สิ่งที่มือใหม่มักทำพลาดในตลาดหุ้น

สิ่งที่มือใหม่มักทำพลาดในตลาดหุ้น

หลายคนอาจกำลังคิดว่าการลงทุนในตลาดหุ้นนั้น มันยากจังเลย ไม่รู้เรื่องเลย แต่หากเราตั้งใจศึกษาแล้วล่ะก็ ไม่มีคำว่ายากเกินไปแน่นอนครับ นอกจากเราจะต้องเรียนรู้วิธีการเลือกหุ้น และการวิเคาะห์แล้ว มีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่ต่างกันเลยครับ คือ สิ่งที่มือใหม่มักทำพลาดในตลาดหุ้น ถ้ารู้อย่างนี้แล้ว เพื่อนๆ อย่าเผลอทำ และห้ามตัวเองไว้ให้ดีล่ะครับ จะมีอะไรบ้าง ตามพี่โบ้ไปดูกันเลยครับ

1. การไม่รู้จักหุ้นดีพอ

เป้นข้อเสียส่วนใหญ่ของมือใหม่เลยก็ว่าได้ เพราะบางครั้งมือใหม่ก็มักจะเลือกลงทุนในหุ้นที่เพื่อน นักวิเคราะห์ หรือเซียนหุ้น บอกต่อๆ กันมา โดยรู้จักหุ้นตัวนั้นเพียงแค่ผิวเผินเท่านั้น พี่โบ้ไม่ได้จะบอกว่าการเชื่อแบบนั้นเป็นสิ่งที่ผิดนะครับ หากเราไม่รู้จักหุ้นตัวนั้น หรือไม่ได้วิเคราะห์ด้วยตนเอง จะทำให้เราไม่ทราบว่าเราซื้อเพราะอะไร พื้นฐานของหุ้นเป็นอย่างไร ส่งผลถึงตอนที่เราคิดจะขาย ว่าแท้จริงแล้วมันควรขายที่ราคาเท่าไรกันแน่ ดังนั้นพี่โบ้อยากให้ทุกคนเริ่มลงมือศึกษาเอง ดูว่าธุรกิจนั้นเป็นธุรกิจอะไร ทำอะไร ใครเป็นผู้บริหาร รวมไปถึงดูงบการเงินและมูลค่าที่เหมาะสมของหุ้นด้วยครับ

2. ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

หากเพื่อนๆ คนไหน เป็นคนที่ทนกับการถือเงินสดไม่ได้ จะต้องพยายามหาตัวเทรดอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในบางครั้งเราก็ได้หุ้นในราคาที่สูงมาครอบครอง หากใครเป็นอยู่ขอให้หยุดเลยนะครับ เราต้องไม่เทรดพร่ำเพื่อ สิ่งสำคัญในการลงทุนคือ รักษาเงินทุนครับ อย่าใจร้อน ศึกษาให้ดีก่อนที่คิดจะเอาเงินออกจากกระเป๋า นอกจากที่เราไม่ต้องเสียเงินทุนทิ้งไปเฉยๆ ยังได้ความรู้เพิ่มด้วยครับ

3. ขาดทุนไม่เป็น

นักลงทุนในตลาดหุ้นส่วนใหญ่ถือคติว่า “ไม่ขาย ไม่ขาดทุน” ซึ่งในบางสถานการณ์ก็ใช้ได้จริงครับ แต่ในกรณีที่พื้นฐานของหุ้นตัวนั้นดีมากจริงๆ และมีอนาคตที่จะเติบโตต่อไปอีก รวมถึงราคาในปัจจุบันยังต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม แต่หากไม่ใช่หุ้นที่มีพื้นฐานที่ดีแล้วล่ะก็ คำพูดนี้เป็นเหมือนการปลอบใจตนเองมากกว่า เพราะมันใช้ไม่ได้จริง มีแต่จะทำให้ขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ

เพราะฉะนั้นเพื่อนๆ ควรคิดไว้แล้วนะครับว่า จะซื้อหุ้นตัวนั้นในราคาเท่าไร และจะขายที่เท่าไร และถ้าหุ้นราคาลงมาที่เท่าไรจะยอมตัดขาดทุน (Cut Loss) การวิเคราห์แบบนี้สำคัญมากเลยครับ

และนี่ก็เป็นสิ่งหลักๆ ที่มือใหม่มักจะทำพลาดในตลาดหุ้น ดังนั้นเพื่อนๆ รู้แบบนี้แล้ว ควรหลีกเลี่ยง หรือไม่ทำมันเลยจะดีที่สุดนะครับ เพื่อโอกาสในการทำกำไรของเราจะได้สูงขึ้นในวันข้างหน้า ซึ่งการลงทุนมีหลายรูปแบบ ซึ่งเราควรกระจายความเสี่ยง สิ่งนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการลงทุนให้ยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นต่างประเทศ, Crypto, Currencies, ETF รวมไปถึงสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) และ Forex เพราะฉะนั้นการเลือกโบรกเกอร์ที่สามารถลงทุนได้ในหลายตลาด ครบจบในที่เดียว ก็เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์นักลงทุนอย่างเรา

Sourceทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter