วิเคราะห์ แนวโน้มราคาทองคำ ก่อนการ ประชุม FED รอบสุดท้ายของปี 2022

แนวโน้มราคาทองคำ

สืบเนื่องมาจากตั้งแต่ต้นปี ราคาทองคำ ได้ทำ All Time High จากการเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน และเริ่มมีการปรับตัวลงหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งหากนับตั้งแต่เดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ราคาทองคำ ในรูปแบบของดอลลาร์ (Gold Spot) ได้ปรับตัวลงไปแล้วกว่า 20% ในทางกลับกัน หากเทียบ ราคาทองคำ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันในรูปแบบของเงินบาท กลับมีแนวโน้มไปในเชิงบวก เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่ามากที่สุดในรอบหลายปี ทำให้ ณ จุดนี้การลงทุนในทองคำรูปแบบเงินบาทอาจได้เปรียบมากกว่า

วิเคราะห์ แนวโน้มราคาทองคำ

หากมองในมุมมองระยะยาวจะพบว่า แนวโน้มราคาทองคำ เริ่มมีปัจจัยบวกเข้ามาจากการที่ธนาคารกลางแคนาดา (BoC) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่น้อยกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดหวังว่า ธนาคารกลางต่าง ๆ จะเริ่มชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ อีกทั้งยังเป็นสัญญาณว่า FED อาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยสูงที่สุดเป็นรอบสุดท้ายในการ ประชุม FED เดือน พ.ย. ที่กำลังจะถึง และรอบถัดไปอาจมีแนวโน้มในการขึ้นดอกเบี้ยอยู่ที่ 0.5% ในเดือน ธ.ค.

ซึ่งส่งผลดีต่อราคาทองคำในรูปแบบของดอลลาร์โดยตรง เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ย และถือเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่มีคู่แข่งอย่างเดียว คือ เงินดอลลาร์ ทำให้ ณ ตอนนี้ที่ดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงคนจึงหันไปถือเงินดอลลาร์มากกว่า แต่เมื่อเริ่มมีการปรับลดดอกเบี้ยจะทำให้แรงซื้อเข้ามาที่ตลาดทองคำเช่นเดิม และคาดว่า ในปีนี้ราคาทองคำในรูปแบบดอลลาร์จะปิดอยู่ที่ $1,700-$1,750 ในด้านของทองคำในรูปแบบเงินบาท อาจปิดอยู่ที่ราคาไม่เกิน 30,500 บาท เนื่องจากปัจจัยของการอ่อนค่าของค่าเงิน

นอกจากนี้ แนวโน้มราคาทองคำ ยังได้รับปัจจัยบวกจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ดูเหมือนจะไม่จบลงง่าย ๆ และอาจมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งวิกฤตนี้เริ่มกลับมาส่งผลต่อตลาดอีกครั้ง และแน่นอนว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ ราคาทองคำ สูงขึ้นหรืออาจทำ All Time High ใหม่ได้อีกครั้ง

แนวโน้มราคาทองคำ

กลยุทธ์การลงทุนทองคำ

ในตอนนี้จำเป็นต้องรอดู การประชุม FED ที่กำลังจะมาถึงในเดือน พ.ย. ก่อนคิดจะลงทุนระยะยาว สำหรับการลงทุนระยะสั้นแนะนำว่า ทองคำในรูปแบบเงินบาท ราคาที่น่าซื้อจะอยู่ที่ประมาณ 29,000 บาท และสามารถทำกำไรได้ที่ราคา 30,000 บาท ในส่วนของทองคำในรูปแบบดอลลาร์ แนวรับจะอยู่ที่ 1,600-1,620 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,680-1,700


อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ แนวโน้มราคาทองคำ จะมีปัจจัยบวกเข้ามาหลายทาง แต่นักลงทุนยังต้องจับตาดูท่าทีของ FED ในการประชุมใหญ่ที่กำลังจะถึงนี้ และถ้าเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ราคาทองคำ อาจมีการปรับตัวขึ้น โดยนักวิเคราะห์แนะนำว่า ควรปรับสัดส่วนการลงทุนทองคำในพอร์ตอยู่ที่ที่ 10%-15%

Source: ทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter