ตะกร้าค่าเงิน Forex คืออะไร? อยากเทรดต้องรู้!

Table of Contents
ตะกร้าค่าเงิน Forex คืออะไร

ตะกร้าค่าเงิน Forex คือ การจัดกลุ่มสกุลเงินหลักหลายสกุลเข้าด้วยกัน โดยมีการถ่วงน้ำหนักที่แตกต่างกัน เพื่อใช้วัดความแข็งค่าหรืออ่อนค่าของแต่ละสกุลเงิน รวมถึงช่วยวิเคราะห์ Correlation หรือความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

แม้ในปัจจุบันจะมีเทคนิคการเทรด Forex ขั้นสูงมากมาย แต่การเข้าใจเรื่อง ‘ตะกร้าค่าเงิน’ ยังคงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่เทรดเดอร์ไม่ควรมองข้าม เพราะการเข้าใจตะกร้าค่าเงินนั้น จะสามารถช่วยทั้งวิเคราะห์การกระจายความเสี่ยง และพิจารณาได้ว่า ในช่วงเวลานี้ควรโฟกัสคู่เงินใด หรือหลีกเลี่ยงคู่เงินใดครับ

*หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่มีเจตนาชักชวนให้ลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจทุกครั้งครับ

ตะกร้าค่าเงิน Forex คืออะไร?

ตะกร้าค่าเงิน Forex (Currency Basket)



ตะกร้าค่าเงิน (Currency Basket) คือ การนำสกุลเงินหลักหลายสกุลมารวมกันเป็นกลุ่ม แล้วกำหนด ‘น้ำหนัก’ ให้กับแต่ละสกุลเงินตามความสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศนั้น ๆ เพื่อใช้วัดความแข็งค่าหรืออ่อนค่าของสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งเมื่อเทียบกับกลุ่มรวม

ตัวอย่างสกุลเงินที่มักถูกนำมารวมในตะกร้า ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ (USD), ยูโร (EUR), เยน (JPY) และปอนด์สเตอร์ลิง (GBP)

ความสำคัญของตะกร้าค่าเงิน Forex

ตะกร้าค่าเงิน Forex ไม่ได้เป็นแค่แนวคิดทางทฤษฎี แต่ยังถูกนำไปใช้งานจริงทั้งในระดับนโยบายของรัฐบาลและในการวิเคราะห์ตลาดของนักลงทุน มาดูกันว่าแต่ละกลุ่มนำไปใช้อย่างไรครับ

1. ความสำคัญของตะกร้าค่าเงินสำหรับรัฐบาล

รัฐบาลและธนาคารกลางในหลายประเทศ ใช้ตะกร้าค่าเงินเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดและรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน โดยอิงกับกลุ่มสกุลเงินหลักแทนการผูกติดกับสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดความผันผวนและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า

  • ใช้เป็นกลไกตรึงค่าเงิน โดยผูกมูลค่าสกุลเงินของประเทศไว้กับกลุ่มสกุลเงินหลักที่มีการถ่วงน้ำหนักตามสัดส่วน
  • ช่วยรักษาเสถียรภาพ เพื่อลดความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเกิดจากการเคลื่อนไหวของสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่ง
  • ตัวอย่างระดับโลก คือ IMF (International Monetary Fund) ที่ใช้หน่วยสำรองระหว่างประเทศที่เรียกว่า Special Drawing Rights (SDR) หรือ สิทธิพิเศษถอนเงิน ซึ่งมีมูลค่าอ้างอิงจากตะกร้าค่าเงิน 5 สกุล ได้แก่ USD, EUR, CNY, JPY และ GBP

หมายเหตุ: สัดส่วนการถ่วงน้ำหนักของสกุลเงินใน SDR มีการทบทวนและปรับเปลี่ยนโดย IMF เป็นระยะ ควรตรวจสอบข้อมูลที่เป็นปัจจุบันได้โดยตรงจากเว็บไซต์ทางการของ IMF

2. ความสำคัญของตะกร้าค่าเงินสำหรับนักลงทุน

นอกจากในระดับนโยบายแล้ว ตะกร้าค่าเงินยังเป็นเครื่องมือที่นักเทรดนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ตลาดได้เช่นกัน โดยมีประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้

  • ช่วยบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน โดยการกระจายการเทรดไปยังหลายคู่เงิน แทนการเน้นเฉพาะคู่เงินใดคู่เงินหนึ่ง
  • ใช้วิเคราะห์แนวโน้มของคู่เงิน โดยดูว่าสกุลเงินใดมีความแข็งค่าหรืออ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ ในตะกร้า
  • ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกคู่เงิน เพื่อให้การเทรดในแต่ละช่วงเวลามีเหตุผลรองรับมากขึ้น

องค์ประกอบของตะกร้าค่าเงิน Forex

การรู้จักองค์ประกอบของตะกร้าค่าเงิน Forex ว่า ในตลาดมีตะกร้าค่าเงินใดบ้าง แต่ละตะกร้าถูกออกแบบมาเพื่อวัดความแข็งของสกุลเงินใดในภูมิภาค และตะกร้าที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่นักเทรดมีอะไรบ้างครับ

ตัวอย่างตะกร้าค่าเงินที่นิยมใช้ในตลาด Forex

ตัวอย่างตะกร้าค่าเงินต่อไปนี้คือ ตะกร้าค่าเงินที่ถูกใช้บ่อยในตลาด Forex ซึ่งแต่ละตะกร้าจะประกอบด้วยสกุลเงินหลักหลายสกุล เพื่อนำมาใช้วัดความแข็งแกร่งของค่าเงินในมุมมองที่แตกต่างกัน ทั้งในระดับโลก ระดับภูมิภาค หรือกลุ่มเศรษฐกิจเฉพาะ โดยสามารถสรุปตัวอย่างที่พบได้บ่อยดังตารางต่อไปนี้ครับ

ชื่อตะกร้าองค์ประกอบหลักประเภทการใช้งาน
ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (USD Index)EUR, JPY, GBP, CAD, SEK, CHFวัดความแข็ง/อ่อนของ USD เทียบสกุลหลัก
ตะกร้าค่าเงินยุโรป (Euro Index)EUR, GBP, CHF, SEK, DKK, NOKวัดสถานะของ EUR ในยุโรป
ตะกร้าค่าเงินเอเชีย (Asia Basket)JPY, CNY, HKD, SGD, AUD, KRWวัดสภาพตลาดสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย

วิธีดูตะกร้าค่าเงิน Forex

วิธีดูตะกร้าค่าเงิน Forex


เมื่อรู้จักองค์ประกอบของตะกร้าค่าเงินแล้ว ขั้นต่อมา คือ การเรียนรู้วิธีเปิดดูและอ่านค่าจากตะกร้าเพื่อนำไปใช้วิเคราะห์ตลาดจริงครับ

เว็บไซต์สำหรับดูตะกร้าค่าเงิน

ปัจจุบันมีหลายเว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลตะกร้าค่าเงิน Forex โดยเว็บไซต์ที่นิยมในหมู่นักเทรดสาย Fundamental มากที่สุดคือ Finviz ซึ่งเว็บไซต์นี้ จะแสดงความแข็งและความอ่อนค่าของสกุลเงินแต่ละสกุลเมื่อเทียบกับ USD แบบ Real-time เพื่อให้เห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนในหน้าเดียวครับ

เทคนิคในการดูตะกร้าค่าเงิน Forex

เมื่อเปิดหน้า Finviz ขึ้นมาแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าต้องดูอะไรก่อนครับ ต่อไปนี้คือเทคนิคง่าย ๆ ที่ใช้ในการอ่านตะกร้าค่าเงินให้ได้ประโยชน์สูงสุดครับ

  1. สกุลเงินที่มีน้ำหนัก +/- เกิน 0.05% เมื่อเทียบกับ USD ถือว่ามีโอกาสเคลื่อนไหวแรง (ค่านี้เป็นแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่กฎตายตัว)
    • หากสกุลเงินมีน้ำหนัก +0.05% ขึ้นไป = มีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง
    • หากสกุลเงินมีน้ำหนัก -0.05% ลงมา = มีโอกาสปรับตัวลงอย่างรุนแรง
  2. หากคู่เงินใดมีสกุลเงินที่อ่อนค่าหรือแข็งค่ามากที่สุดในตะกร้า คู่เงินนั้นมักเกิดความเคลื่อนไหวรุนแรง (สอดคล้องกับข้อแรก)
  3. สำหรับการคาดการณ์แนวโน้มของคู่เงิน ให้ดูว่า สกุลเงินที่อ่อนค่าหรือแข็งค่ามากที่สุดในตะกร้าค่าเงินอยู่ข้างหน้าหรือข้างหลัง
    • หากสกุลเงินดังกล่าวอยู่ข้างหน้า = มีโอกาสปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรง
    • หากสกุลเงินดังกล่าวอยู่ข้างหลัง = มีโอกาสปรับตัวลงอย่างรุนแรง

ตัวอย่างตะกร้าค่าเงิน Forex

จากภาพตัวอย่าง เป็นการแสดง Relative Performance ของสกุลเงินเมื่อเทียบกับ USD ภายในช่วงเวลา 1 วัน ซึ่งช่วยให้เห็นได้ว่า สกุลเงินใดแข็งค่าหรืออ่อนค่ามากที่สุดในช่วงเวลานั้น

ตัวอย่างตะกร้าค่าเงิน Forex

ในตัวอย่างนี้จะเห็นว่า AUD อยู่ฝั่งบวกประมาณ +0.06% แสดงว่าสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับ USD ขณะที่ CAD และ EUR อยู่ฝั่งลบ (-0.11% และ -0.22%) สะท้อนว่าสกุลเงินเหล่านี้อ่อนค่ามากกว่าเพื่อนในตะกร้าเดียวกัน

การดูข้อมูลลักษณะนี้ จะช่วยให้นักเทรดสามารถ มองเห็นความแข็งแกร่งเชิงเปรียบเทียบของค่าเงินแต่ละสกุล และสามารถนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการเลือกคู่เงินได้ครับ

1. วิธีวัดความแข็งค่าและอ่อนค่า

จากภาพตัวอย่าง คือ ตะกร้าค่าเงินที่มีดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินถ่วงน้ำหนัก ซึ่งคุณสามารถหาความอ่อนค่าและแข็งค่าของสกุลเงินอื่นได้ ดังนี้

  • สกุลเงินที่มีการแข็งค่ากว่า USD จะอยู่ทางซ้ายมือ นั่นคือ GBP, JPY และ AUD ตามลำดับเปอร์เซ็นต์
  • สกุลเงินที่มีการอ่อนค่ากว่า USD จะอยู่ทางขวามือ นั่นคือ CHF, NZD, CAD และ EUR ตามลำดับเปอร์เซ็นต์

2. วิธีวิเคราะห์แนวโน้มของคู่เงิน

จากภาพตัวอย่าง สามารถนำไปพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางในการเลือกคู่เงินที่ได้เปรียบในการเทรด และคาดการณ์แนวโน้มของคู่เงินในตะกร้าได้ ดังนี้

คู่เงินแนวโน้มที่คาดการณ์
AUDJPYแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
AUDUSDแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
AUDCADแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend)
EURUSDแนวโน้มขาลง (Downtrend)
EURAUDแนวโน้มขาลง (Downtrend)
EURCHFแนวโน้มขาลง (Downtrend)
CADCHFแนวโน้มขาลง (Downtrend)
CADJPYแนวโน้มขาลง (Downtrend)

*หมายเหตุ: คุณควรพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อคู่เงินร่วมด้วยโดยเฉพาะข่าวสำคัญ เนื่องจากอาจทำให้คู่เงินเกิดความผันผวนขึ้นได้ นอกจากนี้ คุณควรใช้อินดิเคเตอร์หรือเทคนิคอื่น ๆ เพื่อยืนยันสัญญาณการเข้าซื้อ-ขายให้ชัดเจนขึ้น

ข้อดีและข้อจำกัดของตะกร้าค่าเงิน Forex คืออะไร?

เทรดเดอร์บางคน จะนิยมนำตะกร้าค่าเงินมาใช้ในการวิเคราะห์ภาพรวมความแข็งหรืออ่อนค่าของสกุลเงินนั้น ๆ แทนการมองเพียงคู่เงินเดียว ซึ่งจะช่วยให้เห็นทิศทางตลาดได้กว้างและแม่นยำขึ้น อย่างไรก็ตาม การเทรดด้วยตะกร้าค่าเงินมีทั้งข้อดีและข้อจำกัดที่ควรทำความเข้าใจก่อนนำไปใช้จริง

  • ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าการเทรดคู่เงินเดียว เพราะมูลค่าถูกถ่วงน้ำหนักจากหลายสกุลเงิน
  • สะท้อนสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มประเทศนั้น ๆ ซึ่งจะดีกว่าการเปรียบเทียบแบบคู่เดียว
  • ช่วยให้เห็น ความแข็งหรืออ่อนค่าที่แท้จริง ของสกุลเงิน โดยตัดสัญญาณรบกวนจากคู่เงินใดคู่หนึ่งออก
  • ลดผลกระทบจากความผันผวนระยะสั้นในคู่เงินใดคู่หนึ่งโดยเฉพาะ
  • ค่อนข้างมีความซับซ้อนสูง ต้องเข้าใจน้ำหนักและองค์ประกอบของแต่ละตะกร้าอย่างละเอียด
  • น้ำหนักของสกุลเงินในตะกร้าคงที่หรือปรับช้ามาก อาจไม่สะท้อนสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันได้เสมอไป
  • การแสดงความอ่อนค่าหรือแข็งค่าเป็นเพียงภาพรวม ณ ปัจจุบัน ไม่สามารถระบุโอกาสเทรดในคู่เงินเฉพาะได้โดยตรง
  • ตะกร้าค่าเงินบางประเภทไม่มีสภาพคล่องสูงพอให้ซื้อขายโดยตรงในตลาด จึงต้องเทรดผ่านคู่เงินแยกกัน

📢 Traderbobo แนะนำ

หากคุณยังสงสัยว่าควรบริหารความเสี่ยงในการลงทุนอย่างไร แผนถึงจะรอบคอบเป็นระบบ และจะรับมือกับความผันผวนของตลาดได้อย่างไร โดยไม่ให้กระทบเงินทุนมากเกินไป เทรดเดอร์สามารถคลิกอ่านได้ที่นี่เลยครับ 👇

สรุปเกี่ยวกับตะกร้าค่าเงิน Forex คืออะไร?

ตะกร้าค่าเงิน Forex คือ การรวมสกุลเงินหลักต่าง ๆ ที่มีการถ่วงน้ำหนักต่างกัน เพื่อวัดความแข็งค่าหรืออ่อนค่าของสกุลเงินนั้น ๆ และใช้ดู Correlation ของสกุลเงิน ซึ่งตะกร้าค่าเงินมีประโยชน์ทั้งในด้านการลงทุนและการตรึงค่าเงินของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่แสดงในตะกร้าค่าเงินเป็นเพียงภาพรวมในปัจจุบันเท่านั้น ดังนั้น คุณสามารถนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาดได้ระดับหนึ่ง แต่ควรใช้อินดิเคเตอร์เพื่อยืนยันสัญญาณเข้าซื้อขายครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตะกร้าค่าเงิน Forex

ทำไมเทรดเดอร์ควรรู้จักตะกร้าค่าเงิน?

เพราะตะกร้าค่าเงิน จะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของความแข็งหรืออ่อนของสกุลเงินนั้น ๆ เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ หลายสกุลพร้อมกัน ทำให้คุณเข้าใจแนวโน้มและทิศทางของตลาดได้อย่างรอบด้านมากขึ้นครับ

ตะกร้าค่าเงินกับตะกร้าคู่เงินต่างกันอย่างไร?

  • ตะกร้าค่าเงิน (Currency Basket) คือ กลุ่มของสกุลเงินที่นำมาถ่วงน้ำหนักเพื่อวัดความแข็งแกร่งของสกุลเงินหนึ่ง ผลลัพธ์ออกมาเป็นดัชนี เช่น DXY ที่ใช้วัดค่าของดอลลาร์สหรัฐเทียบกับ 6 สกุลเงินหลัก
  • ตะกร้าคู่เงิน (Currency Pair Basket) คือ กลุ่มของคู่เงินที่เทรดเดอร์เลือกมาวิเคราะห์ หรือเทรดพร้อมกัน เช่น EUR/USD, GBP/USD และ USD/JPY เพื่อบริหารพอร์ต หรือกระจายความเสี่ยง

พูดง่าย ๆ คือ ตะกร้าค่าเงินเป็นเครื่องมือวัด ส่วนตะกร้าคู่เงินเป็นเครื่องมือเทรดครับ

การใช้ตะกร้าค่าเงินช่วยในการเทรดได้ยังไง?

เมื่อคุณรู้ว่าสกุลเงินไหนกำลังแข็งหรืออ่อนค่า จะช่วยให้คุณสามารถเลือกคู่เงินที่มีแนวโน้มสอดคล้องกับตลาดได้ง่ายขึ้น เช่น ถ้า USD แข็ง และ EUR อ่อน นั่นหมายความว่า EUR/USD มีโอกาสลงต่อ ดังนั้น การใช้ข้อมูลเหล่านี้ ประกอบกับการเทรดจะช่วยให้คุณเทรดตามกระแสตลาด มากกว่าเทรดสวนทางตลาดครับ 

ต้องใช้ตะกร้าค่าเงินร่วมกันเครื่องมืออื่นด้วยไหม?

แนะนำให้ใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ ครับ เช่น Price Action เพื่อดูรูปแบบแท่งเทียนบริเวณแนวรับ-แนวต้าน หรืออินดิเคเตอร์เช่น RSI, MACD เพื่อยืนยันโมเมนตัม และปฏิทินข่าว (Economic Calendar) เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงที่ข่าวสำคัญอาจทำให้ตลาดผันผวนเกินปกติ


อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม: สาระน่ารู้

พูดคุยและติดตาม Real Time: Facebook Page

Social Share
Facebook
Twitter
Picture of Traderbobo
Traderbobo

นักลงทุนในตลาด Forex และสินทรัพย์ทางการเงินด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี มุ่งเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่าย พร้อมแบ่งปันความรู้และกลยุทธ์การเทรด เพื่อช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในโลกการเงิน เหมาะสำหรับทั้งเทรดเดอร์มือใหม่และมืออาชีพ