
Divergence คือ ความขัดแย้งระหว่างทิศทางของราคาและอินดิเคเตอร์ ซึ่งเทรดเดอร์นิยมใช้เป็นสัญญาณเตือนว่าราคาอาจกำลังสูญเสียโมเมนตัมและมีโอกาสกลับตัว ทั้งในตลาดหุ้นและ Forex ครับ
ในโลกของการเทรดที่คุณต้องเผชิญกับความผันผวนมากมายในตลาดเงินไม่ว่าจะเป็น Forex, Stock หรือสินทรัพย์อื่น ๆ มีคู่แข่งสำคัญ คือ “ตัวคุณเอง” ที่ต้องพัฒนาฝีมือให้เก่งขึ้นทุกวัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้มากที่สุด ดังนั้น การฝึกฝนและศึกษากลยุทธ์การเทรดต่าง ๆ จึงเป็นอาวุธสำคัญที่จะทำให้คุณกลายเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลยุทธ์ขั้นพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้ นั่นคือ การเทรดด้วยสัญญาณ Divergence
ในบทความนี้ ผมจะพาไปดู Divergence Pattern ทั้ง 2 กลุ่มหลัก คือ Regular Divergence และ Hidden Divergence พร้อมวิธีดูสัญญาณด้วย RSI, MACD และ Stochastic แบบเห็นภาพจากกราฟจริงครับ
คำเตือน: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุนหรือคำชี้ชวนให้ซื้อขายสินทรัพย์ใด การเทรด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินมีความเสี่ยงสูง คุณอาจสูญเสียเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมด ตัวอย่างกราฟและผลลัพธ์ในอดีตไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ในอนาคต ควรศึกษาการใช้งานอินดิเคเตอร์ให้เข้าใจและพิจารณาความเสี่ยงอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจทุกครั้งครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
สัญญาณ Divergence และ Convergence คืออะไร?
สัญญาณ Divergence คืออะไร?

Divergence คือ ความขัดแย้งระหว่างทิศทางราคาและอินดิเคเตอร์ โดยเทรดเดอร์นิยมใช้ดูสัญญาณกลับตัวของราคาตามรูปแบบ Divergence ที่เกิดขึ้น
แนวโน้มราคาและอินดิเคเตอร์ไปในทิศทาง “ตรงข้ามกัน”
สัญญาณ Convergence คืออะไร?

Convergence คือ การที่ทิศทางของราคาและอินดิเคเตอร์ไปในทางเดียวกัน โดยเทรดเดอร์นิยมใช้ดูสัญญาณไปต่อ และคอนเฟิร์มแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น ณ ตอนนั้น
แนวโน้มราคาและอินดิเคเตอร์ไปใน “ทางเดียวกัน”
ตารางสรุป Divergence Convergence คืออะไร? ต่างกันยังไง?
ความหมาย | |
Divergence | แนวโน้มราคา “มีทิศทางตรงข้ามกัน” กับอินดิเคเตอร์ ▪ ใช้ดูสัญญาณการกลับตัวของราคา |
Convergence | แนวโน้มราคา “มีทิศทางเดียวกัน” กับอินดิเคเตอร์ ▪ ใช้ดูสัญญาณการไปต่อของราคา ▪ ใช้คอนเฟิร์มแนวโน้ม |
ข้อดีของ Divergence ในการให้สัญญาณเทรด
▪ ใช้ดูสัญญาณที่ราคาอาจกลับตัวหรือไปต่อ (ควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นเพื่อยืนยันสัญญาณ) |
▪ บ่งบอกถึงการสูญเสียโมเมนตัมของราคา |
▪ ใช้ได้ดีในการเทรดระยะสั้น |
▪ ใช้หาจุดเข้า-ออกในการซื้อขาย |
▪ ช่วยเพิ่มน้ำหนักให้สัญญาณ เมื่อเกิดบริเวณแนวรับหรือแนวต้านสำคัญ |
ข้อเสียของ Divergence ในการให้สัญญาณเทรด
▪ เทรดเดอร์จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานในการวิเคราะห์ทาง Technical ระดับหนึ่ง เช่น การดู Price Action และการใช้ Indicator |
▪ ราคาอาจไม่ได้เกิดการกลับตัวเสมอไป |
▪ ราคาอาจไม่ได้มีการกลับตัวทันที |
*หมายเหตุ: เมื่อเกิด Divergence ราคาอาจไม่ได้มีการกลับตัวเสมอไป หรืออาจไม่ได้กลับตัวทันที ดังนั้น ควรดูปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วยก่อนตัดสินใจทำการซื้อขาย เช่น รูปแบบ Price Action ในบริเวณแนวรับ-แนวต้านสำคัญ |
👉 อ่านเพิ่มเติม: Price Action คืออะไร? พร้อมวิธีการใช้งานอย่างละเอียด
👉 อ่านเพิ่มเติม: Price Action 12 แบบ ที่มีโอกาสกลับตัวสูงที่สุด
. . . . . . . . . . . . . . .
สรุป Divergence Pattern คืออะไร และมีกี่รูปแบบ

ภาพด้านบนสรุป Divergence Pattern ทั้ง 4 สัญญาณให้เห็นในภาพเดียว ทั้ง Regular Divergence ที่เตือนว่าราคาอาจกลับตัว และ Hidden Divergence ที่บอกว่าราคาอาจไปต่อตามแนวโน้มเดิมครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
รูปแบบสัญญาณ Divergence มีกี่แบบ?
Divergence Pattern แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ Regular Divergence และ Hidden Divergence ซึ่งแต่ละรูปแบบมีรายละเอียดดังนี้ครับ
รูปแบบ Divergence มีอะไรบ้าง? | |
1. Regular Divergence | ▪ Bullish Divergence ▪ Bearish Divergence สัญญาณ Regular Divergence จะถูกจัดระดับเป็น A, B และ C ซึ่งแสดงถึงโอกาสในการกลับตัว ▪ Class A: ราคาทำ Higher High แต่อินดิเคเตอร์ทำ Lower High (หรือราคาทำ Lower Low แต่อินดิเคเตอร์ทำ Higher Low) ▪ Class B: ราคาทำจุดสูงสุดเท่าเดิม (Double Top) แต่อินดิเคเตอร์ทำ Lower High (หรือราคาทำ Double Bottom แต่อินดิเคเตอร์ทำ Higher Low) ▪ Class C: ราคาทำ Higher High แต่อินดิเคเตอร์ทำจุดสูงสุดเท่าเดิม (หรือราคาทำ Lower Low แต่อินดิเคเตอร์ทำจุดต่ำสุดเท่าเดิม) |
2. Hidden Divergence | ▪ Hidden Bullish Divergence ▪ Hidden Bearish Divergence |
*หมายเหตุ: สัญญาณ Divergence รูปแบบต่าง ๆ เป็นเพียงการให้มุมมอง และเพิ่มความระมัดระวังในการเทรด เนื่องจากมีโอกาสที่ราคาจะเกิดการกลับตัวเพียงเท่านั้น
1. Regular Divergence คืออะไร?
Regular Divergence คือ รูปแบบ Divergence ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดกำลังเป็นเทรนด์ หรือมีทิศทางการวิ่งเป็นแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) หรือแนวโน้มขาลง (Downtrend) ที่ชัดเจน แต่เมื่ออินดิเคเตอร์วิ่งไปในทิศทางตรงกันข้าม หมายความว่า สัญญาณเตือนในการกลับตัวของราคาได้เกิดขึ้นแล้ว โดยแบ่งออกเป็น 2 สัญญาณ ดังนี้
- Bullish Divergence (โอกาสในการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น)
- Bearish Divergence (โอกาสในการกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง)
Bullish Divergence คืออะไร?

Bullish Divergence คือ สัญญาณ Divergence ที่บ่งบอกว่า มีโอกาสที่ราคาจะเกิดการกลับตัวจาก “ขาลง” เป็น “ขาขึ้น”
- กราฟราคาอยู่ในแนวโน้มขาลง
- กราฟราคาทำ Lower Low (Low ต่ำลง)
- อินดิเคเตอร์ทำ Higher Low (Low สูงขึ้น)
Bearish Divergence คืออะไร?

Bearish Divergence คือ สัญญาณ Divergence ที่บ่งบอกว่า มีโอกาสที่ราคาจะเกิดการกลับตัวจาก “ขาขึ้น” เป็น “ขาลง”
- กราฟราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น
- กราฟราคาทำ Higher High (High สูงขึ้น)
- อินดิเคเตอร์ทำ Lower High (High ต่ำลง)
2. Hidden Divergence คืออะไร?
Hidden Divergence คือ รูปแบบ Divergence ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาย่อตัวหรือพักตัวระหว่างเทรนด์เดิม (Pullback) เช่น ในเทรนด์ขาขึ้นที่ราคาย่อลงมาแต่ยังทำ Higher Low ขณะที่อินดิเคเตอร์ทำ Lower Low ความขัดแย้งลักษณะนี้บอกว่าแรงของเทรนด์เดิมอาจยังไม่หมด และราคามีโอกาสไปต่อในทิศทางเดิม โดยแบ่งออกเป็น 2 สัญญาณ ดังนี้ครับ
- Hidden Bullish Divergence (โอกาสที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น)
- Hidden Bearish Divergence (โอกาสที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาลง)
Hidden Bullish Divergence คืออะไร?

Hidden Bullish Divergence คือ สัญญาณ Divergence ที่บ่งบอกว่า มีโอกาสที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น
- กราฟราคาทำ Higher Low (Low สูงขึ้น)
- อินดิเคเตอร์ทำ Lower Low (Low ต่ำลง)
Hidden Bearish Divergence คืออะไร?

Hidden Bearish Divergence คือ สัญญาณ Divergence ที่บ่งบอกว่า มีโอกาสที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาลง
- กราฟราคาทำ Lower High (High ต่ำลง)
- อินดิเคเตอร์ทำ Higher High (High สูงขึ้น)
. . . . . . . . . . . . . . .
Divergence Indicator คืออะไร?

Divergence Indicator คือ อินดิเคเตอร์ที่ช่วยให้มองเห็นการเกิด Divergence รูปแบบต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นที่นิยมทั้งในการเทรดForex และหุ้น
Divergence Indicator มีอะไรบ้าง?
Divergence Indicator ที่เทรดเดอร์นิยมใช้มักอยู่ในกลุ่ม Oscillators โดยในบทความนี้ผมจะยกตัวอย่าง 3 ตัวที่ใช้กันแพร่หลาย ดังนี้ครับ

- RSI Divergence
- MACD Divergence
- Stochastic Divergence
⚠ ระวัง! การใช้ Divergence Indicator เพียงตัวเดียวในการหาสัญญาณเทรด หรือคอนเฟิร์มแนวโน้ม “ไม่ใช่เรื่องที่ดี” เนื่องจากอินดิเคเตอร์แต่ละตัวมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้น ควรใช้อินดิเคเตอร์ 2 ตัวขึ้นไปในการยืนยันสัญญาณ เพื่อลดความเสี่ยงจากสัญญาณหลอก ซึ่งอาจทำให้คุณเปิดออเดอร์ผิดทางและขาดทุนได้ครับ
1. RSI Divergence คืออะไร?

RSI Divergence คือ สัญญาณ Divergence ที่ดูจากอินดิเคเตอร์ RSI (Relative Strength Index) ซึ่งเป็นอินดิเคเตอร์วัดความแรงของการเปลี่ยนแปลงราคา (Momentum) ครับ
*หมายเหตุ: RSI Divergence สามารถนำไปใช้กับการเทรดทองคำ (XAU/USD) ได้เช่นกัน แต่ควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นเพื่อยืนยันสัญญาณครับ
2. MACD Divergence คืออะไร?

MACD Divergence คือ สัญญาณ Divergence ที่ดูจากเส้น MACD หรือ Histogram ซึ่งมักให้สัญญาณที่ชัดเจนกว่าในช่วงที่ตลาดเป็นเทรนด์ และเหมาะกับการเทรดรายวันครับ*หมายเหตุ: มีโอกาสพบสัญญาณหลอกสูงใน Timeframe (TF) ต่ำกว่า 1 ชม.
3. Stochastic Divergence คืออะไร?

Stochastic Divergence คือ สัญญาณ Divergence ที่ดูจากอินดิเคเตอร์ Stochastic Oscillator ซึ่งตอบสนองต่อราคาเร็วกว่า RSI ทำให้ได้เปรียบเรื่องจังหวะเข้าเทรด แต่ก็เจอสัญญาณหลอกได้บ่อยกว่าเช่นกัน จึงเหมาะกับการเทรดระยะสั้นเป็นหลักครับ
*หมายเหตุ: ควรใช้อินดิเคเตอร์ตัวอื่นร่วมด้วย เพื่อยืนยันสัญญาณให้ชัดเจนขึ้น
. . . . . . . . . . . . . . .
ก่อนจะไปถึงหัวข้อวิธีการใช้งาน Divergence Indicator โดยละเอียด คุณควรเรียนรู้วิธีการเพิ่ม Indicator ในโปรแกรมเทรดเสียก่อน เพื่อจะได้ทำความเข้าใจในตัวอย่างการใช้งาน และเห็นภาพมากขึ้นครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
วิธีการเพิ่ม Divergence Indicator ใน MT5
ก่อนที่คุณจะทำการ Log In ในโปรแกรมเทรดไม่ว่าจะเป็น MT4 หรือ MT5 คุณจำเป็นต้องเปิดบัญชีและยืนยันตัวตนกับโบรกเกอร์ที่คุณเลือกก่อนนะครับ โดยควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าโบรกเกอร์ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ และแนะนำให้ฝึกดูสัญญาณ Divergence กับบัญชี Demo ก่อนใช้เงินจริงครับ
*หมายเหตุ: ผมจะขอยกตัวอย่างการเพิ่ม Divergence Indicator ใน MT5 เนื่องจากเป็นโปรแกรมเทรดใหม่ล่าสุด และมีฟังก์ชันที่ครบครัน
ขั้นตอนที่ 1 Log In เข้าสู่ระบบใน MT5

ขั้นตอนที่ 2 เลือก Divergence Indicator
- คลิกที่ “Insert”
- เลื่อนเมาส์ไปที่ “Indicators”
- เลื่อนเมาส์ไปที่ “Oscillators” ซึ่งเป็นประเภทของอินดิเคเตอร์ที่ใช้ดู Divergence ได้
- จากนั้นเลือกอินดิเคเตอร์ที่คุณต้องการใช้ โดยในที่นี้ผมจะเลือก Relative Strength Index (RSI)

ขั้นตอนที่ 3 ตั้งค่า Indicator ให้เหมาะกับคุณ
โดยส่วนใหญ่เทรดเดอร์จะนิยมใช้ค่ามาตรฐานที่ถูกตั้งไว้ในโปรแกรม แต่หากคุณต้องการปรับให้เข้ากับกลยุทธ์การเทรดก็สามารถทำได้ จากนั้นกด “ตกลง”

. . . . . . . . . . . . . . .
ในหัวข้อต่อไป ผมจะอธิบายถึงเทคนิคการใช้ Divergence โดยละเอียด รวมถึง Divergence ดูยังไง พร้อมภาพประกอบจากกราฟจริง เพื่อให้คุณเห็นภาพมากขึ้น และสามารถนำไปต่อยอดกับกลยุทธ์การเทรดของตนเองได้ครับ
. . . . . . . . . . . . . . .
เทคนิคการเทรดด้วยกราฟ Divergence Indicator Forex
Divergence pattern คือ รูปแบบการขัดกันระหว่างทิศทางราคาและอินดิเคเตอร์เชิงโมเมนตัม ซึ่งใช้เป็นสัญญาณเตือนการกลับตัวหรือการพักตัวเพื่อไปต่อในตลาด Forex และหุ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อช่วยให้เทรดเดอร์วิเคราะห์โครงสร้างของ Divergence pattern ได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของแต่ละรูปแบบตามตารางสรุปด้านล่างนี้:
| รูปแบบ Divergence Pattern | ทิศทางกราฟราคา | ทิศทาง Indicator | สภาพตลาด / โซนที่เกิด | สัญญาณเทรดที่ได้ |
| Bullish Divergence | ทำ Lower Low (จุดต่ำสุดต่ำลง) | ทำ Higher Low (จุดต่ำสุดสูงขึ้น) | ขาลง / Oversold (< 30 หรือ < 20) | มองหาจุดเปิดออเดอร์ Buy (ลุ้นกลับตัวเป็นขาขึ้น) |
| Bearish Divergence | ทำ Higher High (จุดสูงสุดสูงขึ้น) | ทำ Lower High (จุดสูงสุดต่ำลง) | ขาขึ้น / Overbought (> 70 หรือ > 80) | มองหาจุดเปิดออเดอร์ Sell (ลุ้นกลับตัวเป็นขาลง) |
| Hidden Bullish Divergence | ทำ Higher Low (จุดต่ำสุดสูงขึ้น) | ทำ Lower Low (จุดต่ำสุดต่ำลง) | ขาขึ้น (ช่วงราคาย่อตัว) | มองหาจุดเปิดออเดอร์ Buy (ลุ้นไปต่อตามเทรนด์ขาขึ้นเดิม) |
| Hidden Bearish Divergence | ทำ Lower High (จุดสูงสุดต่ำลง) | ทำ Higher High (จุดสูงสุดสูงขึ้น) | ขาลง (ช่วงราคาเด้งขึ้น) | มองหาจุดเปิดออเดอร์ Sell (ลุ้นไปต่อตามเทรนด์ขาลงเดิม) |
*หมายเหตุ: สัญญาณ Regular Divergence มักมีน้ำหนักมากขึ้นเมื่อเกิดบริเวณ Overbought และ Oversold หากเกิดในบริเวณอื่นอาจเป็นสัญญาณหลอกได้ จึงควรใช้อินดิเคเตอร์หรือเทคนิคอื่นยืนยันร่วมด้วยครับ
การใช้ RSI Divergence Indicator ดูยังไง?

การใช้ RSI Divergence Indicator ผมจะยกตัวอย่างกราฟทั้งหมด 4 รูปแบบ ดังนี้
- Bullish Divergence RSI
- Bearish Divergence RSI
- Hidden Bullish Divergence RSI
- Hidden Bearish Divergence RSI
การดูสัญญาณ Divergence RSI Indicator
RSI Divergence | สัญญาณ | ความหมาย |
Bullish Divergence RSI | ▪ ราคาอยู่ในแนวโน้มขาลง | ▪ ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาขึ้น (ควรรอสัญญาณยืนยันก่อน) ▪ เปิดออเดอร์ Buy ได้เปรียบมากกว่า |
Bearish Divergence RSI | ▪ ราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น | ▪ ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาลง (ควรรอสัญญาณยืนยันก่อน) ▪ เปิดออเดอร์ Sell ได้เปรียบมากกว่า |
หมายเหตุ: สำหรับ Regular Divergence สัญญาณที่เกิดในโซน RSI ต่ำกว่า 30 หรือสูงกว่า 70 มักมีน้ำหนักมากกว่า ส่วน Hidden Divergence ไม่จำเป็นต้องเกิดในโซนดังกล่าว ทั้งสองแบบควรใช้อินดิเคเตอร์หรือเทคนิคอื่นยืนยันร่วมด้วยครับ
1. รูปแบบกราฟ Bullish Divergence RSI ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex:
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาลง และทำ Lower Low แต่เส้น RSI มีการปรับตัวขึ้น และทำ Higher Low ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณรูปแบบ Bullish Divergence อีกทั้ง เส้น RSI ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 30 (สัญญาณ Oversold) หมายความว่า ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาขึ้น (ควรรอสัญญาณยืนยันจาก Price Action ก่อน) ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Buy จึงได้เปรียบมากกว่า
2. รูปแบบกราฟ Bearish Divergence RSI ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex:
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และทำ Higher High แต่เส้น RSI มีการปรับตัวลง และทำ Lower High ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณรูปแบบ Bearish Divergence อีกทั้ง เส้น RSI ยังอยู่ในระดับสูงกว่า 70 (สัญญาณ Overbought) หมายความว่า ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาลง (ควรรอสัญญาณยืนยันจาก Price Action ก่อน) ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Sell จึงได้เปรียบมากกว่า
3. รูปแบบกราฟ Hidden Bullish Divergence RSI ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex:
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและย่อตัวลงมาทำ Higher Low แต่เส้น RSI มีการปรับตัวลง และทำ Lower Low ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณรูปแบบ Hidden Bullish Divergence แสดงถึง สัญญาณที่ราคาอาจไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Buy จึงได้เปรียบมากกว่า (Hidden Divergence ไม่จำเป็นต้องเกิดในโซน Oversold แต่ควรรอสัญญาณยืนยันว่าการย่อตัวจบแล้วก่อนเข้าเทรดครับ)
4. รูปแบบกราฟ Hidden Bearish Divergence RSI ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex:
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคาอยู่ในแนวโน้มขาลงและเด้งขึ้นมาทำ Lower High แต่เส้น RSI มีการปรับตัวขึ้น และทำ Higher High ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณรูปแบบ Hidden Bearish Divergence แสดงถึง สัญญาณที่ราคาอาจไปต่อในแนวโน้มขาลง ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Sell จึงได้เปรียบมากกว่า (Hidden Divergence ไม่จำเป็นต้องเกิดในโซน Overbought แต่ควรรอสัญญาณยืนยันว่าการเด้งขึ้นจบแล้วก่อนเข้าเทรดครับ)
(Hidden Divergence ไม่จำเป็นต้องเกิดในโซน Overbought แต่ควรรอสัญญาณยืนยันว่าการเด้งขึ้นจบแล้วก่อนเข้าเทรดครับ)
การใช้ MACD Divergence Indicator ดูยังไง?

การใช้ MACD Divergence Indicator ผมจะยกตัวอย่างกราฟทั้งหมด 4 รูปแบบ ดังนี้
- Bullish Divergence MACD
- Bearish Divergence MACD
- Hidden Bullish Divergence MACD
- Hidden Bearish Divergence MACD
การดูสัญญาณ Divergence MACD Indicator
MACD Divergence | สัญญาณ | ความหมาย |
Bullish Divergence MACD | ▪ ราคาอยู่ในแนวโน้มขาลง | ▪ ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาขึ้น (ควรรอสัญญาณยืนยันก่อน) ▪ เปิดออเดอร์ Buy ได้เปรียบมากกว่า |
Bearish Divergence MACD | ▪ ราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น | ▪ ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาลง (ควรรอสัญญาณยืนยันก่อน) ▪ เปิดออเดอร์ Sell ได้เปรียบมากกว่า |
*หมายเหตุ: เนื่องจาก Divergence MACD จะใช้ได้ดีในช่วงที่ตลาดกำลังเป็นเทรนด์เท่านั้น และ MACD ไม่ได้บอกถึงภาวะ Overbought และ Oversold ดังนั้น ควรใช้อินดิเคเตอร์ตัวอื่น หรือเทคนิคอื่น ๆ ร่วมด้วยในการวิเคราะห์กราฟ เพื่อการคาดการณ์แนวโน้มที่แม่นยำมากขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงในการพบเจอกับสัญญาณหลอก
1. รูปแบบกราฟ Bullish Divergence MACD ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex:
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาลง และทำ Lower Low แต่ MACD มีการปรับตัวขึ้น และทำ Higher Low ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณรูปแบบ Bullish Divergence แสดงถึง สัญญาณในการกลับตัวเป็นขาขึ้น ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Buy จึงได้เปรียบมากกว่า
2. รูปแบบกราฟ Bearish Divergence MACD ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex:
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และทำ Higher High แต่ MACD มีการปรับตัวลง และทำ Lower High ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณรูปแบบ Bearish Divergence แสดงถึง สัญญาณในการกลับตัวเป็นขาลง ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Sell จึงได้เปรียบมากกว่า
3. รูปแบบกราฟ Hidden Bullish Divergence MACD ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex:
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและย่อตัวลงมาทำ Higher Low แต่ MACD มีการปรับตัวลง และทำ Lower Low ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณรูปแบบ Hidden Bullish Divergence แสดงถึง สัญญาณที่ราคาอาจไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Buy จึงได้เปรียบมากกว่า
4. รูปแบบกราฟ Hidden Bearish Divergence MACD ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex:
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคามีการปรับตัวลง และทำ Lower High แต่ MACD มีการปรับตัวขึ้น และทำ Higher High ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณรูปแบบ Hidden Bearish Divergence แสดงถึง สัญญาณที่ราคาอาจไปต่อในแนวโน้มขาลง ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Sell จึงได้เปรียบมากกว่า
การใช้ Stochastic Divergence Indicator ดูยังไง?

การใช้ Stochastic Divergence Indicator ผมจะยกตัวอย่างกราฟทั้งหมด 4 รูปแบบ ดังนี้
- Bullish Divergence Stochastic
- Bearish Divergence Stochastic
- Hidden Bullish Divergence Stochastic
- Hidden Bearish Divergence Stochastic
การดูสัญญาณ Divergence Stochastic Indicator
Stochastic Divergence | สัญญาณ | ความหมาย |
Bullish Divergence Stochastic | ▪ ราคาอยู่ในแนวโน้มขาลง | ▪ ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาขึ้น (ควรรอสัญญาณยืนยันก่อน) ▪ เปิดออเดอร์ Buy ได้เปรียบมากกว่า |
Bearish Divergence Stochastic | ▪ ราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น | ▪ ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาลง (ควรรอสัญญาณยืนยันก่อน) ▪ เปิดออเดอร์ Sell ได้เปรียบมากกว่า |
*หมายเหตุ: เนื่องจาก Stochastic เป็นอินดิเคเตอร์ที่ให้สัญญาณค่อนข้างเร็ว จึงทำให้อาจพบสัญญาณหลอกได้ง่าย ดังนั้น ควรใช้อินดิเคเตอร์ตัวอื่น หรือเทคนิคอื่น ๆ ร่วมด้วยในการวิเคราะห์กราฟ นอกจากนี้ สัญญาณ Divergence จะมีโอกาสกลับตัวหรือไปต่อสูงที่สุด เมื่อเกิดอยู่บริเวณ Overbought และ Oversold เท่านั้น
1. รูปแบบกราฟ Bullish Divergence Stochastic ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาลง และทำ Lower Low แต่ Stoch มีการปรับตัวขึ้น และทำ Higher Low ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณ Divergence รูปแบบ Bullish อีกทั้ง Stoch ยังอยู่ระดับต่ำกว่า 20 (สัญญาณ Oversold) หมายความว่า ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาขึ้น (ควรรอสัญญาณยืนยันจาก Price Action ก่อน) ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Buy จึงได้เปรียบมากกว่า
2. รูปแบบกราฟ Bearish Divergence Stochastic ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคากำลังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น และทำ Higher High แต่ Stoch มีการปรับตัวลง และทำ Lower High ซึ่งความขัดแย้งในลักษณะนี้ คือ การเกิดสัญญาณ Divergence รูปแบบ Bearish อีกทั้ง Stoch ยังอยู่ระดับสูงกว่า 80 (สัญญาณ Overbought) หมายความว่า ราคามีแนวโน้มที่อาจกลับตัวเป็นขาลง (ควรรอสัญญาณยืนยันจาก Price Action ก่อน) ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Sell จึงได้เปรียบมากกว่า
3. รูปแบบกราฟ Hidden Bullish Divergence Stochastic ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและย่อตัวลงมาทำ Higher Low แต่ Stoch มีการปรับตัวลงและทำ Lower Low อีกทั้ง Stoch ยังอยู่ระดับต่ำกว่า 20 (สัญญาณ Oversold) ซึ่งสัญญาณเหล่านี้ คือ การเกิด Bullish Hidden Divergence แสดงถึง สัญญาณที่ราคาอาจไปต่อในแนวโน้มขาขึ้นน ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Buy จึงได้เปรียบมากกว่า
4. รูปแบบกราฟ Hidden Bearish Divergence Stochastic ดูยังไง?

เทคนิคการเทรดด้วย Divergence Forex
จากกราฟตัวอย่างจะเห็นว่า ราคามีการปรับตัวลงและทำ Lower High แต่ Stoch มีการปรับตัวขึ้นและทำ Higher High อีกทั้ง Stoch ยังอยู่ระดับสูงกว่าระดับ 80 (สัญญาณ Overbought) ซึ่งสัญญาณเหล่านี้ คือ การเกิด Bearish Hidden Divergence แสดงถึง สัญญาณที่ราคาอาจไปต่อในแนวโน้มขาลง ดังนั้น การเปิดออเดอร์ Sell จึงได้เปรียบมากกว่า
. . . . . . . . . . . . . . .
เคล็ดไม่ลับ! เทคนิคการหาจุดเข้าซื้อขายในภาพรวม
| สัญญาณ Divergence Pattern | ข้อได้เปรียบในการเปิดออเดอร์ | กลยุทธ์การหาจุดเข้าซื้อขาย |
| Hidden / Bullish Divergence | การเปิดออเดอร์ Buy ได้เปรียบมากกว่า | แบ่ง Lot วางคำสั่งตามแนวรับ และวาง Stop Loss ใต้จุด Low ล่าสุด |
| Hidden / Bearish Divergence | การเปิดออเดอร์ Sell ได้เปรียบมากกว่า | แบ่ง Lot วางคำสั่งตามแนวต้าน และวาง Stop Loss เหนือจุด High ล่าสุด |
การบริหารความเสี่ยง: ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้ง ควรคำนวณขนาด Lot จากระยะ Stop Loss และจำนวนเงินที่คุณยอมรับการขาดทุนได้ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง โดยควรจำกัดไว้เป็นสัดส่วนเล็ก ๆ ของเงินทุนทั้งหมด นอกจากนี้ การเทรด Forex มักใช้ Leverage ซึ่งขยายทั้งกำไรและขาดทุน หากใช้ Leverage สูงเกินไป อาจขาดทุนเร็วกว่าที่คาดหรือถูก Margin Call / Stop Out ได้ครับ
ข้อควรระวังสำคัญ: การเทรดด้วย Divergence pattern เป็นเพียงเครื่องมือระบุการสูญเสียโมเมนตัมเท่านั้น ไม่ใช่การยืนยันการกลับตัว 100% ควรกำหนดจุด Stop Loss ทุกครั้ง และรอการยืนยันร่วมกับ Price Action หรือระดับแนวรับ-แนวต้านสำคัญเสมอ
False Divergence หรือสัญญาณหลอกจาก Divergence คืออะไร?
False Divergence คือ กราฟที่เกิดสัญญาณ Divergence แต่ราคาไม่ได้มีการไปต่อหรือกลับตัวตามแนวโน้มที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น เทรดเดอร์ควรตั้ง TP และ SL ทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์ดังกล่าวมีด้วยกันหลายประการ ดังนี้
- ตลาดอยู่ในเทรนด์ที่แข็งแรงมาก → ถึง Indicator (เช่น RSI) จะบอกว่าอยู่ในสภาวะ Overbought/Oversold แต่ถ้าเทรนด์ยังแรงจริง ๆ ราคาอาจพุ่งไปต่อได้
- ใช้ Time Frame ที่สั้นเกินไป → มักมีสัญญาณหลอก หรือ Noise เกิดขึ้นได้ง่าย ทำให้ดูเหมือนเป็นสัญญาณ Divergence ที่แข็งแกร่ง แต่จริง ๆ แล้วอาจจะไม่ใช่
- เลือก Indicator ไม่เหมาะสม → เช่น ใช้ RSI เพียงตัวเดียว โดยไม่ดู Volume หรือเทรนด์ของราคา
- ไม่ยืนยันสัญญาณด้วย Price Action → ดูแค่ Indicator แต่ไม่ได้เทียบกับแนวรับ–แนวต้าน หรือรูปแบบแท่งเทียน
*หมายเหตุ: ในแต่ละ Divergence Indicator จะมีวิธีการดูสัญญาณที่แตกต่างกันออกไป
. . . . . . . . . . . . . . .
📢 Traderbobo แนะนำ
ผมรวบรวมเทคนิคอลที่ใช้บ่อยในการเทรด Forex ไว้ในบทความด้านล่างนี้ครับ 👇🧐
สรุป Divergence Pattern คืออะไร และมีกี่รูปแบบ
Divergence Pattern คือ ความขัดแย้งระหว่างทิศทางราคาและอินดิเคเตอร์ โดยนิยมใช้ดูสัญญาณกลับตัวของราคา ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Regular Divergence และ Hidden Divergence ครับRegular Divergence สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สัญญาณ ดังนี้
- Bullish Divergence (โอกาสในการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ้น)
- Bearish Divergence (โอกาสในการกลับตัวจากขาขึ้นเป็นขาลง)
Hidden Divergence สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 สัญญาณ ดังนี้
- Hidden Bullish Divergence (โอกาสที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาขึ้น)
- Hidden Bearish Divergence (โอกาสที่ราคาจะไปต่อในแนวโน้มขาลง)
โดยการหา Divergence จะใช้อินดิเคเตอร์ประเภท Oscillator ซึ่งตัวที่เทรดเดอร์นิยมใช้ ได้แก่ RSI, MACD และ Stochastic ทั้งนี้ ควรใช้อินดิเคเตอร์ 2 ตัวขึ้นไปร่วมกัน เพื่อช่วยลดโอกาสเจอสัญญาณหลอกครับ
นอกจากนี้ สัญญาณ Divergence เป็นเพียงการให้มุมมอง และเพิ่มความระมัดระวังในการเทรด เนื่องจากมีโอกาสที่ราคาจะเกิดการกลับตัว ทำให้เทรดเดอร์จำเป็นต้องดูรูปแบบกราฟ (Price Action) ในโซนแนวรับ-แนวต้านควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Divergence รูปแบบสัญญาณเทรด
Divergence Forex คืออะไร?
Divergence Forex คือ การใช้สัญญาณ Divergence เป็นเครื่องมือประกอบการวิเคราะห์ในการเทรด Forex เพื่อประเมินว่าแนวโน้มราคาอาจกำลังอ่อนแรงหรือมีโอกาสเปลี่ยนทิศทางครับ
Convergence Divergence คืออะไร ต่างกันยังไง?
- Convergence คือ การที่แนวโน้มราคาและอินดิเคเตอร์เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน
- Divergence คือ การที่แนวโน้มราคาและอินดิเคเตอร์เคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงข้ามกัน
Divergence หุ้น คืออะไร?
Divergence หุ้น คือ กลยุทธ์การซื้อขายที่ Divergence เป็นตัวบ่งชี้สำคัญในการเทรดหุ้น เพื่อประเมินว่าแนวโน้มราคาอาจกำลังอ่อนแรงหรือมีโอกาสเปลี่ยนทิศทางครับ
Divergence Pattern คืออะไร?
Divergence Pattern คือ รูปแบบโครงสร้างความขัดแย้งระหว่างทิศทางการเคลื่อนที่ของราคาและอินดิเคเตอร์เชิงโมเมนตัม (เช่น RSI, MACD หรือ Stochastic) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่ Regular Divergence (ส่งสัญญาณการกลับตัวของราคา) และ Hidden Divergence (ส่งสัญญาณการพักตัวเพื่อไปต่อตามแนวโน้มเดิม)
Divergence แปลว่าอะไร?
Divergence แปลว่า การแยกออกจากกันหรือการเบี่ยงเบน ในการเทรดหมายถึงสถานการณ์ที่ราคาและอินดิเคเตอร์เคลื่อนที่ไม่สอดคล้องกัน เช่น ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ แต่อินดิเคเตอร์ไม่ทำตามครับ
Bullish คืออะไร?
Bullish คือ ตลาดที่อยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
Bearish คืออะไร?
Bearish คือ ตลาดที่อยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend)
Bullish Divergence แปลว่าอะไร?
Bullish Divergence คือ สัญญาณ Divergence ที่บ่งบอกว่า มีโอกาสที่ราคาจะเกิดการกลับตัวจาก “ขาลง” เป็น “ขาขึ้น”
Bearish Divergence แปลว่าอะไร?
Bearish Divergence คือ สัญญาณ Divergence ที่บ่งบอกว่า มีโอกาสที่ราคาจะเกิดการกลับตัวจาก “ขาขึ้น” เป็น “ขาลง”
Divergence บอกอะไรได้บ้าง?
- สัญญาณกลับตัวของราคา
- การสูญเสียโมเมนตัมของราคา
- หาจุดเข้า-ออกในการซื้อขาย
- ช่วยยืนยันจังหวะเมื่อราคาเข้าใกล้แนวรับหรือแนวต้านสำคัญ
บทความนี้มีการใช้เครื่องมือ AI ช่วยในการเรียบเรียงเนื้อหาบางส่วน และผ่านการตรวจทานความถูกต้องโดยทีมงาน Traderbobo ก่อนเผยแพร่ครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











