Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 12 เมษายน 2565

Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 12 เมษายน 2565

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงลงกว่า 400 จุด ในวันจันทร์ (11 เม.ย.) หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ พุ่งขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยฉุดหุ้นเติบโต (Growth Stocks) ก่อนที่สหรัฐฯ จะเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อในวันนี้

Dow Jones -1.19%

S&P500 -1.69%

Nasdaq -2.18%

อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี พุ่งขึ้นเหนือระดับ 2.79% เมื่อคืนนี้ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2562 ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จะเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยคาดการณ์ว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมทั้งในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. รวมถึงอัตราดอกเบี้ยจะแตะระดับ 2.50-2.75% ในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะสูงกว่า 2.4% ซึ่งเป็นระดับกลาง

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด เป็นปัจจัยฉุดหุ้นเติบโตให้ร่วงลง เนื่องจากเป็นหุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย รวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร โดยหุ้นแอมะซอน ร่วงลง 2.16% หุ้นเมตา แพลตฟอร์มส ดิ่งลง 2.64% หุ้นไมโครซอฟท์ ร่วงลง 3.94% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ ร่วงลง 2.21% หุ้นแอปเปิล ดิ่งลง 2.55% เเละหุ้นอัลฟาเบท ร่วงลง 3.35%

หุ้นเทสลา ร่วงลง 4.83% หลังนายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทสลา อิงค์ และบริษัทสเปซเอ็กซ์ ตัดสินใจไม่เข้าร่วมเป็นกรรมการในบอร์ดบริหารของบริษัททวิตเตอร์

หุ้นกลุ่มธุรกิจบล็อกเชนดิ่งลง หลังราคาบิตคอยน์ร่วงหลุดจากระดับ 40,000 ดอลลาร์ เป็นครั้งแรกเมื่อคืนนี้ โดยหุ้น Coinbase ดิ่งลง 4.39% หุ้น Riot Blockchain ร่วงลง 4.62% หุ้น Silvergate Capital ร่วงลง 3.58% เเละหุ้น Marathon Digital ร่วงลง 3.35%

ในส่วนของหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งหลุดจากระดับ 95 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยหุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ ร่วงลง 4.91% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ดิ่งลง 3.49% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ร่วงลง 2.15% เเละหุ้นเชฟรอน ร่วงลง 2.61%

อย่างไรก็ตามการร่วงลงของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบิน โดยหุ้นอเมริกัน แอร์ไลน์ ดีดตัวขึ้น 2.29% หุ้นเดลต้า แอร์ไลน์ ทะยานขึ้น 3.96% เเละหุ้นยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ปรับตัวขึ้น 1.10%

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลดลงในวันจันทร์ (11 เม.ย.) นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีซึ่งร่วงลง 2.2% โดยถูกกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ปรับตัวขึ้น และตลาดปรับตัวผันผวน ท่ามกลางความไม่แน่ใจเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส เนื่องจากคะแนนนิยมในการเลือกตั้งรอบแรกเป็นไปอย่างสูสีกันระหว่างประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง และนางมารีน เลอเปน

Stoxx Europe 600 -0.59%

CAC-40 +0.12%

DAX -0.64%

FTSE 100 -0.67%

หุ้นกลุ่มธนาคารของยูโรโซนโดยรวมปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด โดยได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่พุ่งขึ้นก่อนสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อและก่อนธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์นี้

อีกทั้งตลาดยังปรับตัวรับโอกาสที่ ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.70% ภายในสิ้นปีนี้ เมื่อเทียบกับ 0.65% ที่คาดไว้เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว

สำหรับหุ้นรายตัวที่ร่วงลง รวมถึงหุ้นโนเกียน ไทร์ส ผู้ผลิตยางรถยนต์ของฟินแลนด์ ซึ่งร่วงลง 15.5% หลังเปิดเผยว่า มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ที่สหภาพยุโรปกำหนดต่อรัสเซีย จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการผลิตของบริษัท

▪ นักลงทุนจับตากระทรวงแรงงานสหรัฐฯ จะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI เดือน มี.ค. จะพุ่งขึ้น 8.5% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2524

▪ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ที่จะมีการเปิดเผยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน มี.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดค้าปลีกเดือน มี.ค., ราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือน มี.ค. และการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มี.ค.

Social Share

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Rcent Post

Recent Post

ลิเทียม

ลิเทียม (Lithium) แร่ที่เปรียบเสมือนทองคำในอุตสาหกรรม EV

ลิเทียม Lithium หรือหลายคนเรียกว่า The New White Gold! หัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต ทำให้ราคาพุ่งขึ้นมากว่า 10 เท่า!

Read More »