Defi สูญเงินไปแล้วกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์จากการถูกแฮ็กและฉ้อโกงตั้งแต่ปี 2016

Defi สูญเงินไปแล้วกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์จากการถูกแฮ็กและฉ้อโกงตั้งแต่ปี 2016

แพลตฟอร์มจัดการสินทรัพย์แบบ cross-chain อย่าง “DeFiYield” ได้จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากการฉ้อโกง การ hack และการแสวงหาผลประโยชน์บนแพลตฟอร์ม Defi ตามประกาศเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา

ทางทีมงานของ Defi ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการ rug pulls, การใช้ช่องโหว่ของระบบ, การ hack โครงการที่น่าสงสัย และรวมถึงการฉ้อโกง พบว่าความสูญเสียทั้งนั้นมีมูลค่ามหาศาลถึง 1.7 พันล้านดอลลาร์ จากแพลตฟอร์ม Defi ทั้งหมด 2,516 โครงการ ย้อนไปตั้งแต่ปี 2016

นอกจากนี้ข้อมูลยังพบว่า ความเสียหายส่วนใหญ่นั้นมาจากการ hack การโจมตีด้วยวิธี flash loan และการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ที่เกิดขึ้นจากปัญหาทางด้านเทคนิคของแพลตฟอร์ม Defi

DeFiYield ตั้งข้อสังเกตุว่า การเติบโตเพิ่มขึ้นของการหลอกลวงโปรเจค Defi นี้ ดูเหมือนจะเกิดขึ้นในช่วงที่กระแส Defi ที่เริ่มบูมและแพลตฟอร์มเกี่ยวกับเมนูอาหารก็เริ่มที่จะเปิดตัวกันเยอะมากขึ้นในช่วงฤดูร้อนของปี 2017

โดยช่องโหว่ที่ใหญ่ที่สุดก็คือ การแฮ็กแพลตฟอร์ม Poly Network ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งเป็นผลทำให้เกิดความเสียหายมากกว่า 600 ล้านดอลลาร์ แต่เรื่องราวนี้จบลงด้วยดี และทางแฮ็กเกอร์ก็ได้คืนเงินทั้งหมดให้กับทางแพลตฟอร์มในภายหลัง

แม้แพลตฟอร์ม Defi ส่วนใหญ่จะได้รับความเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาลในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้มูลค่ารวมที่ถูกล็อกไว้ในโปรโตคอล DeFi ต่าง ๆ (TVL) ลดลงแต่อย่างใด แต่กลับยังคงเห็นการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคมโดยข้อมูลของ DappRadar ชี้ให้เห็นว่ายอดรวมดังกล่าวปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 121,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 450% นับตั้งแต่ต้นปี

โปรโตคอลอันดับต้น ๆ นั้นนำมาด้วย Uniswap ด้วย TVL ทั้งหมด 1.53 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนอันดับ 2 ก็คือ ผู้ให้บริการสินเชื่อเงินกู้ Aave ด้วย TVL ทั้งหมด 1.28 หมื่นล้านดอลลาร์ และ Curve Finance อยู่ในอันดับ 3 ด้วย TVL ทั้งหมด 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์

Social Share

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Rcent Post

Recent Post

ลิเทียม

ลิเทียม (Lithium) แร่ที่เปรียบเสมือนทองคำในอุตสาหกรรม EV

ลิเทียม Lithium หรือหลายคนเรียกว่า The New White Gold! หัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต ทำให้ราคาพุ่งขึ้นมากว่า 10 เท่า!

Read More »