ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น คิดยังไง? สรุปโครงสร้างต้นทุนปี 2026

  • 4:58 am
  • Post Views: 0
Table of Contents
ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น คิดยังไง? สรุปโครงสร้างต้นทุนปี 2026

ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น คือ ต้นทุนรวมทั้งหมดที่นักลงทุนต้องจ่ายให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) และหน่วยงานกำกับดูแลเมื่อมีการส่งคำสั่งซื้อหรือขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ประกอบด้วยค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมตลาดฯ ค่าธรรมเนียมชำระราคา ค่าระบบการชำระเงิน และภาษีมูลค่าเพิ่ม

การเข้าใจโครงสร้างค่าธรรมเนียมอย่างละเอียดช่วยให้นักลงทุนคำนวณจุดคุ้มทุน (Break-even Point) ได้แม่นยำยิ่งขึ้น และป้องกันไม่ให้ต้นทุนแฝงกัดกินผลตอบแทนสุทธิของพอร์ตในระยะยาว คู่มือนี้อธิบายองค์ประกอบทั้งหมดของค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้น สูตรคำนวณจริง และการเปรียบเทียบโบรกเกอร์เพื่อบริหารต้นทุนครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นไม่ได้มีเพียงค่าคอมมิชชัน แต่รวมถึงค่าธรรมเนียมกำกับดูแล 3 ส่วนของตลาดฯ และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • การส่งคำสั่งเทรดหุ้นผ่านระบบออนไลน์ มีอัตราค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าการส่งคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนเกือบครึ่งหนึ่ง
  • นโยบายค่าธรรมเนียมขั้นต่ำรายวันส่งผลกระทบอย่างมากต่อนักลงทุนพอร์ตขนาดเล็ก เพราะทำให้ต้นทุนต่อการเทรดสูงขึ้นเกินจริง
  • การขายหุ้นในปัจจุบันยังไม่มีการเก็บภาษีการขายหุ้น (FTT) ส่วนกำไรจากส่วนต่างราคา (Capital Gain) ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา

ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น คืออะไร? ประกอบด้วยอะไรบ้าง?

ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น คือ รวมยอดค่าใช้จ่ายในการทำรายการซื้อและขายหลักทรัพย์ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ โดยแบ่งออกเป็น 5 ส่วนหลัก อ้างอิงตามเกณฑ์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่ใช้กำกับดูแลโบรกเกอร์และโครงสร้างตลาดทางการเงินครับ

รายละเอียดองค์ประกอบค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นไทย

1. ค่าคอมมิชชันโบรกเกอร์ (Brokerage Fee)

ค่าคอมมิชชัน หุ้น คือ ค่าบริการที่บริษัทหลักทรัพย์เรียกเก็บจากการทำหน้าที่เป็นนายหน้าส่งคำสั่งซื้อขาย อัตรานี้ขยับตามช่องทางการส่งคำสั่ง เช่น การเทรดผ่านอินเทอร์เน็ตด้วยตนเอง หรือการส่งคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุน (Marketing)

2. ค่าธรรมเนียมตลาดและหน่วยงานกำกับดูแล (Regulatory Fees)

นอกจากค่าคอมมิชชันของโบรกเกอร์แล้ว ทุกคำสั่งซื้อขายจะถูกจัดเก็บค่าธรรมเนียมย่อยอีก 3 ส่วนเพื่อนำส่งหน่วยงานกลาง ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อความเป็นธรรมในระบบชำระราคา:

  • ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์ (SET Trading Fee): อัตรา 0.005% ของมูลค่าการซื้อขาย
  • ค่าธรรมเนียมศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSCC Depository Fee): อัตรา 0.001% ของมูลค่าการซื้อขาย
  • ค่าธรรมเนียมระบบการชำระเงิน (Trading System Fee): อัตรา 0.001% ของมูลค่าการซื้อขาย

3. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

ภาษีมูลค่าเพิ่มคิดในอัตรา 7% โดยคำนวณจาก “ยอดรวมค่าธรรมเนียมทั้งหมด” (Brokerage Fee + Regulatory Fees) ไม่ได้คิดจากมูลค่าเงินลงทุนซื้อหุ้นครับ

รายการค่าธรรมเนียมอัตราค่าธรรมเนียม (เทรดออนไลน์เอง)ผู้รับค่าธรรมเนียม
ค่าคอมมิชชัน (Brokerage Fee)~0.157% (ขึ้นอยู่กับแต่ละโบรกเกอร์)บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์)
ค่าธรรมเนียมตลาดฯ (SET Fee)0.005%ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ค่าธรรมเนียมการชำระราคา (TSCC Fee)0.001%บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ
ค่าระบบชำระเงิน (Trading System Fee)0.001%ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)7% (คำนวณจากผลรวมค่าธรรมเนียมด้านบน)กรมสรรพากร

ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น คิดยังไง? สูตรคำนวณและตัวอย่างจริง

ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น คิดยังไง สามารถคำนวณได้โดยการนำมูลค่าการซื้อขายจริงคูณกับอัตราค่าธรรมเนียมรวม แล้วบวกด้วยภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ทั้งในฝั่งซื้อและฝั่งขายครับ

สูตรคำนวณค่าธรรมเนียมฝั่งซื้อและฝั่งขาย

  1. ค่าธรรมเนียมรวมก่อน VAT = มูลค่าการซื้อขาย × (อัตราค่าคอมมิชชัน + 0.007%)
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) = ค่าธรรมเนียมรวมก่อน VAT × 7%
  3. ค่าธรรมเนียมสุทธิต้องจ่าย = ค่าธรรมเนียมรวมก่อน VAT + ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)

ตัวอย่างการคำนวณ: เทรดหุ้น 100,000 บาท เสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่?

สมมุติว่าคุณส่งคำสั่งซื้อหุ้น A มูลค่า 100,000 บาท ผ่านระบบออนไลน์ โดยโบรกเกอร์คิดอัตราค่าคอมมิชชัน หุ้น ที่ 0.157%

  • คำนวณค่าธรรมเนียมรวมก่อน VAT:
    • ค่าคอมมิชชันโบรกเกอร์: 100,000 × 0.157% = 157.00 บาท
    • ค่าธรรมเนียม Regulatory Fees (SET+TSCC+Trading System): 100,000 × 0.007% = 7.00 บาท
    • ผลรวมค่าธรรมเนียมก่อน VAT: 157.00 + 7.00 = 164.00 บาท
  • คำนวณ VAT 7%:
    • 164.00 × 7% = 11.48 บาท
  • รวมค่าธรรมเนียมฝั่งซื้อสุทธิ:
  • 164.00 + 11.48 = 175.48 บาท (คิดเป็นอัตราสุทธิประมาณ 0.1755% ของมูลค่าซื้อ)

เมื่อถึงเวลาขายหุ้นดังกล่าว หากขายได้ที่มูลค่า 100,000 บาทเท่าเดิม คุณจะเสียค่าธรรมเนียมฝั่งขายอีก 175.48 บาท รวมต้นทุนค่าธรรมเนียมไป-กลับในการเทรดครั้งนี้คือ 350.96 บาท ดังนั้น จุดคุ้มทุนของคุณคือต้องขายหุ้นให้ได้กำไรมากกว่า 350.96 บาทขึ้นไปครับ


เปรียบเทียบโบรกเกอร์: มีขั้นต่ำ vs ไม่มีขั้นต่ำ ต่างกันอย่างไร?

ข้อแตกต่างระหว่างโบรกเกอร์ที่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำและไม่มีขั้นต่ำ อยู่ที่การกำหนดภาระขั้นต่ำต่อวัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเทรดของนักลงทุนรายย่อย หากต้องการสลับไปศึกษาแนวทางลงมือจริง สามารถ อ่านคู่มือวิธีซื้อหุ้นและขั้นตอนเปิดพอร์ต เพื่อเลือกประเภทบัญชีให้เหมาะสมได้ครับ

ผลกระทบของค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ (Minimum Commission) ต่อนักลงทุนรายย่อย

ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำการซื้อขายหุ้น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนของนักลงทุนรายย่อยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากไม่ได้เลือกโบรกเกอร์ให้เหมาะกับพฤติกรรมการเทรดของตนเองครับ โบรกเกอร์บางแห่งกำหนดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำไว้ที่ 50 บาทต่อวัน (ไม่รวม Regulatory Fees และ VAT) หมายความว่า หากวันนั้นคุณทำรายการซื้อหุ้นเพียง 10,000 บาท ซึ่งตามอัตราปกติ 0.157% จะเสียค่าคอมฯ เพียง 15.70 บาท แต่คุณจะถูกปรับขึ้นไปเก็บที่ 50 บาททันที

ผลกระทบคือ อัตราค่าธรรมเนียมจริงของคุณจะพุ่งสูงขึ้นจาก 0.157% กลายเป็น 0.50% ทันที ซึ่งทำให้จุดคุ้มทุนขยับไกลออกไปมากขึ้น

ข้อดีของการเลือกโบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ

สำหรับนักลงทุนที่เน้นการสะสมหุ้นแบบ DCA (Dollar-Cost Averaging) หรือซื้อครั้งละจำนวนเงินไม่มาก การเลือก โบรกเกอร์ ไม่มีขั้นต่ำ จะช่วยให้คิดค่าธรรมเนียมตามจริงตามสัดส่วนเงินลงทุน ไม่ว่าจะซื้อเพียง 1,000 บาท หรือ 5,000 บาท ก็จะไม่โดนค่าปรับขั้นต่ำรายวันครับ

มูลค่าการซื้อต่อวันค่าธรรมเนียมสุทธิ (โบรกเกอร์ไม่มีขั้นต่ำ)ค่าธรรมเนียมสุทธิ (โบรกเกอร์มีขั้นต่ำ 50 บาท/วัน)ส่วนต่างต้นทุน
5,000 บาท~8.77 บาท~53.87 บาทสูงกว่าปกติ ~45.10 บาท
10,000 บาท~17.55 บาท~54.25 บาทสูงกว่าปกติ ~36.70 บาท
50,000 บาท~87.74 บาท~87.74 บาทเท่ากัน (เกินขั้นต่ำ)
100,000 บาท~175.48 บาท~175.48 บาทเท่ากัน (เกินขั้นต่ำ)

📌 Tip จากพี่โบ้

ตอนผมเริ่มลงทุนใหม่ ๆ ผมเคยกระจายซื้อหุ้น 5 ตัว ตัวละ 2,000 บาทในวันเดียว โดยใช้โบรกเกอร์ที่มีขั้นต่ำ 50 บาท ผลคือวันนั้นเสียค่าคอมฯ ไปมากกว่า 250 บาทโดยไม่จำเป็นครับ หากคุณเป็นสายสะสมหุ้นก้อนเล็ก หรือชอบกระจายไม้ แนะนำให้เลือกใช้โบรกเกอร์ที่ไม่มีขั้นต่ำ เพื่อประหยัดต้นทุนสะสมในระยะยาวครับ

เทรดเองออนไลน์ vs ผ่านมาร์เก็ตติ้ง ต่างกันแค่ไหน?

ช่องทางการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์มีผลโดยตรงต่อ อัตราค่าธรรมเนียม หุ้น ที่โบรกเกอร์เรียกเก็บ โดยการแบ่งช่องทางบริการหลักมีดังนี้:

อัตราค่าธรรมเนียมการเทรดหุ้นผ่านระบบ Internet (Streaming)

การส่งคำสั่งด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Streaming มีอัตราค่าธรรมเนียมต่ำที่สุด เนื่องจากโบรกเกอร์ไม่มีต้นทุนการจัดการด้านบุคลากรมากนัก อัตราค่าคอมมิชชันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 0.157% (หรือต่ำกว่าตามนโยบายแข่งขันของแต่ละแห่ง)

อัตราค่าธรรมเนียมการส่งคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่ (Marketing Dealer)

หากนักลงทุนส่งคำสั่งผ่านเจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนทางโทรศัพท์ โบรกเกอร์จะคิดอัตราค่าธรรมเนียมสูงขึ้น อยู่ที่ประมาณ 0.257% เนื่องจากมีบริการวิเคราะห์ ให้คำแนะนำ และดำเนินการส่งคำสั่งแทน

ขายหุ้น เสียภาษีอะไรบ้าง? สิ่งที่นักลงทุนต้องเตรียมรับมือ

นักลงทุนไทยจำนวนมากมีความกังวลเรื่องภาระภาษีจากการขายหุ้น ซึ่งในปัจจุบันโครงสร้างภาษีหุ้นไทยยังคงให้สิทธิประโยชน์แก่บุคคลธรรมดาเมื่อ เปรียบเทียบกับกรณีขายกองทุนเสียภาษีไหม ในบางประเภทผลิตภัณฑ์ครับ

ภาษีเงินปันผล (Withholding Tax 10%)

หากหุ้นที่คุณถือครองมีการจ่ายเงินปันผล เงินปันผลนั้นจะถูกหัก ภาษี ณ ที่จ่าย ทันที 10% โดยนักลงทุนสามารถเลือกนำเงินปันผลนี้ไปยื่นเครดิตภาษีเงินปันผลตอนสิ้นปีเพื่อขอคืนภาษีได้ตามฐานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

อัปเดตแนวโน้มภาษีการขายหุ้น (Financial Transaction Tax)

กำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น (Capital Gain Tax) สำหรับบุคคลธรรมดาในการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยังคงได้รับการยกเว้นภาษีตามประกาศของ กรมสรรพากร ในปัจจุบัน ส่วนแนวคิดการจัดเก็บภาษีการขายหุ้น (Financial Transaction Tax หรือ FTT) ในอัตรา 0.11% ที่กระทรวงการคลังเคยมีแนวคิดผลักดัน ยังคงอยู่ระหว่างการชะลอและพิจารณาความเหมาะสมจากภาครัฐครับ

บทสรุป: กุญแจของการเข้าใจ ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น

การคำนวณและบริหาร ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น ให้เหมาะกับสไตล์การลงทุน ถือเป็นก้าวสำคัญของการวางแผนต้นทุน เพราะทุกบาทของค่าธรรมเนียมที่ลดลงได้ คือกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นของพอร์ต การเลือกช่องทางเทรดออนไลน์ด้วยตนเอง และการพิจารณานโยบายขั้นต่ำของโบรกเกอร์ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนได้ในระยะยาว

หากคุณต้องการศึกษาโครงสร้างตลาดและกลไกหลักทรัพย์ตั้งแต่เริ่มต้น สามารถ ปูพื้นฐานตั้งแต่เริ่มต้นว่าหุ้นคืออะไร เพิ่มเติมได้เลยครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ค่าธรรมเนียมซื้อขายหุ้น

ซื้อหุ้นและขายหุ้นในวันเดียวกัน (Day Trade) เสียค่าธรรมเนียมกี่รอบ?

การซื้อและขายหุ้นจบภายในวันเดียวกัน ต้องเสียค่าธรรมเนียมทั้งสิ้น 2 รอบ คือ ฝั่งซื้อ 1 รอบ และฝั่งขาย 1 รอบตามมูลค่าจริงของแต่ละรายการ โดยคิดอัตราค่าธรรมเนียมเท่ากับการเทรดปกติครับ

ทำไมค่าธรรมเนียมใน Streaming ถึงไม่เท่ากับที่คำนวณมือ?

ยอดค่าธรรมเนียมในหน้าแอปพลิเคชัน Streaming มักจะรวมค่าธรรมเนียม Regulatory Fees (0.007%) และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) เข้าไปเรียบร้อยแล้ว หรืออาจเกิดจากการปรับขึ้นตามอัตราค่าธรรมเนียมขั้นต่ำรายวันของโบรกเกอร์นั้น ๆ ครับ

เทรดหุ้นต่างประเทศ เสียค่าธรรมเนียมเหมือนหุ้นไทยไหม?

การเทรดหุ้นต่างประเทศมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่ต่างจากหุ้นไทย โดยมักมีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำต่อคำสั่งซื้อขายสูงกว่า มีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน (FX Fee) ค่าธรรมเนียมการถือครองหลักทรัพย์ และภาษีหัก ณ ที่จ่ายเงินปันผลตามข้อตกลงของประเทศปลายทางครับ

ถ้าเปิดพอร์ตแบบ Cash Balance กับ Credit Balance ค่าธรรมเนียมเท่ากันหรือไม่?

โดยทั่วไปอัตราค่าคอมมิชชันสำหรับการส่งคำสั่งผ่านอินเทอร์เน็ตของพอร์ต Cash Balance และ Credit Balance จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน แต่พอร์ต Credit Balance (บัญชีมาร์จิ้น) จะมีต้นทุนเพิ่มเติมในส่วนของดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อหลักทรัพย์ครับ

โบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ มีข้อเสียหรือเงื่อนไขแอบแฝงไหม?

โบรกเกอร์ที่ไม่มีขั้นต่ำอาจมีข้อจำกัดด้านการบริการอื่น ๆ เช่น ไม่มีเจ้าหน้าที่ดูแลส่วนตัว (Marketing) ต้องดำเนินการผ่านระบบออนไลน์เองทั้งหมด หรืออาจมีค่าธรรมเนียมการขอเอกสาร/การถอนเงินที่ต่างจากโบรกเกอร์แบบเต็มรูปแบบ นักลงทุนควรตรวจสอบเงื่อนไขบริการให้ครบถ้วนก่อนเปิดบัญชีครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5