Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 8 เมษายน 2565

Market Watch จับตาดูโลก ประจำวันที่ 8 เมษายน 2565

▪ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกในวันพฤหัสบดี (7 เม.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนช้อนซื้อหุ้นที่ร่วงลงก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมทั้งรายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียน

Dow Jones  +0.25%

S&P500  +0.43%

Nasdaq +0.06

ในช่วงแรกนั้นดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงกว่า 200 จุด ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) และการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงไม่คืบหน้า ในขณะที่การสู้รบได้ย่างเข้าสู่เดือนที่ 2

นักลงทุนได้เข้าช้อนซื้อหุ้นในช่วงท้ายตลาด โดยเฉพาะหุ้นเทคโนโลยีซึ่งถูกเทขายอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ทั้งนี้หุ้นเทสลา ดีดตัวขึ้น 1.1% หุ้นไมโครซอฟท์ บวก 0.62% หุ้นแอปเปิล เพิ่มขึ้น 0.18%

นอกจากนี้นักลงทุนยังเข้าซื้อหุ้นที่ปลอดภัยและสามารถต้านทานวัฎจักรทางเศรษฐกิจได้ดี (Defensive Stocks) เช่นหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ โดยหุ้นแอ๊บบอต ลาบอแรตอรีส พุ่งขึ้น 2.78% หุ้นเมอร์ค แอนด์ โค พุ่งขึ้น 2.14% หุ้นยูไนเต็ดเฮลธ์ ปรับตัวขึ้น 0.98% หุ้นโมเดอร์นา พุ่งขึ้น 2.83%

หุ้นไฟเซอร์ พุ่งขึ้น 4.33% หลังมีรายงานว่า ไฟเซอร์เตรียมซื้อกิจการบริษัท ReViral Ltd ซึ่งเป็นบริษัทเวชภัณฑ์ที่มุ่งเน้นการพัฒนายาต้านโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ โดยคาดว่ามูลค่าการซื้อกิจการครั้งนี้อาจสูงถึง 525 ล้านดอลลาร์

หุ้นกลุ่มสินค้าผู้บริโภคได้รับแรงซื้อเช่นกัน โดยหุ้นพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล (P&G) พุ่งขึ้น 1.29% หุ้นไทสัน ฟู้ดส์ เพิ่มขึ้น 0.64% หุ้นคราฟท์ ไฮนซ์ บวก 0.67% หุ้นฟิลลิป มอร์ริส อินเตอร์เนชั่นแนล ปรับตัวขึ้น 0.66%

หุ้นเอชพี (HP) ทะยานขึ้น 14.77% ขานรับรายงานที่ว่า บริษัทเบิร์กเชียร์ แฮธาเวย์ ของนายวอร์เรน บัฟเฟตต์ ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัทเอชพีจำนวน 121 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 4.2 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้นักลงทุนยังจับตารายงานผลประกอบการไตรมาสแรกของบริษัทจดทะเบียน โดยในสัปดาห์หน้าจะเป็นการรายงานผลประกอบการของธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ

▪ ตลาดหุ้นยุโรป ปิดลบเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (7 เม.ย.) ขณะที่ตลาดยังคงปรับตัวผันผวน หลังจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) เปิดเผยรายงานการประชุมซึ่งบ่งชี้ถึงแผนการคุมเข้มนโยบายการเงิน และสงครามในยูเครนยังคงดำเนินต่อไป

Stoxx Europe 600 -0.21%

CAC-40 -0.57%

DAX -0.52%

FTSE 100 -0.47%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการคุมเข้มนโยบายการเงินของเฟด และการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ ต่อรัสเซีย ซึ่งทำให้นักลงทุนชะลอการซื้อขายหุ้น ส่งผลให้หุ้นกลุ่มน้ำมันนำตลาดปรับตัวลง โดยลดลง 1.6% และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ร่วงลง 1.0%

หุ้นเชลล์ร่วงลง 2.1% หลังเปิดเผยว่า จะลดมูลค่าทางบัญชีลงถึง 5 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก อันเป็นผลจากการตัดสินใจถอนธุรกิจออกจากรัสเซีย ซึ่งสูงกว่าที่เปิดเผยก่อนหน้านี้

สวนทางกับหุ้นกลุ่มปลอดภัย ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นสวนทางตลาด อาทิ กลุ่มเฮลท์แคร์ พุ่งขึ้น 1.4% ขณะที่กลุ่มก่อสร้างและเคมีภัณฑ์ เพิ่มขึ้น 0.3% และ 0.4% ตามลำดับ

นอกจากนี้นักลงทุนยังวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยูโรโซน หลังผลสำรวจของรอยเตอร์คาดว่าเงินเฟ้อในยูโรโซนจะยังคงอยู่ที่ระดับสูงในช่วงที่เหลือของปีนี้

▪ สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 5,000 ราย สู่ระดับ 166,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2511 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 200,000 ราย

▪ นักลงทุนจับตาสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างรัสเซียและยูเครน โดยรายงานล่าสุดระบุว่า ที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) มีมติถอดถอนรัสเซียออกจากการเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแล้ว เพื่อตอบโต้ต่อการที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครน ซึ่งถือเป็น “การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและเป็นระบบ”

Social Share

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Rcent Post

Recent Post

ลิเทียม

ลิเทียม (Lithium) แร่ที่เปรียบเสมือนทองคำในอุตสาหกรรม EV

ลิเทียม Lithium หรือหลายคนเรียกว่า The New White Gold! หัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต ทำให้ราคาพุ่งขึ้นมากว่า 10 เท่า!

Read More »