Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 28 มีนาคม 2565

Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 28 มีนาคม 2565

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันศุกร์ (25 มี.ค.) และดัชนี S&P500 ปิดเพิ่มขึ้นด้วย เนื่องจากหุ้นกลุ่มการเงินปรับตัวขึ้นหลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี

Dow Jones  +0.44%

S&P500 +0.51%

Nasdaq -0.16%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์บวก 0.3%, ดัชนี S&P500 เพิ่มขึ้น 1.8% และดัชนี Nasdaq บวก 2%

หุ้นกลุ่มการเงินบวก 1.3% และหนุนดัชนี S&P500 ขึ้นมากที่สุดในวันศุกร์ ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นเพียง 2 กลุ่มที่ปิดตลาดปรับตัวลงในวันศุกร์ ในส่วนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และหุ้นตัวใหญ่ในกลุ่มเติบโตปรับตัวลง ซึ่งฉุดให้ดัชนี Nasdaq ลดลงอีกด้วย

บรรดานักลงทุนกำลังประเมินแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ว่า เฟดจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในเดือน พ.ค. คาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% จำนวน 4 ครั้งในปีนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งขึ้นในวันศุกร์อยู่ที่ 2.492% ซึ่งระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี ขณะที่ตลาดวิตกเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ระดับสูง และกังวลว่าการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว

หุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 1.5% เนื่องจากนักลงทุนพากันเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัย ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ดำเนินมากว่า 1 เดือนแล้ว อีกทั้งหุ้นกลุ่มพลังงานยังช่วยหนุนตลาดด้วย โดยปิดบวก 2.3% หลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างมาก

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่เปิดเผยในวันศุกร์ ได้แก่ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนซึ่งระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ปรับตัวลงสู่ระดับ 59.4 ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี จากระดับ 62.8 ในเดือน ก.พ. และต่ำกว่าตัวเลขเบื้องต้นที่ระดับ 59.7 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นอาจจะทรงตัวที่ระดับ 62.8 ในเดือน มี.ค. ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น หลังการทะยานขึ้นของราคาน้ำมัน

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ (25 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์สงครามในยูเครน และประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินทั่วโลก

Stoxx Europe 600 +0.11%

CAC-40 -0.03%

DAX +0.22%

FTSE 100 +0.21%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง 0.2% ในสัปดาห์ก่อน ขณะที่ราคาพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์ที่พุ่งขึ้นจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียนั้นทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อและการชะลอตัวของเศรษฐกิจ อีกทั้งนักลงทุนยังคงวิตกเกี่ยวกับการขาดแคลนพลังงาน หลังรัสเซียเตือนว่า ผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียต้องชำระเงินเป็นสกุลรูเบิล

หุ้นกลุ่มพลังงาน วัสดุพื้นฐาน และเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น สวนทางกับหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มปลอดภัยที่ปรับตัวลง สำหรับหุ้นกลุ่มวัสดุพื้นฐานของยุโรปปรับตัวขึ้น 20% แล้วในปีนี้ และดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น 15%

นอกจากนี้ตลาดยังถูกกดดันหลังสถาบันไอโฟเปิดเผยในวันศุกร์ว่า ความเชื่อมั่นทางธุรกิจของเยอรมนีลดลงในเดือน มี.ค. เนื่องจากสถานการณ์ด้านห่วงโซ่อุปทานย่ำแย่ลงซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันในระดับสูง แต่เศรษฐกิจในไตรมาสแรกยังไม่เผชิญกับภาวะถดถอย

ส่วนหุ้นรายตัวที่ปรับตัวขึ้นได้แก่ หุ้นเทเลคอม อิตาเลีย บวก 1.8% หลังแหล่งข่าวเปิดเผยว่า บริษัทซีวีซี แคปิตอล พาร์ตเนอร์ส และนักลงทุนเอกชนเตรียมเข้าลงทุนในธุรกิจบริการของเทเลคอม อิตาเลีย เเละหุ้นเจนเนอราลี่ ปรับตัวขึ้น 1.9% โดยได้แรงหนุนจากแผนการใหม่ของบริษัทที่มุ่งเป้าไปที่การขยายตัวเพิ่มขึ้น

Social Share

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Rcent Post

Recent Post

ลิเทียม

ลิเทียม (Lithium) แร่ที่เปรียบเสมือนทองคำในอุตสาหกรรม EV

ลิเทียม Lithium หรือหลายคนเรียกว่า The New White Gold! หัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต ทำให้ราคาพุ่งขึ้นมากว่า 10 เท่า!

Read More »