ทำไมต้องให้ความสำคัญกับ Margin of Safety (MOS)

Margin of Safety

หากพูดถึงการซื้อหุ้นแนว VI หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Margin Of Safety หรือ MOS กันมาบ้างแล้ว ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนแบบเน้นคุณค่าให้ความสำคัญมาก ไม่ว่าจะเป็นวอร์เรน บัฟเฟต หรือเบนจามิน เกรแฮม นักลงทุนของโลก และบิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า สำหรับบทความนี้จะขอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Margin Of Safety

ความหมายของ Margin of Safety

Margin of Safety คือ ส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัย หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ส่วนลดของราคาที่นักลงทุนเข้าซื้อหุ้นเมื่อเทียบจากมูลค่าพื้นฐานที่ประเมินได้นั่นเอง ตัวอย่างเช่น นักลงทุนประเมินมูลค่าพื้นฐานหุ้น XYZ ได้ที่ 100 บาท แต่นักลงทุนเฝ้ารอจนราคาหุ้นอยู่ที่ 70 บาท ในกรณีนี้คือ นักลงทุนมี MOS ในการลงทุนครั้งนี้เท่ากับ 30%

Margin of Safety

Margin of Safety ควรมีเท่าไร ?

ถึงแม้นักลงทุนชื่อดังส่วนใหญ่จะแนะนำให้ซื้อหุ้นที่มี MOS มาก แต่ในขณะเดียวกัน นักลงทุนบางคนอาจใช้เพียงแค่ 10% 20% 30% ก็ได้ ซึ่งการให้ MOS ที่มาก มีข้อดีต่อการลงทุน คือ จะยิ่งทำให้การลงทุนในครั้งนั้น มีต้นทุนที่ถูกลงและจะนำมาซึ่งความปลอดภัยและผลกำไรที่มากขึ้น แต่อย่าลืมว่า ราคาหรือมูลค่าที่ถูกตีให้ถูกมากเกินไปนั้น อาจนำมาซึ่งโอกาสที่น้อยลงไปตามลำดับ ยิ่งค่า MOS สูงเท่าไรก็เท่ากับว่าโอกาสในการลงทุนจะน้อยลงตามไปด้วย เพราะจังหวะที่ราคาหุ้นจะลงมาในราคาที่ถูกมากนั้นมีไม่มากครั้ง

สิ่งที่ต้องคำนึงควบคู่ไปกับการคิด Margin of Safety

1. ควรเผื่อตามอนาคตที่ซื้อ ยิ่งไกล MOS ยิ่งมาก

สมมุติว่า คำนวณราคาเหมาะสมได้ P/E = Y ราคา 100 บาท

  • ราคาเหมาะวันนี้เลย และมั่นใจมาก อาจจะเผื่อที่ 20%
  • ในอีก 2 ปี อาจจะใช้ MOS 40%
  • ถ้าเป็นในอีก 5 ปี อาจจะเผื่อที่ 50% ขึ้นไป ดังนั้นจะเห็นว่า ในอนาคตที่ไกล เราควรที่จะรอความชัดเจนเสียก่อนจะดีกว่านั่นเอง

2. มุมมองของตลาดต่อ P/E หุ้น

การดูมุมมองของตลาดว่า มอง P/E หุ้นกลุ่มนั้นเป็นอย่างไร เป็นฐานในการคิด P/E และราคาที่เหมาะสม ซึ่งต้องคำนวณกำไรต่อหุ้นในอนาคต หรือมูลค่าต่อหุ้นที่เหมาะสมในอนาคต แล้วคำนวณหาราคาที่ฐาน P/E นี้ และใช้ MOS ไปตามมูลค่าของบริษัทว่าเป็นเท่าใดในเวลาใด

3. บวกเพิ่มความเสี่ยงเมื่อคำนวณมูลค่าที่เหมาะสม

  • เสี่ยงมาก สิ่งแวดล้อมกระทบมากบวก 20%
  • เสี่ยงน้อย เป็นกิจการ Defensive บวก 10%

4. อารมณ์ของตลาด

ข้อนี้อาจทำให้หลายคนสงสัยว่า ในเมื่อเป็นการลงทุนแบบ VI แล้วทำไมจะต้องสนใจตลาดด้วย แต่เพื่อป้องกันการเสียโอกาส เมื่อเรากำหนดส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยไว้แล้ว ถ้าสภาพตลาดไม่ดี เราอาจต้องเพิ่มส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยขึ้น แต่ถ้าตลาดดีหรือรู้สึกได้ว่าเริ่มมีนักลงทุนคนอื่น ๆ เห็นค่าของหุ้นนั้นพอดี เช่น ราคาเพิ่มขึ้น 2-3% ใน 1-2 วัน เราอาจจะยอมลดส่วนเผื่อเพื่อความปลอดภัยลงได้

อย่างไรก็ตาม ส่วนเผื่อความปลอดภัยนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ก็สามารถผันแปรไปตามปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งต้องทำการดูควบคู่กันไปด้วย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเข้าใจพื้นฐานของการประเมินมูลค่าหุ้นของตนเองเป็นอย่างดี และสามารถคาดการณ์ได้ว่า หุ้นที่ตนเองลงทุนนั้น มีความไม่แน่นอนอยู่ที่กี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะได้เลือกส่วนเผื่อความปลอดภัยได้อย่างแม่นยำ


อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่สาระน่ารู้

อ่านรีวิวโบรกเกอร์เพิ่มเติมได้ที่Review Broker

Social Share

Facebook
Twitter