
ตะกร้าค่าเงิน Forex คือ การจัดกลุ่มสกุลเงินหลักหลายสกุลเข้าด้วยกัน โดยมีการถ่วงน้ำหนักที่แตกต่างกัน เพื่อใช้วัดความแข็งค่าหรืออ่อนค่าของแต่ละสกุลเงิน รวมถึงช่วยวิเคราะห์ Correlation หรือความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
แม้ในปัจจุบันจะมีเทคนิคการเทรด Forex ขั้นสูงมากมาย แต่การเข้าใจเรื่อง ‘ตะกร้าค่าเงิน’ ยังคงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่เทรดเดอร์ไม่ควรมองข้าม เพราะการเข้าใจตะกร้าค่าเงินนั้น จะสามารถช่วยทั้งวิเคราะห์การกระจายความเสี่ยง และพิจารณาได้ว่า ในช่วงเวลานี้ควรโฟกัสคู่เงินใด หรือหลีกเลี่ยงคู่เงินใดครับ
*หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่มีเจตนาชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทุกครั้งครับ
ตะกร้าค่าเงิน Forex คืออะไร?

ตะกร้าค่าเงิน (Currency Basket) คือ การนำสกุลเงินหลักหลายสกุลมารวมกันเป็นกลุ่ม แล้วกำหนด ‘น้ำหนัก’ ให้กับแต่ละสกุลเงินตามความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ เพื่อใช้วัดความแข็งค่าหรืออ่อนค่าของสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับกลุ่มรวม
ตัวอย่างสกุลเงินที่มักถูกนำมารวมในตะกร้า ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ (USD), ยูโร (EUR), เยน (JPY) และปอนด์สเตอร์ลิง (GBP)
พี่โบ้แนะนำ: ตะกร้าค่าเงินเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาด Forex ดังนั้น การทำความเข้าใจภาพรวมของการเทรด Forex ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญเช่นกันครับ
ความสำคัญของตะกร้าค่าเงิน Forex
ตะกร้าค่าเงิน Forex ไม่ได้เป็นแค่แนวคิดทางทฤษฎี แต่ยังถูกนำไปใช้งานจริงทั้งในระดับนโยบายของรัฐบาลและในการวิเคราะห์ตลาดของนักลงทุน มาดูกันว่าแต่ละกลุ่มนำไปใช้อย่างไรครับ
1. ความสำคัญของตะกร้าค่าเงินสำหรับรัฐบาล
รัฐบาลและธนาคารกลางในหลายประเทศ ใช้ตะกร้าค่าเงินเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดและรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน โดยอิงกับกลุ่มสกุลเงินหลักแทนการผูกติดกับสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า
- ใช้เป็นกลไกตรึงค่าเงิน โดยผูกมูลค่าสกุลเงินของประเทศไว้กับกลุ่มสกุลเงินหลักที่มีการถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วน
- ช่วยรักษาเสถียรภาพ เพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเกิดจากการเคลื่อนไหวของสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่ง
- ตัวอย่างระดับโลก คือ IMF (International Monetary Fund) ที่ใช้หน่วยสำรองระหว่างประเทศที่เรียกว่า Special Drawing Rights (SDR) หรือ สิทธิพิเศษถอนเงิน ซึ่งมีมูลค่าอ้างอิงจากตะกร้าค่าเงิน 5 สกุล ได้แก่ USD, EUR, CNY, JPY และ GBP
หมายเหตุ: สัดส่วนการถ่วงน้ำหนักของสกุลเงินใน SDR มีการทบทวนและปรับเปลี่ยนโดย IMF เป็นระยะ ควรตรวจสอบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้โดยตรงจากเว็บไซต์ทางการของ IMF
2. ความสำคัญของตะกร้าค่าเงินสำหรับนักลงทุน
นอกจากในระดับนโยบายแล้ว ตะกร้าค่าเงินยังเป็นเครื่องมือที่นักเทรดนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ตลาดได้เช่นกัน โดยมีประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้
- ช่วยบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยการกระจายการเทรดไปยังหลายคู่เงิน แทนการเน้นเฉพาะคู่เงินใดคู่เงินหนึ่ง
- ใช้วิเคราะห์แนวโน้มของคู่เงิน โดยดูว่าสกุลเงินใดมีความแข็งค่าหรืออ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ในตะกร้า
- ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกคู่เงิน เพื่อให้การเทรดในแต่ละช่วงเวลามีเหตุผลรองรับมากขึ้น
องค์ประกอบของตะกร้าค่าเงิน Forex
การรู้จักองค์ประกอบของตะกร้าค่าเงิน Forex ว่า ในตลาดมีตะกร้าค่าเงินใดบ้าง แต่ละตะกร้าถูกออกแบบมาเพื่อวัดความแข็งของสกุลเงินใดในภูมิภาค และตะกร้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่นักเทรดมีอะไรบ้างครับ
ตัวอย่างตะกร้าค่าเงินที่นิยมใช้ในตลาด Forex
ตัวอย่างตะกร้าค่าเงินต่อไปนี้คือ ตะกร้าค่าเงินที่ถูกใช้บ่อยในตลาด Forex ซึ่งแต่ละตะกร้าจะประกอบด้วยสกุลเงินหลักหลายสกุล เพื่อนำมาใช้วัดความแข็งแกร่งของค่าเงินในมุมมองที่แตกต่างกัน ทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือกลุ่มเศรษฐกิจเฉพาะ โดยสามารถสรุปตัวอย่างที่พบได้บ่อยดังตารางต่อไปนี้ครับ
| ชื่อตะกร้า | องค์ประกอบหลัก | ประเภทการใช้งาน |
| ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (USD Index) | EUR, JPY, GBP, CAD, SEK, CHF | วัดความแข็ง/อ่อนของ USD เทียบสกุลหลัก |
| ตะกร้าค่าเงินยุโรป (Euro Index) | EUR, GBP, CHF, SEK, DKK, NOK | วัดสถานะของ EUR ในยุโรป |
| ตะกร้าค่าเงินเอเชีย (Asia Basket) | JPY, CNY, HKD, SGD, AUD, KRW | วัดสภาพตลาดสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย |
วิธีดูตะกร้าค่าเงิน Forex

เมื่อรู้จักองค์ประกอบของตะกร้าค่าเงินแล้ว ขั้นต่อมา คือ การเรียนรู้วิธีเปิดดูและอ่านค่าจากตะกร้าเพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ตลาดจริงครับ
เว็บไซต์สำหรับดูตะกร้าค่าเงิน
ปัจจุบันมีหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลตะกร้าค่าเงิน Forex โดยเว็บไซต์ที่นิยมในหมู่นักเทรดสาย Fundamental มากที่สุดคือ Finviz ซึ่งเว็บไซต์นี้ จะแสดงความแข็งและความอ่อนค่าของสกุลเงินแต่ละสกุลเมื่อเทียบกับ USD แบบ Real-time เพื่อให้เห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนในหน้าเดียวครับ
เทคนิคในการดูตะกร้าค่าเงิน Forex
เมื่อเปิดหน้า Finviz ขึ้นมาแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าต้องดูอะไรก่อนครับ ต่อไปนี้คือเทคนิคง่าย ๆ ที่ใช้ในการอ่านตะกร้าค่าเงินให้ได้ประโยชน์สูงสุดครับ
- สกุลเงินที่มีน้ำหนัก +/- เกิน 0.05% เมื่อเทียบกับ USD ถือว่ามีโอกาสเคลื่อนไหวแรง (ค่านี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่กฎตายตัว)
- หากสกุลเงินมีน้ำหนัก +0.05% ขึ้นไป = มีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง
- หากสกุลเงินมีน้ำหนัก -0.05% ลงมา = มีโอกาสปรับตัวลงอย่างรุนแรง
- หากคู่เงินใดมีสกุลเงินที่อ่อนค่าหรือแข็งค่ามากที่สุดในตะกร้า คู่เงินนั้นมักเกิดความเคลื่อนไหวรุนแรง (สอดคล้องกับข้อแรก)
- สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มของคู่เงิน ให้ดูว่า สกุลเงินที่อ่อนค่าหรือแข็งค่ามากที่สุดในตะกร้าค่าเงินอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลัง
- หากสกุลเงินดังกล่าวอยู่ข้างหน้า = มีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง
- หากสกุลเงินดังกล่าวอยู่ข้างหลัง = มีโอกาสปรับตัวลงอย่างรุนแรง
ตัวอย่างตะกร้าค่าเงิน Forex
จากภาพตัวอย่าง เป็นการแสดง Relative Performance ของสกุลเงินเมื่อเทียบกับ USD ภายในช่วงเวลา 1 วัน ซึ่งช่วยให้เห็นได้ว่า สกุลเงินใดแข็งค่าหรืออ่อนค่ามากที่สุดในช่วงเวลานั้น

ในตัวอย่างนี้จะเห็นว่า AUD อยู่ฝั่งบวกประมาณ +0.06% แสดงว่าสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับ USD ขณะที่ CAD และ EUR อยู่ฝั่งลบ (-0.11% และ -0.22%) สะท้อนว่าสกุลเงินเหล่านี้อ่อนค่ามากกว่าเพื่อนในตะกร้าเดียวกัน
การดูข้อมูลลักษณะนี้ จะช่วยให้นักเทรดสามารถ มองเห็นความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบของค่าเงินแต่ละสกุล และสามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการเลือกคู่เงินได้ครับ
1. วิธีวัดความแข็งค่าและอ่อนค่า
จากภาพตัวอย่าง คือ ตะกร้าค่าเงินที่มีดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินถ่วงน้ำหนัก ซึ่งคุณสามารถหาความอ่อนค่าและแข็งค่าของสกุลเงินอื่นได้ ดังนี้
- สกุลเงินที่มีการแข็งค่ากว่า USD จะอยู่ทางซ้ายมือ นั่นคือ GBP, JPY และ AUD ตามลำดับเปอร์เซ็นต์
- สกุลเงินที่มีการอ่อนค่ากว่า USD จะอยู่ทางขวามือ นั่นคือ CHF, NZD, CAD และ EUR ตามลำดับเปอร์เซ็นต์
2. วิธีวิเคราะห์แนวโน้มของคู่เงิน
จากภาพตัวอย่าง สามารถนำไปพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกคู่เงินที่ได้เปรียบในการเทรด และคาดการณ์แนวโน้มของคู่เงินในตะกร้าได้ ดังนี้
| คู่เงิน | แนวโน้มที่คาดการณ์ |
| AUDJPY | แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) |
| AUDUSD | แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) |
| AUDCAD | แนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) |
| EURUSD | แนวโน้มขาลง (Downtrend) |
| EURAUD | แนวโน้มขาลง (Downtrend) |
| EURCHF | แนวโน้มขาลง (Downtrend) |
| CADCHF | แนวโน้มขาลง (Downtrend) |
| CADJPY | แนวโน้มขาลง (Downtrend) |
*หมายเหตุ: คุณควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อคู่เงินร่วมด้วยโดยเฉพาะข่าวสำคัญ เนื่องจากอาจทำให้คู่เงินเกิดความผันผวนขึ้นได้ นอกจากนี้ คุณควรใช้อินดิเคเตอร์หรือเทคนิคอื่น ๆ เพื่อยืนยันสัญญาณการเข้าซื้อ-ขายให้ชัดเจนขึ้น
ข้อดีและข้อจำกัดของตะกร้าค่าเงิน Forex คืออะไร?
เทรดเดอร์บางคน จะนิยมนำตะกร้าค่าเงินมาใช้ในการวิเคราะห์ภาพรวมความแข็งหรืออ่อนค่าของสกุลเงินนั้น ๆ แทนการมองเพียงคู่เงินเดียว ซึ่งจะช่วยให้เห็นทิศทางตลาดได้กว้างและแม่นยำขึ้น อย่างไรก็ตาม การเทรดด้วยตะกร้าค่าเงินมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรทำความเข้าใจก่อนนำไปใช้จริง
ข้อดี
- ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าการเทรดคู่เงินเดียว เพราะมูลค่าถูกถ่วงน้ำหนักจากหลายสกุลเงิน
- สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มประเทศนั้น ๆ ซึ่งจะดีกว่าการเปรียบเทียบแบบคู่เดียว
- ช่วยให้เห็น ความแข็งหรืออ่อนค่าที่แท้จริง ของสกุลเงิน โดยตัดสัญญาณรบกวนจากคู่เงินใดคู่หนึ่งออก
- ลดผลกระทบจากความผันผวนระยะสั้นในคู่เงินใดคู่หนึ่งโดยเฉพาะ
ข้อจำกัด
- ค่อนข้างมีความซับซ้อนสูง ต้องเข้าใจน้ำหนักและองค์ประกอบของแต่ละตะกร้าอย่างละเอียด
- น้ำหนักของสกุลเงินในตะกร้าคงที่หรือปรับช้ามาก อาจไม่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันได้เสมอไป
- การแสดงความอ่อนค่าหรือแข็งค่าเป็นเพียงภาพรวม ณ ปัจจุบัน ไม่สามารถระบุโอกาสเทรดในคู่เงินเฉพาะได้โดยตรง
- ตะกร้าค่าเงินบางประเภทไม่มีสภาพคล่องสูงพอให้ซื้อขายโดยตรงในตลาด จึงต้องเทรดผ่านคู่เงินแยกกัน
📢 Traderbobo แนะนำ
หากคุณยังสงสัยว่าควรบริหารความเสี่ยงในการลงทุนอย่างไร แผนถึงจะรอบคอบเป็นระบบ และจะรับมือกับความผันผวนของตลาดได้อย่างไร โดยไม่ให้กระทบเงินทุนมากเกินไป เทรดเดอร์สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่เลยครับ 👇
สรุปเกี่ยวกับตะกร้าค่าเงิน Forex คืออะไร?
ตะกร้าค่าเงิน Forex คือ การรวมสกุลเงินหลักต่าง ๆ ที่มีการถ่วงน้ำหนักต่างกัน เพื่อวัดความแข็งค่าหรืออ่อนค่าของสกุลเงินนั้น ๆ และใช้ดู Correlation ของสกุลเงิน ซึ่งตะกร้าค่าเงินมีประโยชน์ทั้งในด้านการลงทุนและการตรึงค่าเงินของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่แสดงในตะกร้าค่าเงินเป็นเพียงภาพรวมในปัจจุบันเท่านั้น ดังนั้น คุณสามารถนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาดได้ระดับหนึ่ง แต่ควรใช้อินดิเคเตอร์เพื่อยืนยันสัญญาณเข้าซื้อขายครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตะกร้าค่าเงิน Forex
ทำไมเทรดเดอร์ควรรู้จักตะกร้าค่าเงิน?
เพราะตะกร้าค่าเงิน จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของความแข็งหรืออ่อนของสกุลเงินนั้น ๆ เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ หลายสกุลพร้อมกัน ทำให้คุณเข้าใจแนวโน้มและทิศทางของตลาดได้อย่างรอบด้านมากขึ้นครับ
ตะกร้าค่าเงินกับตะกร้าคู่เงินต่างกันอย่างไร?
- ตะกร้าค่าเงิน (Currency Basket) คือ กลุ่มของสกุลเงินที่นำมาถ่วงน้ำหนักเพื่อวัดความแข็งแกร่งของสกุลเงินหนึ่ง ผลลัพธ์ออกมาเป็นดัชนี เช่น DXY ที่ใช้วัดค่าของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก
- ตะกร้าคู่เงิน (Currency Pair Basket) คือ กลุ่มของคู่เงินที่เทรดเดอร์เลือกมาวิเคราะห์ หรือเทรดพร้อมกัน เช่น EUR/USD, GBP/USD และ USD/JPY เพื่อบริหารพอร์ต หรือกระจายความเสี่ยง
พูดง่าย ๆ คือ ตะกร้าค่าเงินเป็นเครื่องมือวัด ส่วนตะกร้าคู่เงินเป็นเครื่องมือเทรดครับ
การใช้ตะกร้าค่าเงินช่วยในการเทรดได้ยังไง?
เมื่อคุณรู้ว่าสกุลเงินไหนกำลังแข็งหรืออ่อนค่า จะช่วยให้คุณสามารถเลือกคู่เงินที่มีแนวโน้มสอดคล้องกับตลาดได้ง่ายขึ้น เช่น ถ้า USD แข็ง และ EUR อ่อน นั่นหมายความว่า EUR/USD มีโอกาสลงต่อ ดังนั้น การใช้ข้อมูลเหล่านี้ ประกอบกับการเทรดจะช่วยให้คุณเทรดตามกระแสตลาด มากกว่าเทรดสวนทางตลาดครับ
ต้องใช้ตะกร้าค่าเงินร่วมกันเครื่องมืออื่นด้วยไหม?
แนะนำให้ใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ ครับ เช่น Price Action เพื่อดูรูปแบบแท่งเทียนบริเวณแนวรับ-แนวต้าน หรืออินดิเคเตอร์เช่น RSI, MACD เพื่อยืนยันโมเมนตัม และปฏิทินข่าว (Economic Calendar) เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงที่ข่าวสำคัญอาจทำให้ตลาดผันผวนเกินปกติ
อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้
พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page












