กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร? ทางเลือกพักเงิน ความเสี่ยงต่ำ

Table of Contents
กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร? ทางเลือกพักเงิน ความเสี่ยงต่ำ

กองทุนตราสารหนี้ คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายนำเงินระดมทุนจากนักลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง และหุ้นกู้เอกชน โดยมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพเป็นผู้ดูแลการบริหารจัดการสินทรัพย์เหล่านี้

การลงทุนในกองทุนประเภทนี้เปรียบเสมือนการนำเงินไปปล่อยกู้ให้กับภาครัฐหรือภาคเอกชนเพื่อรับผลตอบแทนในรูปแบบดอกเบี้ยและส่วนต่างราคา บทความนี้จะอธิบายกลไกการทำงาน ประเภทสินทรัพย์ ปัจจัยที่มีผลต่อ NAV และข้อควรระวังสำคัญก่อนตัดสินใจลงทุนครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • กองทุนตราสารหนี้เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน ให้ผลตอบแทนหลักจากดอกเบี้ยรับและส่วนต่างราคา NAV
  • ระดับความเสี่ยงของกองทุนตราสารหนี้ไม่ใช่ศูนย์ และไม่ใช่เงินฝากประจำ โดยมีโอกาสขาดทุนจากอัตราดอกเบี้ยผันผวนและความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้
  • ราคา NAV ของกองทุนตราสารหนี้เคลื่อนไหวสวนทางกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในตลาดอย่างมีนัยสำคัญ
  • กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (FIF) มีความเสี่ยงเพิ่มเติมจากอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งต้องพิจารณา นโยบายการป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

กองทุนตราสารหนี้ คืออะไร?

กองทุนตราสารหนี้ คือ รูปแบบการลงทุนผ่านกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนในรอบปีบัญชี ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการรวบรวมเงินจากนักลงทุนรายย่อยไปปล่อยกู้ให้กับหน่วยงานที่ต้องการเงินทุน

กลไกการทำงานของ กองทุนรวมตราสารหนี้ จะเริ่มจากการรวบรวมเงินทุน แล้วนำไปซื้อตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปของมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยรับสะสม และกำไรจากการซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดรอง นักลงทุนสามารถตรวจสอบข้อมูลกองทุนและรายชื่อผู้จัดการกองทุนที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อยืนยันความถูกต้องตามกฎหมายครับ

กลไกการทำงานของกองทุนตราสารหนี้

ตราสารหนี้ มีอะไรบ้าง ในพอร์ตการลงทุน?

สินทรัพย์ที่กองทุนตราสารหนี้เข้าไปลงทุนสามารถแบ่งตามประเภทผู้ออกตราสารได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้:

  1. ตราสารหนี้ภาครัฐ (Government Debt Securities): ได้แก่ ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำที่สุดเนื่องจากมีรัฐบาลรับประกัน
  2. ตราสารหนี้ภาคเอกชน (Corporate Debt Securities): ได้แก่ ตั๋วแลกเงิน (B/E) ตั๋วสัญญาใช้เงิน (P/N) และหุ้นกู้เอกชน ให้ผลตอบแทนสูงกว่าภาครัฐเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
  3. กองทุนตราสารหนี้ (Bond Fund) : โดยคำว่า bond คือ คำที่ใช้เรียกตราสารหนี้ทั้งสองกลุ่มนี้โดยรวม ซึ่งหมายถึงสัญญาการกู้ยืมเงินที่ผู้ออกตราสารรับปากจะจ่ายดอกเบี้ยและคืนเงินต้นตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ครับ

หากนักลงทุนต้องการศึกษาเพิ่มเติมว่า ทำความเข้าใจว่าตราสารหนี้คืออะไร ในภาพรวม รวมถึงโครงสร้างสัญญายืมเงินทางกฎหมาย สามารถอ่านรายละเอียดเชิงลึกเพื่อเปรียบเทียบกับตราสารทุนเพิ่มเติมได้ครับ

ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้มาจากไหน?

เมื่อพูดถึงตราสารหนี้ ผลตอบแทน ที่นักลงทุนควรทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุน คือแหล่งที่มาของรายได้ 2 ส่วนหลักดังนี้ครับ

ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้มาจาก 2 ส่วนหลัก คือ ดอกเบี้ยรับตามหน้าตราสาร (Coupon) และส่วนต่างจากการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ในตลาดรอง (Capital Gain/Loss)

เมื่อผู้จัดการกองทุนนำเงินไปซื้อตราสารหนี้ กองทุนจะได้รับดอกเบี้ยรับสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนด ดอกเบี้ยนี้จะถูกบันทึกสะสมเข้าไปในมูลค่า NAV ของกองทุนทุกวันทำการ นอกจากนี้ หากอัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวลดลง ราคาตราสารหนี้เดิมที่กองทุนถืออยู่จะมีมูลค่าสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดกำไรจากส่วนต่างราคา ซึ่งสะท้อนออกมาใน NAV ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ผลตอบแทนสุทธิของกองทุนตราสารหนี้ไทยจะต้องคำนึงถึงเกณฑ์การจัดเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% จากดอกเบี้ยตราสารหนี้ที่กองทุนได้รับตามประกาศของ กรมสรรพากร ซึ่งบริษัทจัดการกองทุนรวม (บลจ.) จะเป็นผู้ดำเนินการหักภาษีในฝั่งของกองทุนโดยตรงก่อนคำนวณ NAV สุทธิให้แก่นักลงทุน 

แหล่งที่มาของผลตอบแทนกลไกการเกิดผลตอบแทนผลกระทบต่อ NAV
ดอกเบี้ยรับ (Coupon Income)ผู้ออกตราสารจ่ายดอกเบี้ยตามงวดสัญญาNAV เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอตามการทยอยรับดอกเบี้ย
ส่วนต่างราคา (Capital Gain)ราคาตราสารในตลาดรองสูงขึ้นเมื่อดอกเบี้ยตลาดลดลงNAV ปรับตัวขึ้นทันทีตามการ Mark to Market

ปัจจัยที่มีผลต่อราคา NAV และความเสี่ยงที่ต้องรู้

ราคา NAV ของกองทุนตราสารหนี้ไม่ได้ปรับตัวขึ้นเป็นเส้นตรงเสมอไป การรับรู้ความเสี่ยงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการจัดพอร์ตการลงทุนที่ถูกต้องครับ

กลไกการทำงานของกองทุนตราสารหนี้

1. ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)

ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ยนโยบายกับราคาตราสารหนี้เป็นความสัมพันธ์แบบสวนทาง (Inverse Relationship) เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น ตราสารหนี้ออกใหม่จะให้ดอกเบี้ยที่สูงกว่า ทำให้ตราสารหนี้เดิมที่กองทุนถืออยู่มีมูลค่าลดลง บลจ. ต้องบันทึกมูลค่าสินทรัพย์ตามราคาตลาด (Mark to Market) ส่งผลให้ NAV ของกองทุนปรับตัวลดลงชั่วคราว

2. ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Risk)

หากผู้ออกตราสารหนี้เอกชนไม่สามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินต้นได้ตามกำหนด ตราสารหนี้ฉบับนั้นจะถูกปรับลดมูลค่าลงหรือตั้งสำรองผลขาดทุน ส่งผลให้ NAV ของกองทุนลดลงอย่างรุนแรง การ ตรวจสอบรายละเอียดของหุ้นกู้เอกชน ที่กองทุนเข้าไปถือครอง และการดูอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) จึงเป็นขั้นตอนสำคัญ

3. ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

เกิดจากการที่ตราสารหนี้บางชนิดไม่มีตลาดรองที่มีสภาพคล่องสูง ทำให้เมื่อผู้จัดการกองทุนจำเป็นต้องขายตราสารหนี้ออกมาเพื่อรองรับแรงขายคืนหน่วยลงทุน อาจต้องยอมขายในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง

นักลงทุนจำนวนมากประหลาดใจเมื่อพบว่า NAV ของกองทุนตราสารหนี้ลดลง การเรียนรู้ประเด็นว่า กองทุนรวมตราสารหนี้สามารถติดลบได้ จะช่วยให้นักลงทุนเข้าใจสภาวะตลาดและไม่ตกใจขายคืนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยผันผวนครับ

ประเภทของกองทุนตราสารหนี้

การแบ่งประเภทกองทุนตราสารหนี้ช่วยให้นักลงทุนเลือกสินทรัพย์ได้ตรงกับระยะเวลาการลงทุนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้:

  1. กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (Short-term Fixed Income Fund): เน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี ความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ เหมาะสำหรับการพักเงินระยะสั้น 1–3 เดือน
  2. กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว (Long-term Fixed Income Fund): ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยมากกว่า 5 ปี ให้ผลตอบแทนคาดการณ์สูงกว่า แต่มีความผันผวนของราคา NAV ตามอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า
  3. กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ (Global / Foreign Fixed Income Fund – FIF): ลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนจากต่างประเทศ แต่มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้อง

ข้อแตกต่างระหว่าง กองทุนตราสารหนี้ vs เงินฝากประจำ

แม้ว่าทั้งสองสิ่งจะถูกมองว่าเป็นทางเลือกการพักเงินที่ปลอดภัย แต่โครงสร้างทางกฎหมายและการคุ้มครองมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน:

ประเด็นเปรียบเทียบกองทุนตราสารหนี้เงินฝากประจำ
โครงสร้างการลงทุนสินทรัพย์ลงทุนผ่านกองทุนรวมเงินฝากธนาคารพาณิชย์
การคุ้มครองเงินต้นไม่มีการคุ้มครองเงินต้นคุ้มครองโดยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก (ตามเพดานกฎหมาย)
การบันทึกมูลค่าMark to Market ทุกวันทำการมูลค่าคงที่ตามจำนวนเงินฝาก
สภาพคล่องในการไถ่ถอนT+1 ถึง T+2 (ตามนโยบายกองทุน)ถอนก่อนกำหนดอาจเสียสิทธิเรื่องดอกเบี้ย
สิทธิประโยชน์ทางภาษีกำไรส่วนต่างหน่วยลงทุนบุคคลธรรมดาได้รับการยกเว้นภาษีดอกเบี้ยรับต้องเสียภาษีตามเกณฑ์สรรพากร

สรุปแนวทางการเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้

กองทุนตราสารหนี้เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการบริหารสภาพคล่องและการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน แม้ว่าระดับความเสี่ยงจะต่ำกว่าตราสารทุน แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสขาดทุน นักลงทุนควรพิจารณาอายุเฉลี่ยของตราสาร (Portfolio Duration) คุณภาพของตราสารหนี้ที่กองทุนเลือกลงทุน และเป้าหมายระยะเวลาการใช้เงินของตนเองเสมอครับ

หากคุณต้องการวางแผนภาพรวมการลงทุนและดูโครงสร้างของกองทุนประเภทอื่น ๆ เพิ่มเติม สามารถศึกษาได้ที่บทความนี้ครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ กองทุนตราสารหนี้ คือ

กองทุนตราสารหนี้ มีโอกาสขาดทุนไหม?

กองทุนตราสารหนี้มีโอกาสขาดทุนได้ครับ แม้ความเสี่ยงจะต่ำกว่ากองทุนหุ้น สาเหตุหลักเกิดจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งทำให้ราคาตราสารหนี้เดิมในพอร์ตลดลงตามหลัก Mark to Market หรือเกิดจากผู้ออกหุ้นกู้เอกชนที่กองทุนถืออยู่ผิดนัดชำระหนี้ อย่างไรก็ดี หากถือหน่วยลงทุนต่อไปจนตราสารหนี้ทยอยครบกำหนด มูลค่า NAV จะค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาตามดอกเบี้ยรับที่ได้รับสะสมครับ

กองทุนตราสารหนี้ต่างจากตราสารหนี้รายตัวอย่างไร?

การซื้อตราสารหนี้รายตัวเป็นการซื้อตรงกับผู้ออก เช่น ซื้อพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชน ซึ่งนักลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยแน่นอนและได้เงินต้นคืนเต็มจำนวนเมื่อถือจนครบกำหนดอายุ ส่วนกองทุนตราสารหนี้คือการกระจายเงินไปซื้อตราสารหนี้หลายตัวพร้อมกัน มีผู้จัดการกองทุนคอยบริหาร และมีการคำนวณราคาหน่วยลงทุนตามราคาตลาดทุกวัน ทำให้มีสภาพคล่องในการซื้อขายมากกว่าการถือตราสารหนี้รายตัวครับ

กองทุนตราสารหนี้ เหมาะกับใคร และควรลงทุนกี่ปี?

กองทุนตราสารหนี้เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงินในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง ต้องการโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินฝากออมทรัพย์ หรือต้องการกระจายความเสี่ยงเพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนรวม โดยกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นเหมาะกับการลงทุนระยะเวลา 1–3 เดือน ส่วนกองทุนตราสารหนี้ระยะกลางถึงยาวเหมาะกับการลงทุนระยะเวลา 1–3 ปีขึ้นไปครับ

ผลตอบแทนกองทุนตราสารหนี้ ต้องเสียภาษีไหม?

สำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดา กำไรจากการขายคืนหน่วยลงทุน (Capital Gain) ของกองทุนรวมจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครับ อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของตัวกองทุนรวมเอง จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากรายได้ดอกเบี้ยของตราสารหนี้ไทยที่กองทุนเข้าไปลงทุน ซึ่ง บลจ. จะดำเนินการจัดการภาษีส่วนนี้เรียบร้อยแล้วก่อนจะแสดงมูลค่า NAV สุทธิหลังหักภาษีให้นักลงทุนเห็นครับ

ควรเลือกลักษณะกองทุนตราสารหนี้อย่างไรในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น?

ในช่วงทิศทางอัตราดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น ควรเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น (Short Duration) หรือกองทุนตลาดเงิน เนื่องจากตราสารหนี้ระยะสั้นจะได้รับผลกระทบเชิงลบด้านราคาจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่า และผู้จัดการกองทุนสามารถนำเงินที่ได้รับชำระคืนจากตราสารที่หมดอายุไปลงทุนต่อในตราสารหนี้ออกใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็วครับ

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5