โบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ เปรียบเทียบที่ไหนดี ปี 2026

  • 10:19 am
  • Post Views: 0
Table of Contents
โบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ เปรียบเทียบที่ไหนดี ปี 2026

โบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ คือ บริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมคอมมิชชันขั้นต่ำต่อวัน (Minimum Commission) จากการสั่งซื้อขายหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนจ่ายค่าคอมมิชชันตามมูลค่าซื้อขายจริงโดยไม่มีคำสั่งซื้อขายขั้นต่ำรายวันบังคับ

การเลือกว่าจะใช้ โบรกเกอร์หุ้น ไหนดี มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ที่ต้องการออมหุ้นแบบ DCA หรือนักลงทุนรายย่อยที่มีทุนเริ่มต้นไม่สูง บทความนี้อธิบายโครงสร้างค่าธรรมเนียม เปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละโบรกเกอร์ พร้อมข้อควรระวังเรื่องค่าใช้จ่ายแฝงเพื่อให้คุณเลือกโบรกเกอร์ได้ตรงกับสไตล์การลงทุนครับ

⚠️ คำเตือน: การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ

สาระสำคัญจากพี่โบ้

  • การไม่มีค่าคอมมิชชันขั้นต่ำ ช่วยประหยัดต้นทุนการเทรดได้สูงสุดถึง 50 บาทต่อวัน เหมาะอย่างยิ่งกับสาย DCA และการซื้อหุ้นด้วยเงินจำนวนน้อย
  • ค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นไม่ได้มีเพียงค่าคอมมิชชัน แต่ยังมีค่าธรรมเนียมกำกับดูแล (TSD, SET, Regulatory Fees) และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% รวมอยู่ด้วย
  • บัญชีประเภท Cash Balance (วางเงินสดเต็มจำนวนก่อนซื้อ) เป็นประเภทบัญชีมาตรฐานที่โบรกเกอร์ไม่มีขั้นต่ำให้บริการอย่างปลอดภัย
  • การเลือกโบรกเกอร์ควรพิจารณาความน่าเชื่อถือ ใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. แพลตฟอร์มการเทรด และบริการหลังการขายควบคู่ไปกับอัตราค่าธรรมเนียม

โบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ คืออะไร?

โบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ คือบริษัทหลักทรัพย์ที่ไม่กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมขั้นต่ำรายวัน (ขั้นต่ำเดิมมักอยู่ที่ 50 บาทต่อวัน) ทำให้นักลงทุนจ่ายค่าธรรมเนียมตามสัดส่วนการเทรดจริงเท่านั้น

ในระบบการซื้อขายหุ้นไทยตามปกติ เมื่อนักลงทุนส่งคำสั่งซื้อขายผ่านระบบอินเทอร์เน็ต โบรกเกอร์จะคิดค่าคอมมิชชันเป็นเปอร์เซ็นต์ (เช่น 0.15% – 0.20% ของมูลค่าซื้อขาย) แต่ในอดีต หากคำนวณค่าธรรมเนียมออกมารวมแล้วไม่ถึง 50 บาท ระบบจะปัดขึ้นเป็น 50 บาททันที ซึ่งสร้างภาระต้นทุนสูงมากให้กับผู้ที่ส่งคำสั่งซื้อขายหลักร้อยหรือหลักพันบาท การยกเว้นขั้นต่ำนี้จึงเข้ามาแก้ปัญหาต้นทุนสะสมของนักลงทุนรายย่อย

กลไกค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ (Minimum Commission) ในการเทรดหุ้นไทย

กลไกค่าธรรมเนียมขั้นต่ำเดิมถูกออกแบบมาเพื่อครอบคลุมต้นทุนการประมวลผลคำสั่งซื้อขายของบริษัทหลักทรัพย์ แต่เมื่อเทคโนโลยียุคดิจิทัลพัฒนาขึ้น การประมวลผลคำสั่งซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันมือถือมีต้นทุนที่ลดลงอย่างมาก บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งจึงปรับรูปแบบธุรกิจเพื่อดึงดูดนักลงทุนรุ่นใหม่ด้วยการยกเลิกขั้นต่ำรายวัน

หากคุณส่งคำสั่งซื้อหุ้น 1,000 บาท ผ่านโบรกเกอร์ที่มีขั้นต่ำ 50 บาท คุณจะเสียค่าธรรมเนียมทันที 50 บาท คิดเป็นต้นทุนสูงถึง 5% ของเงินลงทุน แต่หากส่งคำสั่งซื้อผ่านโบรกเกอร์ที่ไม่คิดขั้นต่ำ ณ อัตราค่าคอมมิชชัน 0.15% คุณจะจ่ายค่าธรรมเนียมเพียง 1.50 บาทเท่านั้น ซึ่งช่วยประหยัดเงินต้นทุนได้ทันที

ทำไมการยกเว้นค่าธรรมเนียมขั้นต่ำถึงสำคัญกับนักลงทุนรายย่อย

สำหรับนักลงทุนสาย DCA (Dollar-Cost Averaging) ที่ทยอยสะสมหุ้นทุก ๆ เดือนด้วยเงินจำนวนเท่า ๆ กัน การกระจายเงินซื้อหุ้นหลาย ๆ ตัวในแต่ละเดือนจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก หากไม่มีขั้นต่ำ คุณสามารถแบ่งเงิน 3,000 บาท ไปซื้อหุ้น 3 ตัว ตัวละ 1,000 บาท ได้โดยไม่โดนหักค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ 50 บาทซ้ำกัน 3 ครั้ง (รวม 150 บาท)

ก่อนจะเลือกเปลี่ยนมาใช้โบรกเกอร์กลุ่มนี้ การทำความเข้าใจโครงสร้างการทำงานของตลาดทุนถือเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้น การเริ่มต้นศึกษาและทำความเข้าใจพื้นฐานหุ้นจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของการถือครองตราสารทุนและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของผู้ถือหุ้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ

เปรียบเทียบ โบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ 2026: ที่ไหนดีและต่างกันอย่างไร?

บริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการโดยไม่คิดค่าคอมมิชชันขั้นต่ำรายวันในปัจจุบันมีหลากหลายแห่ง โดยแต่ละแห่งมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมคอมมิชชันและจุดเด่นของแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน

การพิจารณา โบรกเกอร์หุ้น เปรียบเทียบ ให้เห็นภาพชัดเจน ต้องดูทั้งอัตราค่าคอมมิชชัน (%) ประเภทบัญชีที่รองรับ แอปพลิเคชันที่ใช้ส่งคำสั่งซื้อขาย รวมถึงความสะดวกในการฝากถอนเงินผ่านระบบอัตโนมัติ

โครงสร้างค่าธรรมเนียมคอมมิชชันของแต่ละโบรกเกอร์

ปัจจุบันมีโบรกเกอร์ชั้นนำที่ชูนโยบายไม่มีขั้นต่ำรายวัน ซึ่งครอบคลุมทั้งโบรกเกอร์ไร้ค่าคอมมิชชันแบบมีเงื่อนไข และโบรกเกอร์ที่คิดค่าคอมมิชชันตามสัดส่วนจริง ดังนี้:

  • Liberator (บล. ลิเบอเรเตอร์): โดดเด่นด้วยโมเดลการเทรดหุ้นไทยแบบไม่มีค่าคอมมิชชัน (0%) สำหรับยอดซื้อขายสะสมไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนดต่อเดือน หรือแพ็กเกจ subscription ตามเงื่อนไขของโบรกเกอร์ เหมาะกับสายเก็งกำไรและ DCA
  • SBITO (บล. เอสบีไอ ไทยออนไลน์): โบรกเกอร์ยุคแรก ๆ ที่ยกเลิกขั้นต่ำรายวัน คิดค่าธรรมเนียมคอมมิชชันบนระบบอินเทอร์เน็ตต่ำเพียง 0.075% (สำหรับบัญชี Cash Balance) ตามอัตราที่บริษัทเผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการ (ตรวจสอบล่าสุด กันยายน 2026)
  • InnovestX (บล. อินโนเวสท์ เอกซ์): โบรกเกอร์ในเครือ SCBX ไม่คิดขั้นต่ำรายวัน อัตราค่าคอมมิชชันมาตรฐานอยู่ที่ 0.15% (อ้างอิงอัตราค่าธรรมเนียมที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ทางการของบริษัท)
  • Pi Securities (บล. พาย): ไม่คิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำรายวันเช่นกัน อัตราค่าธรรมเนียม 0.15% มาพร้อมแอปพลิเคชัน Pi Financial ที่เน้นการบริหารพอร์ตและบทวิเคราะห์ครอบคลุม

สรุปข้อดี-ข้อจำกัดและประเภทบัญชีที่รองรับ

บัญชีที่รองรับนโยบายไม่มีขั้นต่ำเกือบทั้งหมดคือ บัญชี Cash Balance (วางเงินสด 100% ก่อนซื้อ) ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทบัญชีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักลงทุนมือใหม่ เมื่อเทียบกับบัญชีที่มีวงเงินเครดิต เพราะป้องกันการซื้อเกินวงเงินได้ดีกว่า และได้รับดอกเบี้ยจากเงินสดที่ฝากไว้ในบัญชีหุ้นด้วย

โบรกเกอร์ค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ/วันอัตราค่าคอมมิชชัน (%)บัญชีที่รองรับเครื่องมือเทรดหลัก
Liberator0 บาท0% (ตามเงื่อนไขแพ็กเกจ/วงเงิน)Cash BalanceLiberator App
SBITO0 บาท0.075%Cash Balance / Cash AccountStreaming / SBITO Trade
InnovestX0 บาท0.15%Cash BalanceInnovestX App / Streaming
Pi Securities0 บาท0.15%Cash BalancePi Financial / Streaming

หมายเหตุ: อัตราค่าคอมมิชชันข้างต้นยังไม่รวมค่าธรรมเนียมตลาดฯ/กำกับดูแล (ประมาณ 0.007%) และ VAT 7% รวบรวมจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ ณ เดือนกันยายน 2026 โปรดตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี


วิธีเลือก โบรกเกอร์หุ้น ไหนดี ให้เหมาะกับสไตล์การลงทุน

การเลือก โบรกเกอร์หุ้น แนะนำ ให้พิจารณาจากพฤติกรรมการซื้อขายและความต้องการใช้งานเครื่องมือเป็นหลัก มากกว่าการดูเพียงเรื่องค่าธรรมเนียมเพียงอย่างเดียว

นักลงทุนแต่ละคนมีวัตถุประสงค์และกรอบเวลาการลงทุนต่างกัน การเลือกโบรกเกอร์ที่ตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งาน จะช่วยให้การบริหารพอร์ตเป็นไปอย่างราบรื่นและลดความผิดพลาดในการส่งคำสั่ง

เกณฑ์การเลือกสำหรับสาย DCA และนักลงทุนทุนน้อย

หากคุณเป็นสายสะสมหุ้นระยะยาว ส่งคำสั่งซื้อเดือนละ 1–2 ครั้ง ควรเลือกโบรกเกอร์ที่มีคุณสมบัติดังนี้:

  1. ไม่มีค่าธรรมเนียมขั้นต่ำแน่นอน 100%: ไม่มีการตั้งเงื่อนไขขั้นต่ำแฝงรายเดือน
  2. ระบบ Auto DCA: มีฟังก์ชันตั้งเวลาซื้อหุ้นอัตโนมัติรายเดือนเพื่อตัดอารมณ์ออกจากการลงทุน
  3. การเชื่อมต่อกับบัญชีธนาคาร (E-Payment / QR Code): ฝากเงินเข้าพอร์ตได้ทันทีแบบ Real-time โดยไม่โดนหักค่าธรรมเนียมการโอน

เกณฑ์สำหรับสายเก็งกำไรถี่ (Day Trade / Swing Trade)

สำหรับผู้ที่ส่งคำสั่งซื้อขายบ่อยครั้ง ต้นทุนค่าคอมมิชชันทุก 0.01% มีผลต่อกำไรสุทธิอย่างมาก ควรเน้นปัจจัยต่อไปนี้:

  • อัตราค่าคอมมิชชันต่ำที่สุด: การเลือกโบรกเกอร์ที่คิดค่าคอมมิชชัน 0.075% หรือ 0% ช่วยประหยัดต้นทุนส่วนต่างราคา (Spread) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
  • ความเสถียรของเครื่องมือส่งคำสั่ง: รองรับ Streaming หรือมีแอปพลิเคชันเฉพาะที่ส่งคำสั่งได้รวดเร็ว ไม่ค้างในช่วงตลาดเปิดหรือปิด (ATO/ATC หรือช่วง Auto Trading Open/Close ที่ราคาซื้อขายมักผันผวนสูง)
  • ฟังก์ชันคำสั่งพิเศษ: มีระบบ Stop Order, Condition Order เพื่อช่วยตั้งจุดตัดขาดทุนอัตโนมัติ

ความน่าเชื่อถือและการรักษาทรัพย์สินนักลงทุน

ความปลอดภัยของเงินทุนเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม โบรกเกอร์หุ้นทุกแห่งในประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุน และทรัพย์สินของลูกค้าจะถูกแยกออกจากทรัพย์สินของบริษัทหลักทรัพย์อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ การฝากหลักทรัพย์ไว้ในระบบกลางจะดำเนินการผ่านศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ การทำความเข้าใจระบบกำกับดูแลและการเข้าใจระบบการเก็บรักษาทรัพย์สินว่า Custodian จะช่วยเพิ่มความมั่นใจว่า หุ้นและเงินสดของคุณได้รับการดูแลตามมาตรฐานสากล แม้โบรกเกอร์จะประสบปัญหาทางการเงิน ทรัพย์สินของคุณก็ยังคงปลอดภัยครับ

📢 Traderbobo แนะนำ

ตอนผมเริ่มออมหุ้นด้วยวิธี DCA ใหม่ ๆ ผมเคยละเลยเรื่องค่าคอมมิชชันขั้นต่ำรายวัน คิดว่าโดนครั้งละ 50 บาทไม่น่ากระทบมาก แต่พอมาคำนวณย้อนหลังสิ้นปี ปรากฏว่าค่าธรรมเนียมกลืนส่วนต่างกำไรไปเกือบ 5% ดังนั้นการเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีขั้นต่ำจึงช่วยเซฟเงินลงทุนสะสมในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญครับ

ข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายแฝงเมื่อเทรดหุ้น (แม้ไม่มีขั้นต่ำ)

โครงสร้างค่าธรรมเนียมการซื้อขายหุ้นไทย รวมค่าคอมมิชชัน ค่าธรรมเนียมตลาดฯ และ VAT

แม้คำว่า “ไม่มีขั้นต่ำ” จะฟังดูเหมือนประหยัด แต่ในการซื้อขายหุ้นไทยตามกฎหมาย ยังมีค่าธรรมเนียมตามส่วนงานอื่น ๆ ที่นักลงทุนต้องจ่ายเพิ่มเสมอ

การคำนวณต้นทุนการเทรดที่ถูกต้อง จะช่วยให้คุณประเมินจุดคุ้มทุน (Break-even point) ของการขายหุ้นแต่ละครั้งได้แม่นยำยิ่งขึ้น

ค่าธรรมเนียมกำกับดูแล (Trading Fee, Clearing Fee, Regulatory Fee) และ VAT 7%

เมื่อคุณส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นสำเร็จ นอกจากค่าคอมมิชชันของโบรกเกอร์แล้ว จะมีค่าธรรมเนียมอีก 3 ส่วนที่คิดตามเกณฑ์ของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ใช้มาตรฐานเดียวกันทุกโบรกเกอร์:

  • Trading Fee (ค่าธรรมเนียมตลาดหลักทรัพย์): 0.005% ของมูลค่าซื้อขาย
  • Clearing Fee (ค่าธรรมเนียมสำนักหักบัญชี): 0.001% ของมูลค่าซื้อขาย
  • Regulatory Fee (ค่าธรรมเนียมกำกับดูแล): 0.001% ของมูลค่าซื้อขาย
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%): คิดจากยอดรวมของค่าคอมมิชชัน + ค่าธรรมเนียมกำกับดูแลข้างต้น

ความเข้าใจผิดเรื่อง “เทรดฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายเลย”

นักลงทุนหลายคนเข้าใจผิดว่าการเทรดผ่านโบรกเกอร์ที่โฆษณาว่า “ฟรีค่าคอมมิชชัน 0%” จะไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ หลุดออกมาเลย แต่ในความเป็นจริง ค่าธรรมเนียมกำกับดูแลรวม 0.007% และ VAT 7% ยังคงถูกเรียกเก็บตามกฎหมายเสมอ

ตัวอย่างเช่น หากคุณซื้อหุ้นมูลค่า 10,000 บาท ผ่านโบรกเกอร์ที่คิดค่าคอมมิชชัน 0% คุณจะยังคงต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตลาดฯ และ VAT รวมประมาณ 0.75 บาท ดังนั้น ควรเผื่อต้นทุนเล็กน้อยนี้ไว้ในการคำนวณกำไรสุทธิเสมอครับ

สรุปแนวทางเลือกโบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำสำหรับมือใหม่

การเลือกโบรกเกอร์หุ้นที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมขั้นต่ำรายวัน เป็นก้าวแรกที่ช่วยลดต้นทุนการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะกับนักลงทุนรายย่อยและสาย DCA ที่ส่งคำสั่งซื้อด้วยเงินจำนวนน้อยบ่อยครั้ง

อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมไม่ใช่ปัจจัยเดียวในการตัดสินใจ คุณควรพิจารณาเรื่องความเสถียรของแอปพลิเคชัน เครื่องมือวิเคราะห์ ความสะดวกในการฝากถอนเงิน และบริการหลังการขายประกอบกัน เพื่อให้ได้โบรกเกอร์ที่ส่งเสริมแผนการลงทุนในระยะยาวของคุณได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยครับ


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ โบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ

โบรกเกอร์หุ้น ไม่มีขั้นต่ำ เหมาะกับใครมากที่สุด?

เหมาะกับนักลงทุนสาย DCA ที่ต้องการทยอยซื้อหุ้นทุก ๆ เดือน นักลงทุนรายย่อยที่มีเงินลงทุนเริ่มต้นหลักร้อยถึงหลักพันบาท และนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการทดลองลงทุนในตลาดหุ้นจริงโดยไม่ถูกหักค่าธรรมเนียมขั้นต่ำรายวัน 50 บาท ซึ่งช่วยรักษาเงินต้นทุนไว้ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

มีเงิน 100 บาท เริ่มซื้อหุ้นผ่านโบรกเกอร์ไม่มีขั้นต่ำได้ไหม?

เริ่มได้ครับ หากหุ้นตัวนั้นมีราคาต่อหุ้นที่ไม่เกินวงเงิน และซื้อในกระดาน Odd Lot (จำนวนต่ำกว่า 100 หุ้น) หรือซื้อหุ้นในกระดานปกติที่ราคาหุ้นละไม่เกิน 1 บาท (ขั้นต่ำกระดานปกติคือ 100 หุ้น = 100 บาท) โดยจะเสียค่าธรรมเนียมตามสัดส่วนจริงเพียงไม่กี่สตางค์เท่านั้น

บัญชี Cash Balance กับ Cash Account ต่างกันอย่างไรสำหรับโบรกเกอร์ไม่มีขั้นต่ำ?

บัญชี Cash Balance บังคับให้วางเงินสดเต็ม 100% ก่อนส่งคำสั่งซื้อ ซึ่งเป็นประเภทบัญชีหลักที่รองรับนโยบายไม่มีขั้นต่ำ ส่วนบัญชี Cash Account (ชำระเงิน T+2) มักจะยังมีเงื่อนไขขั้นต่ำหรือต้องใช้วงเงินอนุมัติ ดังนั้นมือใหม่ควรเลือกเปิดบัญชี Cash Balance เป็นหลัก

เทรดหุ้นไทย กับเทรด TFEX หรือ Forex เลือกโบรกเกอร์ต่างกันอย่างไร?

หุ้นไทยเน้นโบรกเกอร์ที่รับรองโดย ก.ล.ต. ไทย และไม่มีขั้นต่ำค่าคอมมิชชัน ส่วน TFEX จะมีโครงสร้างค่าธรรมเนียมเป็นสัญญา (per contract) ขณะที่การเทรด Forex หรือ CFD สินทรัพย์ต่างประเทศจะเน้นเรื่อง ค่าสเปรด (Spread) และ Leverage หากคุณต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อมองภาพรวมการเลือกโบรกเกอร์ข้ามสินทรัพย์ทั้ง Forex และ TFEX จะช่วยให้เลือกแพลตฟอร์มได้ตรงกับประเภทสินทรัพย์ครับ

โบรกเกอร์หุ้นที่ไม่คิดขั้นต่ำ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. หรือไม่?

อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างถูกต้องครับ บริษัทหลักทรัพย์ทุกแห่งที่ให้บริการในประเทศไทย ไม่ว่าจะคิดค่าธรรมเนียมรูปแบบใด ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จากกระทรวงการคลัง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงเป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทุกแห่ง

⚠️ หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน

ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ

บทความน่าสนใจ
Adsense
Table of Contents
Top Forex Brokers
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
GO Markets
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5
โบรกเกอร์ IUX
IUX
Rated 5 out of 5
FXGT.com
Rated 3.5 out of 5
EIGHTCAP
Rated 4 out of 5
Advertisement
FBS
Rated 3 out of 5
Pepperstone
Rated 2 out of 5