Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 10 พฤษภาคม 2565

Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 10 พฤษภาคม 2565

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงลงกว่า 600 จุดในวันจันทร์ (9 พ.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ดิ่งหลุดจากระดับ 4,000 จุดเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นเป็นวงกว้าง ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

Dow Jones -1.99%

S&P500 -3.20%

Nasdaq -4.29%

บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงถูกกดดันจากความกังวลที่ว่า เศรษฐกิจอาจเผชิญภาวะถดถอยหากเฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังเผชิญกับหลากหลายปัจจัยลบ ซึ่งรวมถึงอัตราเงินเฟ้อสูง, ผลกระทบของสงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัญหาห่วงโซ่อุปทานที่เป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

นอกจากนี้ ตลาดยังวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจจีนชะลอตัว หลังจากรัฐบาลประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เมืองสำคัญ เพื่อสกัดการระบาดของโควิด-19 โดยล่าสุดทางการจีนเปิดเผยว่า ยอดส่งออกของจีนเพิ่มขึ้นเพียง 3.9% ในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นการขยายตัวในอัตราต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2563 และชะลอตัวลงอย่างมากจากเดือน มี.ค. ที่มีการขยายตัว 14.7%

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง 8.3% หลังจากราคาน้ำมัน WTI ทรุดตัวลงกว่า 6% เมื่อคืนนี้ โดยหุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ ร่วงลง 9.74% หุ้นเอ็กซอน, โมบิล ดิ่งลง 7.92%, หุ้นเชฟรอน ร่วงลง 6.76% เเละหุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ทรุดลง 10.73%

ดัชนีหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ร่วงลง 4.62% โดยหุ้นโจนส์ แลง ลาซาลล์ ร่วงลง 2.88%, หุ้นอเมริกัน เรียลตี้ อินเวสเตอร์ส ทรุดตัวลง 18.51% เเละหุ้นอาร์มาดา ฮอฟเฟอร์ พร็อพเพอร์ตีส์ ร่วงลง 4.72%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ดิ่งลงอย่างหนักหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2561 โดยหุ้นแอปเปิล ร่วงลง 3.32%, หุ้นอัลฟาเบท ร่วงลง 2.8%, หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส ดิ่งลง 3.71%, หุ้นทวิตเตอร์ ร่วงลง 3.69% เเละหุ้นเน็ตฟลิกซ์ ดิ่งลง 4.35%

นักลงทุนจับตาสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในวันพุธนี้ ซึ่งอาจมีผลต่อการตัดสินใจกำหนดนโยบายการเงินของเฟดในการประชุมเดือน มิ.ย.

นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ด้วย ซึ่งรวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือน เม.ย. จากสหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐฯ (NFIB), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน เม.ย. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน พ.ค. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดร่วงลงในวันจันทร์ (9 พ.ค.) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 เดือน นำโดยหุ้นกลุ่มเดินทางและสันทนาการ รวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจีน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นได้กระตุ้นแรงเทขายหุ้น

Stoxx Europe 600 -2.90%

CAC-40 -2.75%

DAX -2.15%

FTSE 100 -2.32%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ร่วง 5% สู่ระดับต่ำสุดของเดือน พ.ย. 2563 เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และยุโรปพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีจากการคาดว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ ร่วงลง 4.4% เนื่องจากสัญญาสินแร่เหล็กของจีนดิ่งลงถึง 7% จากความวิตกเกี่ยวกับอุปสงค์ในจีน หลังการเปิดเผยข้อมูลบ่งชี้ว่า การส่งออกในเดือนเม.ย.ชะลอการขยายตัว โดยเพิ่มขึ้นเป็นเลขหลักเดียว

ดัชนี STOXX 600 ร่วงลงกว่า 5% แล้วในเดือน พ.ค. เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นผลจากการที่จีนล็อกดาวน์เมืองต่าง ๆ เพื่อควบคุมโควิด, การคุมเข้มนโยบายการเงินเชิงรุก และสงครามในยูเครน และดัชนีดิ่งลง 15.6% แล้วหลังแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือน ม.ค.

นอกจากนี้ ตลาดยังถูกกดดันจากการที่ความเชื่อมั่นของนักลงทุนในยูโรโซนร่วงลงในเดือน พ.ค. สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2563 เนื่องจากสงครามในยูเครนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเยอรมนี

บริษัทยุโรปเกือบ 60% รายงานผลประกอบการออกมาแล้ว โดย 72% มีผลกำไรสูงเกินคาด ในส่วนของหุ้นรายตัวร่วงลง รวมถึงหุ้นโพสต์เอ็นแอลของเนเธอร์แลนด์ ซึ่งดิ่งลง 12.9% หลังปรับลดคาดการณ์ผลประกอบการทั้งปี

บรรดานักลงทุนรอการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้

Social Share

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Rcent Post

Recent Post

ลิเทียม

ลิเทียม (Lithium) แร่ที่เปรียบเสมือนทองคำในอุตสาหกรรม EV

ลิเทียม Lithium หรือหลายคนเรียกว่า The New White Gold! หัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต ทำให้ราคาพุ่งขึ้นมากว่า 10 เท่า!

Read More »