90% ทำกำไรจาก Block Trade โดยใช้ต้นทุนที่น้อยกว่า

90% ทำกำไรจาก Block Trade โดยใช้ต้นทุนที่น้อยกว่า

ทำกำไรจาก Block Trade

Block Trade’ เป็นการจับคู่สัญญาให้กับคำสั่งซื้อหรือขายในการซื้อขายแบบ ‘Single Stock Futures’

ตลาดหุ้นมีเครื่องมือทางการเงินมากมายที่ให้นักลงทุนเลือกใช้ เพื่อให้เหมาะกับสภาวะของตลาดในตอนนั้น สำหรับใครที่ชื่นชอบความตื่นเต้น และท้าทายไปกับการผันผวนของราคา คงหนีไม่พ้นการลงทุนใน ‘ตลาดอนุพันธ์’ ต่าง ๆ เช่น Single Stock Futures (SSF)

ในสถานการณ์ที่ตลาดอยู่ในช่วงขาลง (ตลาดหมี: Bear Market) การลงทุนแบบ Futures Trading คงเป็นอีกหนึ่งทางออก เนื่องจากสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งหากดูสถิติปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 3 ปีย้อนหลัง ของตลาด Futures จะเห็นว่า มากกว่า 90% ของปริมาณซื้อขายในหนึ่งวัน มาจากธุรกรรมแบบ ‘Block Trade’ ถือเป็นสินค้าที่มีปริมาณการซื้อขายมากที่สุดในตลาดอนุพันธ์ ณ ขณะนี้ ซึ่ง ‘Single Stock Futures’ ถือเป็นหนึ่งในการลงทุนแบบ Futures นั่นแหละครับ

ทำกำไรจาก Block Trade

Source: News.acotonou

  • Single Stock Futures คืออะไร ?

สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจก่อนเลย คือ Single Stock Futures เป็นการซื้อขายรูปแบบหนึ่งในตลาด Futures แต่เป็นการซื้อขายหุ้นรายตัว ซึ่งสามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง เนื่องจากสภาพคล่องที่ต่ำ ทำให้ต้องใช้เงินลงทุนสูง ทางบริษัทหลักทรัพย์จึงมีบริการที่ชื่อว่า บล็อกเทรด ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาทางด้านนี้

  • Block Trade คืออะไร ?

เป็นบริการของบริษัทหลักทรัพย์ที่มีเป้าหมายในการเสริมสภาพคล่องให้กับการซื้อขายแบบ Single Stock Futures และยังมีตัวเพิ่มอำนาจการซื้อขาย นั่นคือ Leverage ที่จะทำให้นักลงทุนใช้เงินลงทุนน้อยลง ซึ่งบล็อกเทรด เป็นการจับคู่สัญญาให้กับคำสั่งซื้อหรือขายอัตโนมัติ เนื่องจากหากมีผู้เสนอ แต่ไม่มีคนสนอง สัญญาก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ โดยคู่สัญญาที่ว่าก็คือ ‘บริษัทหลักทรัพย์’ นั่นเอง

  • แสดงว่า บริษัทหลักทรัพย์ เข้ามาเทรดหุ้นด้วยหรือไม่ ?

‘ไม่ใช่ครับ’ ทางบริษัทหลักทรัพย์จะได้กำไรจากค่าบริการในการเทรดจากนักลงทุนเท่านั้น โดยมีรายละเอียด ดังนี้

  1. เมื่อนักลงทุนเปิดออเดอร์ ทางบริษัทหลักทรัพย์จะเป็นคู่สัญญาฝั่งตรงข้ามให้เอง
  2. จากนั้นทางบริษัทหลักทรัพย์จะทำการ Hedge โดยใช้เงินของทางบริษัทหลักทรัพย์ไปซื้อหุ้นในตลาดกระดานเทรดหลักตามจำนวนเท่ากับออเดอร์ที่นักลงทุนเปิด
  3. ดังนั้น ไม่ว่าตลาดหุ้นจะขึ้นหรือลง มูลค่าสัญญา และมูลค่าหุ้นในพอร์ตก็จะหักล้างกันเหลือ 0
  4. ทางบริษัทหลักทรัพย์ก็จะไม่ได้ ไม่เสียจากตรงนี้ครับ

  • ข้อดี

  1. ใช้เงินลงทุนน้อยกว่า
  2. มี Leverage ช่วยเพิ่มกำลังในการเทรด
  3. ค่าธรรมเนียมการซื้อขายต่ำ
  4. สามารถทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง
  5. ใช้ในการประกันความเสี่ยงได้ โดยมีการทำสัญญาล่วงหน้า

✅ อย่างไรก็ตาม ยังยืนยันนะครับว่า Leverage ไม่ได้มีแค่ด้านดี บางคนอาจจะเข้าใจว่า มันสามารถทำกำไรได้มากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากเราเทรดผิดทาง การขาดทุนก็จะ Leverage เหมือนกันครับ คือ ขาดทุนหลายเท่าตัวนั่นเอง

ดังนั้น ยังไม่แนะนำการทำบล็อกเทรดสำหรับมือใหม่ที่อาจยังไม่สามารถวิเคราะห์กราฟในเชิงเทคนิคได้อย่างชำนาญ (Technical Analysis) รวมทั้งมือใหม่ที่ยังไม่รู้จักวิธีการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจทำให้พอร์ตการลงทุนของท่านเสียหายได้ครับ

Source: ทีมงาน Traderbobo

Social Share

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Rcent Post

Recent Post

ลิเทียม

ลิเทียม (Lithium) แร่ที่เปรียบเสมือนทองคำในอุตสาหกรรม EV

ลิเทียม Lithium หรือหลายคนเรียกว่า The New White Gold! หัวใจสำคัญของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีแนวโน้มจะขาดแคลนในอนาคต ทำให้ราคาพุ่งขึ้นมากว่า 10 เท่า!

Read More »