
Maximum Drawdown คือ ดัชนีวัดความเสี่ยงการลงทุนที่แสดงเปอร์เซ็นต์ผลขาดทุนสูงสุดสะสมของพอร์ตหรือสินทรัพย์ โดยคำนวณจากจุดราคาสูงสุด (Peak) ลงมายังจุดต่ำสุด (Trough) ก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาใหม่
ในโลกการบริหารความเสี่ยง Maximum Drawdown (Max DD) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักลงทุนประเมิน “ความเจ็บปวดสูงสุด” ที่พอร์ตเคยเผชิญ บทความนี้อธิบายว่า Maximum Drawdown คืออะไร วิธีคำนวณ การอ่านค่าในกองทุนรวม และวิธีใช้บริหารพอร์ตลงทุนครับ
คำเตือน : การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้เข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
สาระสำคัญจากพี่โบ้
- Maximum Drawdown วัดเปอร์เซ็นต์ผลขาดทุนสูงสุดสะสมจากจุด Peak ลงมายัง Trough เพื่อแสดงความเสี่ยงในอดีต
- ความผันผวน (Volatility) วัดการเหวี่ยงของราคา แต่ Max DD วัดระยะการขาดทุนลึกที่สุดที่เกิดขึ้นจริง
- ยิ่งพอร์ตติด Max Drawdown ลึก ระยะเวลาและเปอร์เซ็นต์กำไรที่ต้องทำเพื่อฟื้นตัว (Recovery Time) จะยิ่งโตขึ้นเป็นเท่าตัว
- ค่า Max Drawdown ใน Fund Fact Sheet ช่วยประเมินสภาวะจิตวิทยาของนักลงทุนว่ารับแรงกระแทกไหวหรือไม่

Maximum Drawdown คืออะไร และบอกอะไรในพอร์ตลงทุน?
Maximum Drawdown คือ ตัวเลขที่บอกนักลงทุนว่า ในช่วงเวลาหนึ่ง สินทรัพย์หรือพอร์ตนั้นเคยปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดสะสมลึกที่สุดกี่เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะสามารถฟื้นตัวกลับขึ้นมาแตะจุดสูงสุดเดิมได้ ตัวเลขนี้จึงเปรียบเสมือนการทดสอบความต้านทานต่อความเสี่ยงเชิงจิตวิทยาของนักลงทุนโดยตรงครับ
ทำความเข้าใจคำว่า Drawdown กับ Maximum Drawdown (Peak to Trough)
Drawdown คือ การลดลงของมูลค่าสินทรัพย์จากจุดสูงสุดในขณะนั้นลงมายังจุดต่ำสุดใด ๆ ส่วน Maximum Drawdown จะดึงเอาเฉพาะ “จุดที่ขาดทุนสะสมหนักที่สุด” (Peak to Trough) ในช่วงเวลาที่พิจารณามาแสดง เช่น หากพอร์ตของคุณเคยเติบโตไปถึง $100,000$ บาท แล้วตกลงมาเหลือ $60,000$ บาท ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นไปใหม่ ช่วงที่ตกลงมา $40,000$ บาท หรือคิดเป็น $40\%$ นั้นคือค่า Max DD ครับ
ความแตกต่างระหว่าง Maximum Drawdown กับ Volatility (Standard Deviation)
นักลงทุนหลายคนมักสับสนระหว่างความผันผวน (Volatility หรือ SD) กับ Maximum Drawdown แม้ทั้งคู่จะใช้ประเมินความเสี่ยง แต่มีมุมมองที่ต่างกันชัดเจน โดย Volatility วัดความเหวี่ยงของราคาขึ้นลงรอบค่าเฉลี่ย ทั้งด้านบวกและด้านลบ ในขณะที่ Maximum Drawdown โฟกัสเฉพาะ “ความสูญเสียสะสมด้านล่าง” (Downside Risk) เพียงอย่างเดียวครับ
| คุณลักษณะ | Volatility (Standard Deviation) | Maximum Drawdown (Max DD) |
| ทิศทางความเสี่ยงที่วัด | วัดการเหวี่ยงทั้งขาขึ้นและขาลง | วัดผลขาดทุนขาลงสูงสุดเพียงอย่างเดียว |
| จุดอ้างอิงในการคำนวณ | คำนวณเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ย (Mean) | คำนวณจากจุดสูงสุด (Peak) ไปจุดต่ำสุด (Trough) |
| ประโยชน์หลัก | ประเมินความผันผวนโดยรวมของราคาสินทรัพย์ | ประเมินความเสี่ยงขาดทุนหนักที่สุดที่เคยเกิดขึ้น |
Maximum Drawdown คำนวณยังไง?
Maximum Drawdown คำนวณโดยนำส่วนต่างระหว่างมูลค่าสูงสุดและมูลค่าต่ำสุด มาหารด้วยมูลค่าสูงสุด เพื่อแปลงผลขาดทุนให้อยู่ในรูปเปอร์เซ็นต์ครับ
สูตรคำนวณ Max Drawdown เปอร์เซ็นต์ขาดทุนสูงสุดสะสม
สูตรพื้นฐานในการคำนวณค่า Maximum Drawdown แสดงได้ดังนี้:
Max Drawdown (%) = ((มูลค่า ณ จุด Trough – มูลค่า ณ จุด Peak) / มูลค่า ณ จุด Peak) × 100
การคำนวณจะเปรียบเทียบมูลค่า ณ จุดต่ำสุด (Trough) หลังจากเกิดจุดสูงสุด (Peak) เสมอ โดยการวางแผนการเงินที่ดี คุณสามารถนำผลตอบแทนคาดการณ์ไปลอง ใช้กฎ 72 คำนวณผลตอบแทน เพื่อประเมินระยะเวลาเติบโตควบคู่กับการคุม Drawdown ได้ครับ
ตัวอย่างการคำนวณจากสถานการณ์จริงบนพอร์ตลงทุน
สมมติว่าพอร์ตการลงทุนของคุณมีมูลค่าเปลี่ยนแปลงตามลำดับดังนี้:
- มูลค่าเริ่มต้น $100,000$ บาท ขึ้นไปทำจุดสูงสุด (Peak) ที่ $150,000$ บาท
- ตลาดเกิดการปรับฐาน มูลค่าพอร์ตลดลงมายังจุดต่ำสุด (Trough) ที่ $90,000$ บาท
- หลังจากนั้น พอร์ตฟื้นตัวกลับขึ้นมาที่ $120,000$ บาท
การคำนวณหา Max Drawdown จะอ้างอิงจากจุด Peak ที่ $150,000$ บาท ลงมายัง Trough ที่ $90,000$ บาท:
- ผลขาดทุนเป็นตัวเงิน = $90,000 – 150,000 = -60,000$ บาท
- คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ = $(-60,000 / 150,000) × 100 = -40\%$
ดังนั้น ค่า Maximum Drawdown ของพอร์ตนี้ในช่วงเวลาดังกล่าวคือ $-40\%$ ครับ
ความสัมพันธ์ระหว่าง Max Drawdown และ Recovery Time
ความน่ากลัวของ Maximum Drawdown ไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ที่ลดลง แต่คือระยะเวลาและพยายามในการดึงพอร์ตให้กลับมาเท่าทุน หรือที่เรียกว่า Recovery Time ครับ
ทำไมขาดทุน 50% ถึงต้องทำกำไรคืน 100% ถึงจะเท่าทุน?
เมื่อพอร์ตลงทุนของคุณเผชิญผลขาดทุน ฐานเงินทุนเดิมจะลดลง ส่งผลให้เปอร์เซ็นต์กำไรที่ต้องทำเพิ่มเพื่อให้พอร์ตกลับมาที่จุดเดิมสูงขึ้นแบบไม่เป็นเส้นตรง (Asymmetric Return) หากคุณต้องการ วางแผนบริหารพอร์ตลงทุน อย่างยั่งยืน คุณต้องระวังไม่ให้พอร์ตเกิดการขาดทุนลึกจนเกินไปครับ

ระยะเวลาการฟื้นตัวของพอร์ต (Recovery Period) ส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุนยังไง
ระยะเวลาฟื้นตัว (Recovery Period) คือช่วงเวลาตั้งแต่จุด Trough จนกระทั่งมูลค่าพอร์ตกลับขึ้นมาแตะ Peak เดิม ยิ่งใช้เวลานาน จิตวิทยาของนักลงทุนจะยิ่งถูกกดดัน ส่งผลให้อาจตัดสินใจผิดพลาด เช่น การขายทิ้ง ณ จุดต่ำสุด หรือการทุ่มเงินถัวเฉลี่ยเกินรับไหวครับ
| % ขาดทุนสะสม (Drawdown) | มูลค่าพอร์ตคงเหลือ (จาก 100 บาท) | % กำไรที่ต้องทำเพิ่มเพื่อเท่าทุน (Required Return) |
| $-10\%$ | $90$ บาท | $+11.11\%$ |
| $-20\%$ | $80$ บาท | $+25.00\%$ |
| $-30\%$ | $70$ บาท | $+42.86\%$ |
| $-50\%$ | $50$ บาท | $+100.00\%$ |
| $-70\%$ | $30$ บาท | $+233.33\%$ |
วิธีใช้ Max Drawdown กองทุนรวม และพอร์ตหุ้นในการเลือกสินทรัพย์
นักลงทุนสามารถนำค่า Maximum Drawdown มาใช้ประกอบการคัดเลือกสินทรัพย์หรือกองทุนรวม เพื่อประเมินว่าสินทรัพย์นั้นเหมาะกับ ระดับความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ หรือไม่ครับ
การอ่านค่า Max Drawdown ใน Fund Fact Sheet ของกองทุนรวม
ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ (Fund Fact Sheet) กองทุนรวมในประเทศไทยจะมีการแสดงค่า Maximum Drawdown ย้อนหลัง (เช่น 5 ปี) ตามหลักเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้นักลงทุนเห็นภาพว่าในอดีตกองทุนนี้เคยขาดทุนหนักที่สุดเท่าไหร่
หากคุณเป็นนักลงทุนที่ไม่ชอบความผันผวน การแบ่งสัดส่วนเงินบางส่วนเพื่อ กระจายความเสี่ยงผ่านหุ้นกู้ หรือเลือก กระจายความเสี่ยงผ่านพันธบัตรรัฐบาล ก็เป็นทางเลือกที่ช่วยลดค่า Max Drawdown รวมของพอร์ตลงได้ครับ
ค่า Max Drawdown เท่าไหร่ถึงจะถือว่าเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่รับได้
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นกรอบตัวอย่างทั่วไปที่นักลงทุนมักใช้อ้างอิงในอุตสาหกรรม ไม่ใช่มาตรฐานทางการที่ตายตัว และอาจแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ของแต่ละคน:
- สายเน้นเซฟ (Conservative) มักยอมรับ Max Drawdown ในช่วงประมาณ -5% ถึง -10%
- สายปานกลาง (Moderate) ยอมรับ Max Drawdown ได้ในช่วง -15% ถึง -25%
- สายลุยเติบโต (Aggressive) มักยอมรับ Max Drawdown ได้สูงถึงประมาณ -30% ถึง -50% (เช่น หุ้นเติบโต หรือ คริปโทเคอร์เรนซี) ครับ
📌 Tip จากพี่โบ้
ตอนผมเริ่มจัดพอร์ตใหม่ ๆ ผมมักจะมองแค่ผลตอบแทนย้อนหลังเป็นหลัก แต่พอเจอสภาวะตลาดหมีจริง ๆ ถึงได้รู้ว่าค่า Max Drawdown คือสิ่งสำคัญที่สุดครับ ถ้ารับความเสี่ยงขาดทุนได้ $20\%$ แต่ไปเลือกกองทุนที่มี Max Drawdown ย้อนหลัง $-40\%$ เวลามรสุมมาจริงเรามักจะทนถือไม่ไหว ดังนั้นลองเช็กค่า Max DD ย้อนหลังทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุนเสมอครับ
บทสรุป: กุญแจของการเข้าใจ Maximum Drawdown
Maximum Drawdown คือ ตัวเลขวัดความเสี่ยงขาดทุนสูงสุดสะสมจากจุด Peak ถึง Trough ที่ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพความเสียหายลึกที่สุดในอดีต การเข้าใจค่า Max DD จะช่วยป้องกันไม่ให้พอร์ตเกิดความเสียหายลึกเกินไป จนต้องใช้เวลาฟื้นตัวเนิ่นนาน หากคุณต้องการวางแผนและ จัดพอร์ตลงทุนอย่างมีระบบ การคุม Drawdown ให้อยู่ในระดับที่นอนหลับสบายคือหัวใจสำคัญครับ
หมายเหตุ : บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน เนื้อหาบางส่วนเรียบเรียงด้วยความช่วยเหลือของ AI และผ่านการตรวจทานโดยทีมงาน บทความได้รับการตรวจสอบทุก 6 เดือนเพื่ออัปเดตให้ตรงกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
ทั้งนี้ การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินต้นบางส่วนหรือทั้งหมดได้ และผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุนทุกครั้งครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Maximum Drawdown
Maximum Drawdown คืออะไร และแตกต่างจากผลขาดทุนทั่วไปอย่างไร?
Maximum Drawdown คือ การวัดผลขาดทุนสะสมสูงสุดจากจุดราคาสูงสุด (Peak) ลงมายังจุดต่ำสุด (Trough) ในช่วงเวลาหนึ่ง ต่างจากผลขาดทุนทั่วไปตรงที่ Max DD จะนับย่อลงมาจากจุด Peak เสมอ ไม่ได้วัดเปรียบเทียบจากราคาต้นทุนซื้อเพียงอย่างเดียวครับ
ค่า Maximum Drawdown ยิ่งน้อยแปลว่าดีกว่าเสมอไปไหม?
โดยทั่วไปค่า Max Drawdown ที่น้อยกว่าแสดงถึงการคุมความเสี่ยงขาลงได้ดีกว่า แต่ต้องพิจารณาผลตอบแทนควบคู่กันด้วย สินทรัพย์ที่มี Max DD ต่ำมากอาจให้ผลตอบแทนต่ำเกินไป จึงควรดูค่า Risk-Adjusted Return ประกอบกันครับ
ค่า Max Drawdown ใน Fund Fact Sheet คิดจากช่วงเวลาไหน?
ค่า Max Drawdown ใน Fund Fact Sheet ของกองทุนรวมส่วนใหญ่จะคิดคำนวณย้อนหลังระยะยาว เช่น 5 ปี หรือตั้งแต่จัดตั้งกองทุน เพื่อสะท้อนความเสียหายลึกที่สุดที่กองทุนเคยเผชิญในมรสุมตลาดรอบก่อน ๆ ครับ
หากพอร์ตติด Max Drawdown หนัก มีวิธีจัดการหรือตัดขาดทุนอย่างไร?
หากพอร์ตตกลงมาลึก นักลงทุนควรรีบประเมินว่าปัจจัยพื้นฐานของสินทรัพย์เปลี่ยนไปหรือไม่ หากเปลี่ยนควรรีบ Cut Loss หรือ Rebalance ไปยังสินทรัพย์อื่น แต่หากเป็นเพียงความผันผวนชั่วคราว การปรับสัดส่วนเงินเย็นเข้ามาเสริมอาจช่วยได้ครับ
Maximum Drawdown เปลี่ยนแปลงตามระยะเวลาที่ถือครองไหม?
ย่อมเปลี่ยนแปลงได้ครับ หากเราขยายช่วงเวลาในการพิจารณาให้ยาวนานขึ้น ค่า Maximum Drawdown มีโอกาสที่จะเท่าเดิมหรือเพิ่มสูงขึ้น แต่ไม่มีทางลดลง เพราะเป็นสถิติการวัดผลขาดทุนสูงสุดที่เคยเกิดขึ้นจริงในอดีตครับ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page











