Wear to Earn NFTs คืออะไร ?

Wear to Earn

Wear to Earn เป็นคำเรียกในสำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่น โดยจะมีลักษณะเหมือน “Play-to-Earn” ในอุตสาหกรรมเกม เนื่องจากกระแส Metaverse ที่กำลังมาแรง ทำให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเกม กีฬา หรือดนตรี ต้องมีการปรับตัวให้ทันกระแสมากยิ่งขึ้น เช่น ในวงการเกมมีสิ่งที่เรียกว่า Play-to-Earn (P2E) ที่ผู้เล่นเกมและจะได้รับรางวัลเป็นเหรียญคริปโตฯ จากนั้นสามารถขายออกมาเป็นเงินจริงได้ สำหรับอุตสาหกรรมแฟชั่นที่เราจะพูดถึงนี้ เรียกว่า Wear-to-Earn (W2E)

Wear to Earn มิติใหม่แห่งการสวมใส่

NFT ขยับเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น ในขณะที่โลกปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปเป็นโลกดิจิทัลมากขึ้น ต่อไปในอนาคตเราอาจได้เห็นการสวมใส่เสื้อผ้าที่สร้างรายได้ หรือการออกแบบแฟชั่นจากอุปกรณ์เสมือนจริง (AR) โดยล่าสุดมีแบรนด์แฟชั่นมากมายที่เริ่มเข้าสู่วงการ NFT แล้ว ไม่ว่าจะเป็น Dolce & Gabbana (D&G), Gap, Burberry, Balenciaga และ Louis Vuitton

Wear to Earn
Source: Vogue Singapore

NFT แฟชั่นดิจิทัล คือ เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องประดับต่าง ๆ ที่สวมใส่ในโลกเสมือนหรือในเกม ซึ่งปัจจุบันถูกซื้อเพื่อการเก็งกำไรและลงทุนในตัวละครที่อยู่ในเกมบล็อกเชน โทเค็น NFT เหล่านี้ทำหน้าที่เสมือนใบรับรองว่าผลิตภัณฑ์เป็นของแท้ บางแบรนด์อาจมอบ NFT ให้แก่ลูกค้าเป็นของขวัญ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อลูกค้า

นอกจากนี้เสื้อผ้าเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาในระยะเวลาอันสั้น ทำให้ต้องใช้ทรัพยากรในการผลิตจำนวนมาก แต่ในอนาคตเมื่อธุรกิจเข้าสู่แฟชั่นดิจิทัลหรือโลก Metaverse แล้ว เราสามารถลองสวมใส่เสื้อผ้าจำลองบนหน้าจอได้ราวกับสวมใส่จริง ซึ่งจะช่วยลดการใช้ทรัพยากร และการปล่อยก๊าซ CO2 ได้มากถึง 97% เมื่อเทียบกับเสื้อผ้าแบบปกติที่เราสวมใส่กัน

มูลค่าของ Wear to Earn

ปีที่แล้วคอลเล็กชันแฟชั่น NFT ของ Dolce & Gabbana ถูกประมูลไปกว่า 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ บนแพลตฟอร์ม UNXD และกลายเป็นซีรีส์ NFT แฟชั่นที่แพงที่สุดที่ถูกขายไป ผู้ที่สนใจสามารถซื้อเสื้อผ้า และเครื่องประดับแบรนด์นี้ได้ ซึ่งรองเท้าคู่หนึ่งจะอยู่ที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐฯ และเสื้อผ้าส่วนใหญ่ราคาอยู่ที่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ


อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการใช้งาน NFT แฟชั่นยังมีผู้สนใจแบบเฉพาะกลุ่มเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ NFT การแต่งตัวในเกมบล็อกเชน ซึ่งในอนาคตถ้าอยากให้ที่ NFT แฟชั่นประสบความสำเร็จได้ คงต้องพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้น

Source: Thestandard, Finxpd และ Cointelegraph

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter