Netflix เผชิญกับฝันร้ายในรอบกว่า 10 ปี

ฝันร้ายของ Netflix

หลังจากบริษัทมีรายงานถึงการเติบโตช้า นับตั้งแต่ปี 2015 ทำให้หุ้น Netflix Inc. ร่วงลงมากถึง 25% และคาดการณ์ว่า ปีนี้จะเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดของเน็ตฟลิกซ์ในรอบทศวรรษ อีกทั้ง ฐานสมาชิกของบริษัทในไตรมาสแรก (ม.ค.-มี.ค.) ที่ผ่านมา ลดลงไปกว่า 200,000 ราย หรือนี่จะเป็นทางตันของบริษัทสตรีมมิ่งยักษ์ใหญ่แล้ว

Statista-Netflix
ข้อมูลจาก Statista ระบุว่า ไตรมาส 4 ปี 2564 ยอดสมาชิกเน็ตฟลิกซ์เติบโตช้าสุดในรอบ 5 ปี

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่เน็ตฟลิกซ์ต้องเผชิญกับปัญหาด้านจำนวนสมาชิกที่ร่วงลง นับตั้งแต่เปิดให้บริการสตรีมมิ่งเลยก็ว่าได้ โดยการลดลงของผู้ใช้บริการเป็นผลมาจากการตัดสินใจของเน็ตฟลิกซ์ที่จะถอนตัวจากรัสเซีย เพื่อประท้วงการทำสงครามในยูเครน ทำให้ต้องสูญเสียฐานสมาชิกไปกว่า 700,000 ราย ยิ่งไปกว่านั้นทางบริษัทคาดการณ์ว่า เน็ตฟลิกซ์จะสูญเสียฐานสมาชิกไปอีก 2 ล้านราย ในช่วงไตรมาสที่สอง (เม.ย.-มิ.ย.) นี้

นอกจากปัญหาที่เกิดจากสงครามเล้ว ก็ยังมีปัญหาเดิมอยู่บ้าง เช่น การขึ้นค่าบริการในสหรัฐฯ, ผู้แข่งที่สูงขึ้นในตลาด, สภาพเศรษฐกิจ, เงินเฟ้อ รวมถึงมีการแชร์แอคเคาท์ หากมองจากภูมิทัศน์การแข่งขันของธุรกิจสตรีมมิ่ง ถือว่า เน็ตฟลิกซ์ยังคงเป็นแชมป์อยู่ เนื่องจากยังได้รับความนิยมอันดับ 1 จากทั่วโลก แต่เรื่องของส่วนแบ่งการตลาด และพฤติกรรมแชร์แอคเคาท์ ทำให้เกิดแรงต้าน หรือผลลบต่อการเติบโตของรายได้

ปัจจุบัน เน็ตฟลิกซ์มีสมาชิกที่จ่ายค่าบริการอยู่ 222 ล้านราย แต่ครัวเรือนที่แชร์แอคเคาท์เพิ่มขึ้นอีก 100 ล้านราย พูดง่าย ๆ คือ มีคนดูเพิ่มขึ้น แต่คนจ่ายค่าบริการไม่ได้สูงตามไปด้วย ซึ่งทำให้เกิดความท้าทายของการขยายสมาชิกในหลายตลาดมากขึ้นพอสมควร ในส่วนของกำไรเน็ตฟลิกซ์ในไตรมาสแรกทำได้ 1,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากรายได้ 7,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งต่ำกว่าที่นักลงทุนได้ประเมินเอาไว้ ถ้าหากผลประกอบการของ Netflix ยังดิ่งต่อไป จะทำให้ความมั่งคั่งของผู้ถือหุ้นหายไป 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว

นอกจากเน็ตฟลิกซ์แล้ว ยังมีสตรีมมิ่งรายอื่นที่มีผลประกอบการที่ร่วงลงหนักในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเช่นกัน เช่น Roku ลดลง 9%, Disney และ ViacomCBS ลดลง 7% และหุ้นของ Discovery ลดลง 5% หรือฝันร้ายในครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่เน็ตฟลิกซ์ที่ต้องเผชิญ แต่เป็นของทั้งอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม เน็ตฟลิกซ์มีจุดแข็งด้านการผลิตคอนเทนต์ที่สดใหม่ และดึงดูดให้ผู้ชมดูคอนเทนต์แบบต่อเนื่องติดต่อกันจำนวนหลายตอน หรือที่เรียกว่า Binge-Watch จึงทำให้เน็ตฟลิกซ์ทุ่มทุนกับการผลิตคอนเทนต์อย่างมาก แต่โมเดลธุรกิจสตรีมมิ่งมีหัวใจหลักอยู่ที่ ‘สมาชิกที่จ่ายรายเดือน’ ต่อให้เน็ตฟลิกซ์ทำคอนเทนต์ดี และได้รับกระแสมากมาย แต่ไม่มีคนดูเน็ตฟลิกซ์ก็อยู่ไม่ได้ ดังนั้น การลงทุนจำนวนเงินมหาศาลต่อปี มีเหตุผลหลักเพียงอย่างเดียว คือ ‘รักษาฐานลูกค้าเก่า พร้อมดึงดูดฐานลูกค้าใหม่’ และนี่เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของเน็ตฟลิกซ์


Sourceทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter