปปล่อยกู้ให้กับภาครัฐหรือภาคเอกชนเพื่อรับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยและส่วนต่างราคา บทความนี้จะอธิบายกลไกการทำงาน ประเภทสินทรัพย์ ปัจจัยที่มีผลต่อ NAV และข้อควรระวังสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุนครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • กองทุนตราสารหนี้เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน ให้ผลตอบแทนหลักจากดอกเบี้ยรับและส่วนต่างราคา NAV
  • ระดับความเสี่ยงของกองทุนตราสารหนี้ไม่ใช่ศูนย์ และไม่ใช่เงินฝากประจำ โดยมีโอกาสขาดทุนจากอัตราดอกเบี้ยผันผวนและความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
  • ราคา NAV ของกองทุนตราสารหนี้เคลื่อนไหวสวนทางกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
  • กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (FIF) มีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งต้องพิจารณา นโยบายการป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร?

กองทุนตราสารหนี้ คือ รูปแบบการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนในรอบปีบัญชี ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการรวบรวมเงินจากนักลงทุนรายย่อยไปปล่อยกู้ให้กับหน่วยงานที่ต้องการเงินทุน

กลไกการทำงานของ กองทุนรวมตราสารหนี้ จะเริ่มจากการรวบรวมเงินทุน แล้วนำไปซื้อตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยรับสะสม และกำไรจากการซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดรอง นักลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลกองทุนและรายชื่อผู้จัดการกองทุนที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายครับ

กลไกการทำงานของกองทุนตราสารหนี้

ตราสารหนี้ มีอะไรบ้าง ในพอร์ตการลงทุน?

สินทรัพย์ที่กองทุนตราสารหนี้เข้าไปลงทุนสามารถแบ่งตามประเภทผู้ออกตราสารได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้:

  1. ตราสารหนี้ภาครัฐ (Government Debt Securities): ได้แก่ ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุดเนื่องจากมีรัฐบาลรับประกัน
  2. ตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Debt Securities): ได้แก่ ตั๋วแลกเงิน (B/E) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และหุ้นกู้เอกชน ให้ผลตอบแทนสูงกว่าภาครัฐเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
  3. กองทุนตราสารหนี้ (Bond Fund) : โดยคำว่า bond คือ คำที่ใช้เรียกตราสารหนี้ทั้งสองกลุ่มนี้โดยรวม ซึ่งหมายถึงสัญญาการกู้ยืมเงินที่ผู้ออกตราสารรับปากจะจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ครับ

หากนักลงทุนต้องการศึกษาเพิ่มเติมว่า ทำความเข้าใจว่าตราสารหนี้คืออะไร ในภาพรวม รวมถึงโครงสร้างสัญญายืมเงินทางกฎหมาย สามารถอ่านรายละเอียดเชิงลึกเพื่อเปรียบเทียบกับตราสารทุนเพิ่มเติมได้ครับ

ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้มาจากไหน?

เมื่อพูดถึงตราสารหนี้ ผลตอบแทน ที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน คือแหล่งที่มาของรายได้ 2 ส่วนหลักดังนี้ครับ

ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ ดอกเบี้ยรับตามหน้าตราสาร (Coupon) และส่วนต่างจากการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ในตลาดรอง (Capital Gain/Loss)

เมื่อผู้จัดการกองทุนนำเงินไปซื้อตราสารหนี้ กองทุนจะได้รับดอกเบี้ยรับสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนด ดอกเบี้ยนี้จะถูกบันทึกสะสมเข้าไปในมูลค่า NAV ของกองทุนทุกวันทำการ นอกจากนี้ หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวลดลง ราคาตราสารหนี้เดิมที่กองทุนถืออยู่จะมีมูลค่าสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดกำไรจากส่วนต่างราคา ซึ่งสะท้อนออกมาใน NAV ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ผลตอบแทนสุทธิของกองทุนตราสารหนี้ไทยจะต้องคำนึงถึงเกณฑ์การจัดเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% จากดอกเบี้ยตราสารหนี้ที่กองทุนได้รับตามประกาศของ กรมสรรพากร ซึ่งบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จะเป็นผู้ดำเนินการหักภาษีในฝั่งของกองทุนโดยตรงก่อนคำนวณ NAV สุทธิให้แก่นักลงทุน 

แหล่งที่มาของผลตอบแทนกลไกการเกิดผลตอบแทนผลกระทบต่อ NAV
ดอกเบี้ยรับ (Coupon Income)ผู้ออกตราสารจ่ายดอกเบี้ยตามงวดสัญญาNAV เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอตามการทยอยรับดอกเบี้ย
ส่วนต่างราคา (Capital Gain)ราคาตราสารในตลาดรองสูงขึ้นเมื่อดอกเบี้ยตลาดลดลงNAV ปรับตัวขึ้นทันทีตามการ Mark to Market

ปัจจัยที่มีผลต่อราคา NAV และความเสี่ยงที่ต้องรู้

ราคา NAV ของกองทุนตราสารหนี้ไม่ได้ปรับตัวขึ้นเป็นเส้นตรงเสมอไป การรับรู้ความเสี่ยงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนที่ถูกต้องครับ

กลไกการทำงานของกองทุนตราสารหนี้

1. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)

ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายกับราคาตราสารหนี้เป็นความสัมพันธ์แบบสวนทาง (Inverse Relationship) เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น ตราสารหนี้ออกใหม่จะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่า ทำให้ตราสารหนี้เดิมที่กองทุนถืออยู่มีมูลค่าลดลง บลจ. ต้องบันทึกมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด (Mark to Market) ส่งผลให้ NAV ของกองทุนปรับตัวลดลงชั่วคราว

2. ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk)

หากผู้ออกตราสารหนี้เอกชนไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินต้นได้ตามกำหนด ตราสารหนี้ฉบับนั้นจะถูกปรับลดมูลค่าลงหรือตั้งสำรองผลขาดทุน ส่งผลให้ NAV ของกองทุนลดลงอย่างรุนแรง การ ตรวจสอบรายละเอียดของหุ้นกู้เอกชน ที่กองทุนเข้าไปถือครอง และการดูอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ

3. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

เกิดจากการที่ตราสารหนี้บางชนิดไม่มีตลาดรองที่มีสภาพคล่องสูง ทำให้เมื่อผู้จัดการกองทุนจำเป็นต้องขายตราสารหนี้ออกมาเพื่อรองรับแรงขายคืนหน่วยลงทุน อาจต้องยอมขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง

นักลงทุนจำนวนมากประหลาดใจเมื่อพบว่า NAV ของกองทุนตราสารหนี้ลดลง การเรียนรู้ประเด็นว่า กองทุนรวมตราสารหนี้สามารถติดลบได้ จะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจสภาวะตลาดและไม่ตกใจขายคืนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยผันผวนครับ

ประเภทของกองทุนตราสารหนี้

การแบ่งประเภทกองทุนตราสารหนี้ช่วยให้นักลงทุนเลือกสินทรัพย์ได้ตรงกับระยะเวลาการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้:

  1. กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (Short-term Fixed Income Fund): เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ เหมาะสำหรับการพักเงินระยะสั้น 1–3 เดือน
  2. กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว (Long-term Fixed Income Fund): ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยมากกว่า 5 ปี ให้ผลตอบแทนคาดการณ์สูงกว่า แต่มีความผันผวนของราคา NAV ตามอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
  3. กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (Global / Foreign Fixed Income Fund – FIF): ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนจากต่างประเทศ แต่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้อง

ข้อแตกต่างระหว่าง กองทุนตราสารหนี้ vs เงินฝากประจำ

แม้ว่าทั้งสองสิ่งจะถูกมองว่าเป็นทางเลือกการพักเงินที่ปลอดภัย แต่โครงสร้างทางกฎหมายและการคุ้มครองมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน:

ประเด็นเปรียบเทียบกองทุนตราสารหนี้เงินฝากประจำ
โครงสร้างการลงทุนสินทรัพย์ลงทุนผ่านกองทุนรวมเงินฝากธนาคารพาณิชย์
การคุ้มครองเงินต้นไม่มีการคุ้มครองเงินต้นคุ้มครองโดยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (ตามเพดานกฎหมาย)
การบันทึกมูลค่าMark to Market ทุกวันทำการมูลค่าคงที่ตามจำนวนเงินฝาก
สภาพคล่องในการไถ่ถอนT+1 ถึง T+2 (ตามนโยบายกองทุน)ถอนก่อนกำหนดอาจเสียสิทธิเรื่องดอกเบี้ย
สิทธิประโยชน์ทางภาษีกำไรส่วนต่างหน่วยลงทุนบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยรับต้องเสียภาษีตามเกณฑ์สรรพากร

สรุปแนวทางการเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้

กองทุนตราสารหนี้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการบริหารสภาพคล่องและการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน แม้ว่าระดับความเสี่ยงจะต่ำกว่าตราสารทุน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสขาดทุน นักลงทุนควรพิจารณาอายุเฉลี่ยของตราสาร (Portfolio Duration) คุณภาพของตราสารหนี้ที่กองทุนเลือกลงทุน และเป้าหมายระยะเวลาการใช้เงินของตนเองเสมอครับ

หากคุณต้องการวางแผนภาพรวมการลงทุนและดูโครงสร้างของกองทุนประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถศึกษาได้ที่บทความนี้ครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กองทุนตราสารหนี้ คือ

กองทุนตราสารหนี้ มีโอกาสขาดทุนไหม?

กองทุนตราสารหนี้มีโอกาสขาดทุนได้ครับ แม้ความเสี่ยงจะต่ำกว่ากองทุนหุ้น สาเหตุหลักเกิดจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งทำให้ราคาตราสารหนี้เดิมในพอร์ตลดลงตามหลัก Mark to Market หรือเกิดจากผู้ออกหุ้นกู้เอกชนที่กองทุนถืออยู่ผิดนัดชำระหนี้ อย่างไรก็ดี หากถือหน่วยลงทุนต่อไปจนตราสารหนี้ทยอยครบกำหนด มูลค่า NAV จะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาตามดอกเบี้ยรับที่ได้รับสะสมครับ

กองทุนตราสารหนี้ต่างจากตราสารหนี้รายตัวอย่างไร?

การซื้อตราสารหนี้รายตัวเป็นการซื้อตรงกับผู้ออก เช่น ซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชน ซึ่งนักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยแน่นอนและได้เงินต้นคืนเต็มจำนวนเมื่อถือจนครบกำหนดอายุ ส่วนกองทุนตราสารหนี้คือการกระจายเงินไปซื้อตราสารหนี้หลายตัวพร้อมกัน มีผู้จัดการกองทุนคอยบริหาร และมีการคำนวณราคาหน่วยลงทุนตามราคาตลาดทุกวัน ทำให้มีสภาพคล่องในการซื้อขายมากกว่าการถือตราสารหนี้รายตัวครับ

กองทุนตราสารหนี้ เหมาะกับใคร และควรลงทุนกี่ปี?

กองทุนตราสารหนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงินในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง ต้องการโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ หรือต้องการกระจายความเสี่ยงเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนรวม โดยกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเหมาะกับการลงทุนระยะเวลา 1–3 เดือน ส่วนกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวเหมาะกับการลงทุนระยะเวลา 1–3 ปีขึ้นไปครับ

ผลตอบแทนกองทุนตราสารหนี้ ต้องเสียภาษีไหม?

สำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดา กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ของกองทุนรวมจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของตัวกองทุนรวมเอง จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากรายได้ดอกเบี้ยของตราสารหนี้ไทยที่กองทุนเข้าไปลงทุน ซึ่ง บลจ. จะดำเนินการจัดการภาษีส่วนนี้เรียบร้อยแล้วก่อนจะแสดงมูลค่า NAV สุทธิหลังหักภาษีให้นักลงทุนเห็นครับ

ควรเลือกลักษณะกองทุนตราสารหนี้อย่างไรในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น?

ในช่วงทิศทางอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ควรเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (Short Duration) หรือกองทุนตลาดเงิน เนื่องจากตราสารหนี้ระยะสั้นจะได้รับผลกระทบเชิงลบด้านราคาจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า และผู้จัดการกองทุนสามารถนำเงินที่ได้รับชำระคืนจากตราสารที่หมดอายุไปลงทุนต่อในตราสารหนี้ออกใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วครับ

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ