Metaverse กับความลับที่ยังไม่มีใครรู้

Metaverse

Metaverse กลับมาเป็นกระแสนิยมอีกครั้ง หลัง Mark Zuckerburg ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อ Facebook เป็น Meta เพื่อที่จะมุ่งธุรกิจไปในด้านนี้โดยตรง ซึ่งมีกระแสตอบรับทั้งในด้านบวกและลบ แต่ที่แน่ ๆ ข่าวนี้ส่งผลให้ราคาที่ดินใน Metaverse พุ่งสูงขึ้นอีกครั้ง โดยบทความนี้จะไขความลับเกี่ยวกับ Metaverse ที่หลายคนคงยังไม่ได้สังเกต เพื่อประกอบการวางแผนการลงทุน

Metaverse คืออะไร?

Metaverse เป็นโลกเสมือนบนเทคโนโลยี Blockchain ที่สามารถสร้างระบบเศรษฐกิจได้เหมือนโลกความเป็นจริง โดยสร้างเหรียญคริปโตฯ ขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นสื่อกลางการใช้จ่ายในโลกเสมือนนั้น ๆ ส่วนของใช้หรือสินค้าต่าง ๆ จะถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบ Non-Fungible Token (NFT) ที่ไม่สามารถทำซ้ำ หรือคัดลอกได้ จึงสามารถแสดงความเป็นเจ้าของได้

รู้หรือไม่? สกุลเงินของเหรียญคริปโตที่ใช้ใน Metaverse แต่ละแห่งมีผลต่อราคา

ปัจจุบัน มีการสร้างโลกเมตาเวิร์สขึ้นมาหลายแห่ง ซึ่งเมืองที่เปิดให้เข้าได้แล้ว และเป็นที่นิยม คือ The Sandbox และ Decentraland ส่วนของคนไทยก็กำลังสร้างโลก Metaverse ขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเมตาเวิร์ส ไทยแลนด์ เวลาเวิร์ส, T-Verse, Jakaverse, Translucia เป็นต้น

บนโลกเมตาเวิร์สจะมีการซื้อที่ดิน (Virtual Land) ซึ่งทำให้ผู้ซื้อได้สิทธิในการเปิดร้านในเมตาเวิร์ส โดยสินค้าที่ขายจะอยู่ในรูปแบบของ NFT, การสร้างเกมให้คนเข้ามาเล่น หรือการจัดกิจกรรม PR ต่าง ๆ นอกจากนี้ อาจซื้อไว้เพื่อเก็งกำไร และขายต่อเมื่อราคาที่ดินสูงขึ้น

จากสถิติล่าสุด ช่วงเดือน เม.ย. 2565 พบว่า The Sandbox มีผู้ซื้อที่ดินในราคาสูงถึง 4.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 140 ล้านบาท และ Decentraland ราคา 3.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 115 ล้านบาท ซึ่งระยะเวลา 3 ปี ที่ผ่านมา ราคาที่ดินเพิ่มสูงกว่า 300 เท่า อีกทั้ง การซื้อขายที่ดินใน The Sandbox โดยใช้เหรียญ SAND จะมีราคาสูงกว่าที่ดินที่ถูกซื้อขายโดยใช้เหรียญ ETH จึงเป็นที่น่าสนใจว่า สกุลเหรียญที่เลือกใช้ชำระนั้น อาจมีความสัมพันธ์กับราคาซื้อขายที่ดินในโลกเมตาเวิร์ส

จากข้อมูล Land Price Index พบว่า การซื้อที่ดินในเมตาเวิร์ส เพื่อมาขายต่อในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้ผลตอบแทนที่สูงมาก แต่ไม่สามารถระบุได้ว่า สาเหตุมาจากการปั่นราคา หรือสร้างราคาอันเกินจริงหรือไม่ เนื่องจากการเกิดขึ้นของ Metaverse เมืองใหม่ ๆ อาจทำให้ราคาของที่ดินในเมืองที่สร้างมาก่อนปรับตัวลดลง แต่ราคาที่ดินกลับสูงเกินไปจนทำให้เสี่ยงที่จะเกิดฟองสบู่แตก


อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ราคาที่ดินในเมตาเวิร์สพุ่งสูงมากในระยะเวลาที่ผ่านมา อาจมาจากกระแสของเทคโนโลยีที่เข้ามาใหม่ จึงทำให้คนสนใจและตื่นเต้นไปกับมัน นำไปสู่ Inflated Expectations หรือความคาดหวังที่เกินจริง สังเกตได้จากในตอนแรกที่มีข่าว Facebook ประกาศทำธุรกิจเมตาเวิร์ส พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Meta ส่งผลให้ราคาเหรียญคริปโตฯ ที่เกี่ยวข้อง และที่ดินมีราคาสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ แต่เมื่อผ่านจุดพีคมาแล้ว เราจึงจะเห็นความต้องการที่แท้จริง พิจารณาจาก Google Trend การค้นหาคำว่า NFT และเมตาเวิร์ส ทั้งในไทยและต่างประเทศลดจำนวนลง จากเมื่อปลายปี 2564 มาก

Source: The Standard และ Posttoday

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter