5 เทรนด์การลงทุนปี 2023 : โลกจะเต็มไปด้วยสังคมผู้สูงอายุ

เทรนด์

หากใครที่ติดตามข่าวสาร หรืออ่านบทวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างสม่ำเสมอ จะเห็นถึงข้อสังเกตว่า โลกของเรากำลังจะแก่ตัวลง หรืออาจกลายเป็น สังคมผู้สูงอายุ เนื่องจากในอีก 7 ปีข้างหน้า โลกจะมีประชากรผู้สูงอายุประมาณ 1,400 พันล้านคน หากมองจากจำนวนประชากรแค่ในไทย ณ ตอนนี้มีอยู่ทั้งหมด 66 ล้านคน ซึ่งมีผู้สูงอายุประมาณ 11.8 ล้านคน จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับใครที่กำลังมองหาลู่ทางการทำธุรกิจ หรือแม้แต่ การลงทุน ที่สำคัญเรามักจะเห็นว่า กลุ่มผู้สูงอายุ คือ กลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง รวมไปถึงลูกหลานที่ยอมจ่ายเพื่อซื้อความสะดวกสบายให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ และนี่คือ โอกาสทองที่กำลังจะกลายเป็น เทรนด์ การลงทุน ในโลกอนาคตที่น่าจับตามองมากที่สุด

เทรนด์ การลงทุน สำคัญอย่างไร?

เทรนด์ การลงทุน เป็นภาพรวมขนาดเล็กลงมาจากเมกะเทรนด์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเงิน การลงทุน เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม หรือแม้แต่ข้อมูลทางประชากรศาสตร์ที่เรากำลังจะกล่าวถึงในบทความนี้ ซึ่งจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก จนทำให้เกิดเทรนด์ต่าง ๆ ขึ้นมามากมายอย่างที่เราได้เห็นกันในปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่แล้วในการทำธุรกิจ หรือแม้แต่การลงทุน ก็จะดู เทรนด์ เหล่านี้เป็นหลัก เนื่องจากสามารถบ่งบอกถึงแนวโน้มในอนาคตของโลก ดังคำพูดที่ว่า “รู้ก่อน รวยก่อน”

5 เทรนด์ การลงทุน ในปี 2023

1. Elderly Business

ปัจจุบันเรามีประชากรโลกทั้งหมด 7,700 ล้านคน ซึ่งเป็นผู้สูงอายุไปแล้วกว่า 1,000 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 11% และอีก 7 ปีข้างหน้า สัดส่วนของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 16.5% ของประชากรทั่วโลก ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ถือว่า มีความสำคัญมากถึงขั้นจะเข้ามากระทบในเรื่องของเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีต่าง ๆ

อีกทั้ง จากข้อมูลของ Roland Berger บริษัทที่ปรึกษาด้านธุรกิจระดับโลก ให้คำแนะนำว่า ภายใน 7 ปีข้างหน้า โลกจะก้าวเข้าสู่ สังคมผู้สูงอายุ มากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมเกี่ยวกับยา ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ หรือแม้แต่เทคโนโลยีที่จะเข้ามาอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุมีโอกาสเติบโตสูงที่สุด เรียกได้ว่า ธุรกิจที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุจะมาแรงมากที่สุด

เทรนด์

2. Green Business

ที่ผ่านมามนุษย์ใช้ทรัพยากรไปมากกว่าทดแทน ทำให้ทรัพยากรเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ สวนทางกับการใช้ที่สูงขึ้น ซึ่งในอนาคตคาดการณ์ว่า จำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้นกว่า 8,000 ล้านคน ดังนั้น ความต้องการไม่จะเป็นอาหาร น้ำ และพลังงานย่อมสูงขึ้นอย่างทวีคูณ ทำให้ในปัจจุบันมีการนำเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติเข้ามาปรับใช้ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากขึ้น เช่น ในโลกการเงิน เรามักจะได้ยินคำว่า “Green Finance” ซึ่งการทำธุรกิจประเภทนี้จะให้ความสำคัญถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด

เทรนด์

3. Social Responsibility

โลกจะให้ความสำคัญเกี่ยวกับความยั่งยืน และรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยเทรนด์นี้จะเชื่อมโยงกับหัวข้อที่ได้กล่าวไปข้างต้น คือ การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ตัวอย่างเช่น ในประเทศที่พัฒนาแล้ว เริ่มลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ ซึ่งก๊าซตัวนี้ได้ส่งผลเสียต่อโลกค่อนข้างมาก ถือเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมพร้อมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติไปในตัว

เทรนด์

4. WEB 4.0

ความเร็วของเทคโนโลยีกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วในปัจจุบัน ซึ่ง ณ ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุค WEB 3.0 นั่นหมายความว่า อุตสาหกรรมกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง และ WEB 4.0 จะก่อตัวขึ้นในไม่ช้า

  • WEB 1.0 โลกเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมเกษตรไปเป็นไอน้ำ
  • WEB 2.0 โลกเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมไฟฟ้า
  • WEB 3.0 โลกเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมเครื่องมือคอมพิวเตอร์

และในอนาคต WEB 4.0 โลกอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ต โดยจะทำงานแบบ Artificial Intelligence (AI) ที่ฉลาดขึ้น ที่ถูกพัฒนามาจาก WEB 3.0 ให้มีมากกว่าการสื่อสาร ซึ่งการคิดวิเคราะห์ได้ด้วยตัว AI เอง

เทรนด์

5. Superpowers Then and Now

โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และแน่นอนว่า ความเป็นมหาอำนาจของโลกก็เช่นกัน ย้อนกลับไปในเหตุการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน ทำให้ชาติตะวันตกหรือขั้วอำนาจเก่า เกิดการคว่ำบาตรรัสเซีย แต่รัสเซียยังสามารถยืนอยู่ได้ และมีคู่ค้าที่แข็งแรง โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรที่เรียกว่า ‘BRICS’ โดยย่อมาจากตัวอักษรขึ้นต้นของ 5 ประเทศ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ และจุดประสงค์การรวมตัวในครั้งนี้เพื่อสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือขั้วอำนาจใหม่ของโลก และมีจุดประสงค์ที่จะโค่นล้มสหรัฐฯ โดยล่าสุด กำลังสร้างรากฐานระบบเงินทุนสำรองของโลกใหม่ที่อาจสามารถใช้แทนดอลลาร์ได้

เทรนด์

เทรนด์ การลงทุน เกี่ยวข้องกับ สังคมผู้สูงอายุ อย่างไร ?

โดยเฉลี่ยอายุขัยของคนจะอยู่ที่ 65 ปี -75 ปี แต่เมื่อนวัตกรรมทางการแพทย์ก้าวหน้าขึ้น ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของคนอยู่ที่ 85 ปี ซึ่งอายุของคนก็บ่งชี้ไปถึงการใช้ทรัพยากรที่มากขึ้น และกระทบต่อปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • ในอนาคตการใช้ชีวิตของคนอาจต้องเปลี่ยนแปลงไป
  • เงินออมที่เราควรจะเก็บต้องยืดเผื่อระยะเวลาไปถึง 25 ปี
  • เทคโนโลยีที่เอื้อต่อผู้สูงอายุจะต้องมีเข้ามามากขึ้นตามจำนวนประชากรที่สูงขึ้น
  • ปัจจัยหลักสำหรับการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ

ดังนั้น เมื่อเราทราบข้อมูลเหล่านี้แล้ว คงต้องมองไปถึงในอนาคตว่า ธุรกิจหรืออาชีพใดที่จะสามารถตอบสนองกลุ่มคนเหล่านี้มากที่สุด อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นบทความว่า “สังคมผู้สูงอายุ” เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง และหากเรามองออกว่า อุตสาหกรรมใดที่จะสามารถเจาะกลุ่มลูกค้านี้ได้ ก็จะส่งผลไปถึง เทรนด์ การลงทุน ที่ควรลงทุนในอนาคตอีกด้วย ซึ่งหุ้นของบริษัทในอุตสาหกรรมเหล่านี้อาจสร้างผลตอบแทนแบบ All Time High ให้เราอย่างไม่ทันตั้งตัว เช่น

  • คลินิก Anti-Aging เพื่อชะลอวัย
  • การออกกำลังกายของผู้สูงอายุ

หากแนะนำเกี่ยวกับ การลงทุน ในระยะยาว คงหนีไม่พ้นหุ้นกลุ่ม Health Care เนื่องจากการแพทย์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับชีวิตมนุษย์มาอย่างช้านาน และมีแนวโน้มที่จะเติบโตไปอย่างก้าวกระโดดพร้อมกับเทคโนโลยีที่มีมากขึ้น นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า หุ้นเหล่านี้ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างมั่นคง ถึงแม้การแพร่ระบาดจะค่อนข้างลดลงแล้ว แต่หุ้นกลุ่มนี้ก็ยังมีผลตอบแทนที่ดีอยู่ เรียกได้ว่า “กินน้อย แต่กินนาน”


อย่าไงรก็ตาม ในอนาคตโลกต้องก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุไม่ช้าก็เร็ว โดยเทรนด์การลงทุนเหล่านี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน และถือเป็นโอกาสทองที่เราจะมองเห็นอนาคต และสามารถนำไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมต่อ เพื่อวิเคราะห์และวางแผนการลงทุนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะทำให้เราสามารถไปสู่ผลตอบแทนที่ต้องการได้อย่างแน่นอน

Source: ทีมงาน Traderbobo

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่: Traderbobo

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่: Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter